คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๐๗ มีผู้ร้ายลักโคของนายจีดไป ต่อมาวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๐๗ เจ้าทรัพย์กับพวกพบโคที่ถูกคนร้ายลักอยู่ในความครอบครองของจำเลย โดยจำเลยนำโคนั้นมาให้เจ้าทรัพย์เพื่อเอาเงิน ๘๐๐ บาทจากเจ้าทรัพย์เป็นค่าไถ่ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕,๓๓๗
จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้รับโคของเจ้าทรัพย์ไว้ โคติดฝูงของจำเลยไปเอง จำเลยนำมาคืนโดยไม่ได้เรียกร้องค่าไถ่แต่อย่างใด ศาลชั้นต้นฟังว่าโคของเจ้าทรัพย์ติดฝูงโคของจำเลยไป จำเลยเอาไว้โดยทุจริต ย่อมมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕ ลดโทษแล้ว พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๖ เดือน
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโคของผู้เสียหายตามโคตัวเมียในฝูงโคของจำเลยไป จำเลยมาบอกผู้เสียหายให้ไปเอาโคคืน โดยจำเลยขอเงินจากผู้เสียหาย ผู้เสียหายตกลงให้เงินจำเลยแล้วจำเลยคืนโคให้ ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยลักโคของผู้เสียหายไป หรือผู้อื่นลักไปแล้วจำเลยรับไว้ พิพากษายกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามวันเวลาโจทก์หา พยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าได้มีคนร้ายลักโคของผู้เสียหายไป ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าโคของผู้เสียหายติดฝูงโคของจำเลยไป การที่จำเลยรับเงินค่าไถ่โคจากผู้เสียหาย แม้ด้วยเจตนาทุจริต และคืนโคให้ผู้เสียหายไป ก็ไม่เป็นความผิดฐานรับของโจร เพราะฟังไม่ได้เสียแล้วว่า โคของผู้เสียหายถูกคนร้ายลักไป แล้วจำเลยรับไว้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน