Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรรมการของโจทก์เคยเป็นกรรมการของบริษัท ร. ซึ่งได้กระทำการเป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศ โจทก์จึงอยู่ในข่ายที่จำเลยที่ 1 ไม่อาจออกใบอนุญาตส่งข้าวออกไปจำหน่ายต่างประเทศได้ ที่จำเลยที่ 1 ไม่ออกใบอนุญาตให้โจทก์ส่งข้าวออกไปนอกราชอาณาจักร จึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ คำสั่งทางปกครองของจำเลยที่ 1 ที่มีคำสั่งระงับการออกใบอนุญาตให้ส่งสินค้า (ข้าว) ออกไปนอกราชอาณาจักรแก่โจทก์ เนื่องจากโจทก์มีกรรมการของตนเป็นกรรมการของบริษัท ร. ซึ่งถูกกล่าวหาว่าได้กระทำการใด ๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศ โจทก์จึงขาดคุณสมบัติเป็นผู้ส่งออกข้าวไปนอกราชอาณาจักร ต้องด้วยข้อยกเว้นตามมาตรา 37 วรรคสาม (2) แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ที่ว่าเหตุผลนั้นเป็นที่รู้กันอยู่แล้วโดยไม่จำต้องระบุอีก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ตามหนังสือที่ พณ 0303/3444 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2540 และให้โจทก์ได้รับใบอนุญาตส่งข้าวออกตามปกติต่อไป ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 74,740,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นรายปี ปีละ 5,000,000 บาท นับแต่ปีที่ฟ้องคดีจนกว่าจะครบกำหนด 10 ปี

จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความให้ 100,000 บาท โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งระงับการออกใบอนุญาตส่งออกข้าวให้แก่โจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 1 โดยความเห็นชอบของจำเลยที่ 2 ได้แจ้งแก่โจทก์ ตามหนังสือที่ พณ 0303/3444 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2540 และให้จำเลยทั้งสองรับพิจารณาคำขออนุญาตส่งข้าวออกให้แก่โจทก์ในโอกาสต่อไปตามปกติ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้รวม 150,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ระงับใบอนุญาตให้ส่งข้าวออกไปนอกราชอาณาจักรแก่โจทก์ชอบหรือไม่ เห็นว่า ผู้กระทำการใดๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศตามความหมายของกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2523) ข้อ 3 ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 มิได้หมายถึงแต่บุคคลที่ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเป็นที่สุดแล้วว่า เป็นผู้กระทำการใดๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศแต่เพียงอย่างเดียว เพราะมิฉะนั้นแล้ว บุคคลซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศแต่มิได้ถูกฟ้องร้องต่อศาล ก็ยังคงมีคุณสมบัติเป็นผู้ขอรับใบอนุญาตส่งข้าวออกไปนอกราชอาณาจักรได้ตลอดไป

กฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ.2523) ข้อ 3 จะไร้ผลบังคับโดยสิ้นเชิง ดังนั้น จำเลยที่ 1 ย่อมมีอำนาจพิจารณาได้ว่า การกระทำของบริษัทโรงสีไฟชัยประสิทธิ์ จำกัด ก่อให้เกิดความเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศหรือไม่ เมื่อจำเลยที่ 1 พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การกระทำของบริษัทโรงสีไฟชัยประสิทธิ์ จำกัด ดังกล่าวเป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศประกอบกับโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำโดยเลือกปฏิบัติหรือไม่สุจริตอย่างไร กรณีจึงต้องถือว่าเป็นคำสั่งการวินิจฉัยโดยชอบ และเมื่อกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2523) ข้อ 3 วรรคสอง ระบุว่า ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคล กรรมการหรือผู้จัดการของนิติบุคคลนั้นต้องเป็นผู้ซึ่งไม่เคยเป็นกรรมการหรือผู้จัดการของนิติบุคคลที่เคยกระทำการใดๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศมาก่อน

ดังนั้น แม้โจทก์และกรรมการโจทก์จะไม่เคยกระทำการใดๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศ แต่เมื่อกรรมการของโจทก์เคยเป็นกรรมการในบริษัทโรงสีไฟชัยประสิทธิ์ จำกัด ซึ่งได้กระทำการเป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศ การวินิจฉัยของจำเลยที่ 1 ที่วินิจฉัยว่า โจทก์อยู่ในข่ายที่จำเลยที่ 1 ไม่อาจออกใบอนุญาตส่งข้าวออกไปจำหน่ายต่างประเทศได้จึงมิใช่เป็นการวินิจฉัยโดยไม่ชอบสำหรับข้อที่โจทก์แก้ฎีกาว่า ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการส่งข้าวออกไปนอกราชอาณาจักร (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2540 ขัดต่อกฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ.2523) และมาตรา 7 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ก็ดี

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2523) ข้อ 3 ไม่ใช่บทลงโทษแต่เป็นเงื่อนไขในการออกใบอนุญาตก็ดี โจทก์เพิ่งยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนประเด็นว่าจำเลยที่ 1 เป็นคู่กรณีในคดีแพ่งที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นจะออกคำสั่งทางปกครองพิพาทไม่ได้เพราะต้องห้ามตามมาตรา 13 (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 มิใช่คู่กรณีในคดีแพ่งกับโจทก์ หากแต่เป็นคู่กรณีกับบริษัทโรงสีไฟชัยประสิทธิ์ จำกัด กรณีจึงไม่มีเหตุต้องห้ามตามมาตรา 13 (1) ดังที่โจทก์อ้าง นอกจากนี้ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองออกคำสั่งตามเอกสารหมาย จ.17 โดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองจงใจกระทำให้โจทก์เสียหาย

ไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ ประเด็นอื่นไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นเมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาในประเด็นค่าเสียหายของโจทก์ต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุเทพ เจตนาการณ์กุล · วิชัย ชื่นชมพูนุท · วิชัย วิสิทธวงศ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายประเสริฐ โกวิทยา
ศาลอุทธรณ์ - นายจรัญ ภักดีธนากุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้