Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1254/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน ได้ทำสัญญาเป็นบันทึกข้อตกลงในเรื่องบุตรและทรัพย์สินมีใจความว่า บุตรอยู่ในความอุปการะทั้งสองฝ่าย โจทก์ที่ 1 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอยู่ 3 แปลงยอมยกให้แก่บุตรทั้ง 7 คน จำเลยที่ 1 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอยู่ 2 แปลง ที่ดินแปลงที่ 1 เป็นสวนยกให้แก่บุตรที่ชื่อ ร. ที่ดินที่เป็นที่นาพร้อมบ้าน 1 หลัง ยกให้แก่บุตรทั้ง 7 คน ห้ามมิให้จำหน่ายจ่ายโอน ทั้งสองฝ่ายจะไปโอนกรรมสิทธิ์ให้บุตรในวันที่ 22มกราคม 2517 ดังนี้ เห็นได้ว่าบันทึกข้อตกลงระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 นั้น ทั้งสองฝ่ายประสงค์จะระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะเกิดมีขึ้นภายหน้าให้เสร็จสิ้นไป ด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันบันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850จำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามสัญญา และได้โอนขายที่ดิน (ที่นา) ดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ไป ทำให้โจทก์ที่ 1 เสียเปรียบ ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ที่ 1 ในฐานะคู่สัญญาจึงมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายดังกล่าวระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ได้ เพื่อให้จำเลยที่ 1 ปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความจำเลยที่ 2 ทราบข้อตกลง ระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ในการแบ่งทรัพย์สิน รวมทั้งการยกที่พิพาทให้บุตรตามบันทึกข้อตกลงแล้ว ยังรับซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 อันเป็นการทำให้โจทก์ที่ 1 เสียเปรียบและเป็นการรับซื้อไว้โดยไม่สุจริต โจทก์ที่ 1 ชอบที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเสียได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน โจทก์ที่ 1 เป็นมารดาและผู้แทนโดยชอบธรรมของนายอุดม เด็กหญิงผ่องศรี เด็กหญิงเพ็ญศรี เด็กหญิงศิริพรบุตรผู้เยาว์ซึ่งเกิดกับจำเลยที่ 1 การจดทะเบียนหย่าขาดระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 นั้น ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในเรื่องสินสมรสไว้ ฯลฯ และมีข้อตกลงกันว่าห้ามมิให้จำหน่าย จ่ายโอนสำหรับที่ดินที่จะยกให้บุตร ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้โอนขายที่นาให้แก่จำเลยที่ 2 ในราคา 20,000 บาท โดยจำเลยที่ 2 ทราบดีว่าโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ยกบุตรไปแล้ว การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์และบุตรทั้งหมดเสียเปรียบและเสียหาย

ขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินดังกล่าวระหว่างจำเลยทั้งสองเสียจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ในฐานะส่วนตัวและในฐานะมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรไม่มีอำนาจฟ้อง สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นสัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอกซึ่งมิได้แสดงเจตนาเข้าถือประโยชน์จากสัญญา จำเลยที่ 2 ซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยสุจริตเปิดเผยและมีค่าตอบแทน ไม่ทราบข้อตกลงประนีประนอมยอมความตามสัญญาท้ายฟ้องการโอนรายนี้ไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่าโจทก์ที่ 1 ในฐานะส่วนตัวมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ แต่โจทก์ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรผู้เยาว์

ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความนำเอาที่พิพาทไปโอนขายให้แก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 รับซื้อไว้โดยไม่สุจริต พิพากษาให้เพิกถอนการโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน และได้ทำสัญญาเป็นบันทึกข้อตกลงในเรื่องบุตรและทรัพย์สินมีใจความว่า บุตรอยู่ในความอุปการะของทั้งสองฝ่าย โจทก์ที่ 1 มีกรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่ 3 แปลง ยอมยกให้แก่บุตรทั้ง 7 คน จำเลยที่ 1 มีที่ดินอยู่2 แปลง ที่ดินแปลงที่เป็นสวนยกให้แก่บุตรสาวที่ชื่อนางสาวรัตนา

เปรมโรจน์ ที่ดินที่เป็นนาซึ่งมีบ้านเลขที่ 36 ปลูกอยู่ 1 หลัง ยกให้แก่บุตรทั้ง 7 คน ห้ามมิให้จำหน่ายจ่ายโอน ทั้งสองฝ่ายจะไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่บุตรในวันที่ 22 มกราคม 2517 ปรากฏตามเอกสาร จ.2 และ จ.3 ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม2517 จำเลยที่ 1 ได้โอนขายที่ดินนาพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ในราคา 20,000บาท ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.7 และ จ.ล.1 ปัญหาที่จำเลยที่ 2 ฎีกาเรื่องอำนาจฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บันทึกข้อตกลงระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ตามเอกสารหมาย จ.2 และ จ.3 ทั้งสองฝ่ายประสงค์จะระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะเกิดมีขึ้นภายหน้าให้เสร็จไปด้วยต่างฝ่ายต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน บันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850จำเลยที่ 1 ต้องปฏิบัติตามสัญญา คือโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน (ที่นา) พิพาทให้แก่บุตรทั้ง 7 คน แต่จำเลยที่ 1 กลับนำไปโอนขายให้จำเลยที่ 2 ทำให้โจทก์ที่ 1 เสียเปรียบถือได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ที่ 1 ในฐานะคู่สัญญาจึงมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่พิพาทระหว่างจำเลยที่ 1กับจำเลยที่ 2 ได้ เพื่อให้จำเลยที่ 1 ปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความส่วนในปัญหาที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ซื้อที่พิพาทไว้โดยสุจริตนั้น

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ได้ทราบข้อตกลงระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ในการแบ่งทรัพย์สินรวมทั้งการยกที่พิพาทให้บุตรตามบันทึกข้อตกลงเอกสารหมาย จ.2 และ จ.3 แล้ว จำเลยที่ 2 ยังรับซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 อีก อันเป็นการทำให้โจทก์ที่ 1 เสียเปรียบเช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 รับซื้อที่พิพาทไว้โดยไม่สุจริต โจทก์ที่ 1 ชอบที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยง โรจนสุพจน์ · อุดม จาละ · ภิญโญ ธีรนิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้