Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1250/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

นาย ก. ได้ชักลากไม้ของกลางที่ถูกคนร้ายลักมาเข้าไปในบริษัทจำเลยที่ 1 แล้วเลื่อยตัดเป็นท่อนเพื่อดำเนินการผลิตไม้บางวีเนียร์ โดยมีคนงานถึง 10 คน และใช้เครื่องมือของจำเลยที่ 1 แม้จะเป็นเวลานอกเวลาปฏิบัติงานตามปกติ แต่จำเลยที่ 1ก็มียามตรวจตราอยู่ตลอดเวลา ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้คนหลายคนลักลอบเข้าไปใช้เครื่องมือของจำเลยที่ 1 ได้ การที่นาย ก.เข้าไปดำเนินการในบริษัทจำเลยที่ 1 ได้น่าจะมีกรรมการหรือผู้มีอำนาจในการดำเนินกิจการของจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีส่วนรู้เห็นและให้ความยินยอมมิใช่นาย ก. เข้าไปกระทำโดยพลการโดยที่บริษัทจำเลยที่ 1มิได้รับผลประโยชน์ด้วย พฤติการณ์แสดงว่าจำเลยที่ 1 รับเอาไม้ของกลางไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการลักทรัพย์ อันเป็นความผิดฐานรับของโจรแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกที่หลบหนีร่วมกันลักทรัพย์ไม้สักจำนวน 30 ท่อน ราคา 250,000 บาท ของห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงเลื่อยจักรย่งย้วน ผู้เสียหายหรือรับของโจร ไม้สักจำนวน10 ท่อน ราคา 40,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335(1)(7), 357 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11 คืนของกลางแก่ผู้เสียหายและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน210,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก

ลงโทษปรับ 10,000 บาทไม่ชำระค่าปรับให้ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับแทนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2คืนของกลางแก่ผู้เสียหาย คำขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 210,000 บาทแก่ผู้เสียหาย ให้ยกเสียเพราะจำเลยที่ 1 รับไว้แต่เพียงไม้ของกลางเท่านั้น และศาลได้สั่งคืนให้แก่ผู้เสียหายแล้วจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม้ของกลางของผู้เสียหายที่หายไปบางส่วนได้พบที่บริษัทจำเลยที่ 1 โดยตัดแบ่งเป็นท่อนย่อยและบางส่วนอยู่ในบ่อต้ม ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของการผลิตไม้บางวีเนียร์ของบริษัทจำเลยที่ 1 ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปตรวจไม้ของกลางในบริษัทจำเลยที่ 1 นายดาบตำรวจปรีชา

บุญถึง และนายดาบตำรวจบุญเสริม เปลี่ยนภักดี ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจอื่นได้อาศัยเรือหางยาวเป็นพาหนะไปตรวจบริเวณหน้าบริษัทจำเลยที่ 1 เห็นมีไม้ซุง 4 ท่อนในบริเวณนั้น จึงได้ซุ่มอยู่ ต่อมาได้มีการชักลากไม้ซุงเข้าไปในบริเวณบริษัทจำเลยที่ 1 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามเข้าไป ได้พบคน 10 คน กำลังชักลากและตัดไม้ซุงดังกล่าวและได้ตัดไม้ซุงออกเป็น 10 ท่อน บางส่วนได้ใส่ในบ่อต้มไม้ของจำเลยที่ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามเกี่ยวกับท่อนซุงดังกล่าวคนงานบอกว่านายกวงหรือเอี๋ยงกวงเป็นผู้นำไปให้บริษัทจำเลยที่ 1ขณะนั้นนายกวงหรือเอี๋ยงกวงอยู่ที่นั้นด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามนายกวงหรือเอี๋ยงกวงเกี่ยวกับหลักฐานการได้ไม้ท่อนซุงมานายกวงหรือเอี๋ยงกวงขอไปโทรศัพท์เพื่อนำหลักฐานมาแสดง และได้หลบหนีไป

ไม้ของกลางเป็นส่วนหนึ่งของไม้ท่อนซุงของผู้เสียหายที่ได้หายไป เห็นได้ว่า ในการชักลากไม้และเลื่อยตัดไม้ได้กระทำในบริษัทจำเลยที่ 1 มีคนงานถึง 10 คน และใช้เครื่องมือของจำเลยที่ 1แม้จะเป็นเวลานอกเวลาปฏิบัติงานตามปกติของพนักงานจำเลยที่ 1แต่จำเลยที่ 1 ก็มียามตรวจตราอยู่ตลอดเวลาย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้คนหลายคนลักลอบเข้าไปใช้เครื่องมือของจำเลยที่ 1ดำเนินการบางขั้นตอนในการผลิตไม้บางวีเนียร์ การที่นายกวงหรือเอี๋ยงกวงเข้าไปดำเนินการในบริษัทจำเลยที่ 1 ได้ น่าจะมีกรรมการหรือผู้มีอำนาจในการดำเนินกิจการของจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีส่วนรู้เห็นและยินยอมให้ดำเนินการผลิตไม้บางวีเนียร์ มิใช่นายกวงหรือเอี๋ยงกวงเข้าไปกระทำโดยพลการโดยที่บริษัทจำเลยที่ 1 มิได้รับผลประโยชน์ด้วย

พฤติการณ์ต่าง ๆ ตามพยานหลักฐานโจทก์แสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 1 รับเอาไม้ของกลางไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการลักทรัพย์ การที่จำเลยที่ 1 เป็นบริษัทใหญ่มีทุนทรัพย์มาก ได้ผลิตไม้บางวีเนียร์ขายในต่างประเทศ ยังได้รับการส่งเสริมการลงทุนและได้รับอนุญาตจากกรมศุลกากร ให้จัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน โดยมีเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรควบคุม และการผลิตจะต้องได้รับอนุมัติจากเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรซึ่งมีประจำที่บริษัทจำเลยที่ 1 นั้น ไม่เป็นพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 มิได้กระทำผิดในคดีนี้เพราะการชักลากและเลื่อยไม้รายนี้เป็นการกระทำนอกเวลาการปฏิบัติงานตามปกติของจำเลยที่ 1 และการกระทำผิดกฎหมายนั้นไม่มีใครจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ ถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรมาตรวจตราก็ดี เมื่อนอกเวลาปฏิบัติงานก็มิได้ตรวจสอบควบคุมอยู่ เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมก็อาจไม่พบเห็นการกระทำผิดได้ พยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 ไม่สามารถหักล้างพยานโจทก์ได้ คดีฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ผิดฐานรับของโจรพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้