Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2494

พ.ศ. 2494 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องว่า จำเลยใช้กลฉ้อฉลหลอกลวงโจทก์ให้เข้าทำสัญญาขายที่ดินของโจทก์ให้จำเลยโดยที่โจทก์ไม่ได้ตกลงขายนั้น เป็นเรื่องโมฆียะกรรมตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 121 ต้องฟ้องเสียภายใน 10 ปี นับแต่วันทำนิติกรรม ฟ้องที่ถือว่าเคลือบคลุมไม่ควรรับไว้พิจารณา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องมีใจความว่า จำเลยใช้กลฉ้อฉลหลอกลวงโจทก์ให้เข้าทำสัญญาขายที่ดินให้จำเลย โดยที่โจทก์ไม่ได้ตกลงขายจึงขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยเสีย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีเกิน ๑๐ ปี คดีขาดอายุความ จึงพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องของโจทก์เริ่มต้นกล่าวว่าจำเลยได้ตกลงกับโจทก์ว่า จำเลยต้องการทำนาของโจทก์ในโฉนดที่ ๓๐๑๘ ซึ่งจำนองนายบัวไว้ และให้นายบัวทำนานั้นต่างดอกเบี้ย โดยกำหนดจะเอาเงินจากนายซุ่นเฮงมาใช้หนี้ให้แก่นายบัวเอง แต่นายซุ่นเฮงต้องการให้จำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นเสียก่อน ให้โจทก์ทำจำนองแก่จำเลยไว้ก่อน เมื่อมีชื่อจำเลยเป็นผู้รับจำนองแล้ว จำเลยจะได้ไปเอาเงินจานายซุ่นเฮง โจทก์หลงเชื่อจึงยอมโอนทะเบียนให้จำเลยในลักษณะการจำนอง โจทก์จึงได้ไถ่ถอนการจำนองจากนายบัว และโอนสิทธิทางทะเบียนให้จำเลยแล้ว จำเลยได้จำนองแก่นายซุ่นเฮงอีกทอดหนี่งในวันเดียวกันนั้นเอง ความจริงโจทก์ไม่ได้ขายให้แก่จำเลย ต่อมาภายหลังโจทก์จึงทราบว่าการกลับกลายว่าโจทก์ได้ขายที่พิพาทให้จำเลยไป

ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องของโจทก์กล่าวความขัดกันเองอยู่ในตัว จึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมไม่แน่นอน ไม่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ จึงเป็นฟ้องที่ไม่ควรรับไว้พิจารณาชอบที่ศาลจะยกฟ้องเสียได้ แม้หากจะฟังว่า ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่ควรรับไว้พิจารณา เพราะโจทก์อ้างว่าถูกจำเลยใช้กลฉ้อฉลให้โจทก์เข้าทำนิติกรรม ก็เป็นเรื่องโมฆียะกรรมตามมาตรา ๑๒๑ ป.ม.แพ่ง ฯ โจทก์ฟ้องเมื่อล่วงพ้น ๑๐ ปีแล้วนับแต่วันทำนิติกรรม โจทก์หมดสิทธิบอกล้างแล้วตามมาตรา ๑๔๓

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นนทประชา · มนูภันย์วิมลสาร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายเชิญ โกศิน
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิวาทนฤพุฒิ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้