Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำว่า"คราวใดคราวหนึ่ง"และ"คราวถัดไปข้างหน้า"ตามป.พ.พ.มาตรา582หมายถึง"คราว"กำหนดจ่ายสินจ้าง"แต่ละคราว"โดยข้อเท็จจริงที่แยกกันจะรวมสองคราวมาเป็นคราวเดียวโดยถือจำนวนค่าจ้างที่ตกลงกันเป็นรายเดือนมาเป็นเกณฑ์ไม่ได้ จำเลยตกลงจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ทุกวันที่15และทุกวันสิ้นเดือนเมื่อจำเลยบอกกล่าวเลิกสัญญาจ้างโจทก์เมื่อวันที่17มกราคม2527โดยจ่ายสินจ้างแก่โจทก์ครบจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงคราววันที่15กุมภาพันธ์2527แล้วปล่อยโจทก์ออกจากงานไปทันทีจึงเป็นการชอบด้วยป.พ.พ.มาตรา582แล้ว.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยว่าจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายพิเศษ ได้รับค่าจ้างเดือนละ 30,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2527 จำเลยเลิกจ้าง โจทก์โดยอ้างเหตุว่าจำเป็นต้องยกเลิกฝ่ายขายพิเศษ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จะมีผลเป็นการเลิกสัญญาจ้างตามกฎหมายในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2527 จำเลยจึงต้องจ่ายเงินเดือนสำหรับเดือนมกราคม และเดือนกุมภาพันธ์ 2527 เป็นเงิน60,000 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 30,000 บาท ค่าชดเชย90,000 บาท รวม 180,000 บาท แต่จำเลยจ่ายให้โจทก์เพียง 135,000 บาทยังขาดเงินอีก 45,000 บาท โจทก์มีสิทธิได้รับเงินโบนัสสำหรับปีพ.ศ. 2526 เท่ากับค่าจ้าง 2 เดือน เป็นเงิน 60,000 บาท ซึ่งจำเลยยังมิได้จ่ายให้แก่โจทก์

ขอให้ศาลบังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิม หากจำเลยไม่สามารถรับโจทก์กลับเข้าทำงานได้ ขอให้ศาลบังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดแต่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม3,600,000 บาท ค่าเสียหายอันเกิดแต่ละเมิด 1,000,000 บาท ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย เงินเดือน และเงินโบนัสที่ยังไม่จ่ายจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ทุกวันที่ 15 และทุกวันสิ้นเดือน จึงถือว่าจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้าง ค่าชดเชยให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยในปัญหาเรื่องการจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าว่า "

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์เป็นข้อที่สามว่า โจทก์จำเลยตกลงจ่ายค่าจ้างกันเป็นเดือน แม้จะแบ่งจ่ายทุก 15 วันก็เป็นข้อตกลงในการสำรองจ่ายเงินเดือนไปก่อนเท่านั้นหาได้เป็นผลให้กลายเป็นการจ่ายค่าจ้างหรือเป็นการตกลงจ่ายค่าจ้างคราวละ 15 วันไม่เมื่อจำเลยบอกกล่าวเลิกจ้างโจทก์วันที่ 17 มกราคม 2527 การบอกเลิกสัญญาจึงจะมีผลเป็นการเลิกสัญญาจ้างในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2527จำเลยจึงต้องจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2527 เป็นจำนวน 60,000 บาท ตามคำฟ้อง ตามที่โจทก์อุทธรณ์ขึ้นมานี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์คงมุ่งหมายที่จะอุทธรณ์ว่า เมื่อกำหนดจำนวนค่าจ้างกันเป็นเดือน กำหนดการจ่ายค่าจ้างก็ต้องเป็นเดือนด้วย หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า กำหนดจ่ายสินจ้างคราวใดคราวหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 นั้นหมายถึงการจ่ายค่าจ้าง 30,000 บาท จะต้องถือเป็นคราวเดือนเท่านั้นคือคราวทุกวันสิ้นเดือนจะหมายถึงทุกวันที่ 15 หรือทุกวันสิ้นเดือน โดยจะถือเป็นสองคราวไม่ได้

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าปัญหาดังกล่าวนั้นศาลฎีกาเคยวินิจฉัยเป็นแบบอย่างไว้แล้วอันมีนัยว่า "คราวใดคราวหนึ่ง" และ "คราวถัดไปข้างหน้า" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 นั้น มีความหมายถึง "คราว"กำหนดจ่ายสินจ้าง "แต่ละคราว" โดยข้อเท็จจริงที่แยกกันจะรวมสองคราวมาเป็นคราวเดียวโดยถือจำนวนค่าจ้างที่ตกลงกันเป็นรายเดือนเป็นเกณฑ์ไม่ได้ ดังคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3058-3059/2527ฯ ดังนั้น เมื่อจำเลยบอกกล่าวเลิกสัญญาวันที่ 17 มกราคม 2527 ก่อนจะถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราววันสิ้นเดือนมกราคม 2527 ผลแห่งการบอกกล่าวจะให้เลิกสัญญาเมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้าจึงเป็นคราวันที่ 15กุมภาพันธ์ 2527 ซึ่งคดีนี้จำเลยได้จ่ายสินจ้างให้แก่โจทก์ครบจำนวนที่จะต้องจ่ายสำหรับคราววันสิ้นเดือนมกราคม 2527 จนถึงคราววันที่15 กุมภาพันธ์ 2527 อันเป็นเวลาเลิกสัญญาไปเลยทีเดียว แล้วปล่อยโจทก์ออกจากงานเสียในทันที จึงเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 แล้ว โจทก์หามีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างสำหรับเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ 2527 ไม่ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยความข้อนี้ชอบแล้วอุทธรณ์โจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน."

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
แหล่งที่มา
สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5737/2561

สัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา การบอกเลิกสัญญานั้นนายจ้างหรือลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้แต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่จำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งยินยอมตกลงหรืออนุมัติแต่อย่างใด แม้ตามสัญญาจ้างแรงง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4030/2561

แม้จำเลยที่ 1 มีอำนาจยุบรวมแผนกการเงินและแผนกบัญชีเข้าด้วยกันเป็นแผนกการเงินและบัญชีตามมติของคณะกรรมการบริหารของจำเลยที่ 1 เพื่อประสิทธิภาพและความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของจำเลยที่ 1 ตามข้อบังคับเกี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3600/2561

โจทก์ยื่นใบลาออกต่อจำเลยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2555 โดยระบุข้อความว่า วันสุดท้ายที่มาทำงาน คือ วันที่ 31 กรกฎาคม 2555 ถ้าเป็นไปได้ หรือในวันที่ 9 สิงหาคม 2555 อันมีความหมายว่าโจทก์ประสงค์ลาออกโดยให้มีผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13524/2557

โจทก์เป็นพนักงานการเงินของจำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่เก็บเงินค่าไฟฟ้าจากผู้ใช้ไฟฟ้า แต่ไม่ดำเนินการนำเงินค่าไฟฟ้าที่เก็บมาได้ฝากเข้าบัญชีของจำเลยในธนาคารด้วยตนเอง ให้ถูกต้องตามระเบียบการปฏิบัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1906/2556

การบอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อเลิกสัญญาจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสาม ที่ใช้ในขณะเกิดเหตุนั้น นายจ้างสามารถที่จะเลิกจ้างลูกจ้างโดยทำเป็นหนังสือหรือบอกเลิกจ้างลูกจ้างด้วยวาจาก็ได้ แต่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้