คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมฤดกนายพันธ์ สุวรรณสิทธิผู้เป็นปู่จากจำเลยผู้เป็นอาว์ โดยร้องขอว่าความอย่างคนอนาถา ศาลไต่สวนคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถา สั่งยกคำร้องแล้วโจทก์จึงได้นำค่าธรรมเนียมที่จะต้องเสียเมื่อเวลาฟ้องมาชำระ จำเลยต่อสู้หลายอย่างและตัดฟ้องว่า
โจทก์ฟ้องขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีนี้นายพันธ์เจ้ามฤดกตายเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๔๙๐ ต่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๔๙๑ โจทก์จึงมาร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา ศาลสั่งยกคำร้องเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๔๙๑ ครั้นวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๔๙๑ โจทก์จึงนำค่าธรรมเนียมศาลที่จะต้องชำระเมื่อเวลายื่นฟ้องมาชำระ ศาลจึงมีคำสั่งรับคำฟ้องโจทก์ในวันนั้น ดังนี้ต้องถือว่าฟ้องของโจทก์ได้ยื่นขึ้นมาเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๔๙๑ หาใช่วันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๔๙๑ ไม่ คดีจึงขาดอายุความมฤดก ๑ ปีแล้ว พิพากษาให้ยกฟ้อง ศาลอุทรธณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้พิจารณาพิพากษาใหม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาประชุมใหญ่ฉะเพาะปัญหาที่ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่าเรื่องนี้ศาลได้สั่งยกคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาเสียแล้ว การร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาในครั้งนั้น ก็เป็นอันหมดสิ้นไป โจทก์จะฟ้องหรือร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาใหม่ก็ต้องกระทำภายในกำหนดอายุความ คำพิพากษาฎีกาที่ศาลอุทรณ์ยกขึ้นอ้างมาเป็นเรื่องขยายเวลาตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๒๓ ส่วนอายุความมฤดกนั้น ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๗๕๔ ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนด ๑ ปี และ มาตรา ๑๙๑ บัญญัติว่า อายุความที่กฎหมายกำหนดไว้นั้นผู้ใดอาจขยายออกหรือย่นเข้าได้ไม่ ฟ้องส่วนใหญ่ของโจทก์ขาดอายุความแต่คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าได้ครอบครองทรัพย์อันดับ ๔ ร่วมกับจำเลยด้วย ถ้าโจทก์มีสิทธิรับมฤดกจริงก็ยังมีสิทธิขอแบ่ง ศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์เสียทั้งหมดยังไม่ต้องด้วยความเห็นศาลฎีกา
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ฉะเพาะทรัพย์อันดับ ๔ รายเดียว นอกนี้ยืนตามศาลชั้นต้น