Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1249/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ครอบครองที่นาพิพาท 30-40 ปี อยู่ตำบลหนึ่ง จำเลยที่ 1, 2 อยู่อีกตำบลหนึ่งไม่เคยมาเกี่ยวข้องกับที่พิพาทเลย โจทก์จำเลยที่ 1 ไปแจ้งว่าโฉนดที่พิพาทหายไป ขอใบแทน แล้วจำเลยที่ 1 รีบไปรับเอาใบแทนไปเสียก่อน แล้วจำเลยที่ 1, 2 ทำรับมรดกและทำจำนองไม่เคยขอดูหลักฐานหนังสือสำคัญว่าที่ที่รับจำนองมีเนื้อที่เท่าใดมีชื่อใครเป็นเจ้าของผู้ครอบครองอยู่ และมิได้ตรวจดูสภาพของที่ที่รับจำนองก่อนว่าจะคุ้มกับจำนวนเงินหรือไม่ การกระทำของจำเลยที่ 1, 2 เพื่อให้ได้มาซึ่งใบแทนโฉนด โอนรับมรดกเป็นไปในลักษณะช่วงชิงฉวยโอกาส และทำจำนองในวันเดียวกัน โดยพฤติการณ์และเหตุผลส่อแสดงให้เห็นว่า จำเลยทั้งสามได้รู้เห็นร่วมกันมาตลอดเรื่อง อันเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ทำให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พิพาทได้รับความเสียหายชอบที่ศาลจะเพิกถอนสัญญาจำนองระหว่างจำเลยทั้งสามเสียได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองโดยไม่ทราบว่าโฉนดที่ดินสูญหายไปเมื่อใด ปรากฏว่าที่พิพาทมีชื่อมารดาโจทก์จำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โจทก์และจำเลยได้ไปแจ้งขอใบแทนโฉนด และจำเลยที่ 1 ตกลงจะโอนโฉนดให้โจทก์ แต่แล้วจำเลยที่ 1 และ 2 กลับไปขอรับโอนมรดกและทำจำนองให้แก่จำเลยที่ 3ในวันเดียวกันนั้น เป็นการกระทำไม่สุจริตทำให้โจทก์ทั้ง 2 ซึ่งอยู่ในฐานะจดทะเบียนสิทธิได้ก่อนเสียเปรียบ ขอให้ศาลเพิกถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองแทน และสั่งเพิกถอนการจำนองระหว่างจำเลยทั้งสามจำเลยที่ 1, 2 ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ โจทก์ขอซื้อที่พิพาทจากจำเลย แต่เมื่อจำเลยไปขอรับเงินค่าที่ดิน

โจทก์ปิดพลิ้วจะโกงเอาที่พิพาท จำเลยที่ 1, 2 มีความจำเป็นต้องใช้เงิน จึงจำนองที่พิพาทกับจำเลยที่ 3 และได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานโดยสุจริต ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การว่า ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1, 2จำเลยที่ 3 รับจำนองไว้โดยสุจริต ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า รูปคดีเชื่อตามที่จำเลยนำสืบในฐานะที่จำเลยเป็นเจ้าของโฉนด จำเลยจึงได้รับข้อสันนิษฐานจากกฎหมายดีกว่าโจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ทั้งสองได้ครอบครองที่พิพาทมาเป็นเวลา 30 - 40 ปี โดยจำเลยไม่เคยเกี่ยวข้อง โจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์โจทก์จำเลยที่ 1 ไปแจ้งเรื่องโฉนดหายและกำหนดที่จะรับใบแทนจำเลยไปช่วงชิงฉวยโอกาสไปรับใบแทนโฉนดและรับมรดกเสีย เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต

การที่จำเลยหาจำนองต่อไปกับจำเลยที่ 3 จึงเป็นการกระทำโดยทุจริต แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 ได้รับจำนองไว้โดยล่วงรู้ถึงความไม่สุจริตของจำเลยที่ 1, 2 พิพากษาแก้ว่าโจทก์ที่ 1, 2เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ให้เพิกถอนชื่อจำเลยที่ 1, 2 ออกจากโฉนด ใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองแทนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 1, 2 ทำสัญญาจำนองโดยไม่สุจริตส่วนจำเลยที่ 3 ตามพฤติการร์ปรากฏว่า จำเลยที่ 1, 2 มากู้เงินจำเลยที่ 3เพียงครั้งเดียวก็ตกลงนัดวันไปทำสัญญาจำนองกันเลย ดูไม่สมเหตุผลพอที่จะเชื่อได้ว่าเป็นการกระทำโดยบริสุทธิใจ เพราะจำนวนเงินมาก จำเลยที่ 3 ไม่สนใจที่จะขอดูหลักฐานว่าโฉนดมีชื่อใครเป็นเจ้าของ

ผู้ใดครอบครองอยู่ ทั้งมิได้ตรวจดูสภาพของที่นาก่อนว่าจะคุ้มกับจำนวนเงินหรือไม่ ฐานะของจำเลยที่ 1 ก็ไม่ควรที่จำเลยที่ 3 จะเชื่อถือ การกู้เงินก็ไม่ปรากฏว่าได้พูดจาตกลงกันเรื่องผลประโยชน์หรือดอกเบี้ยแต่กลับไปปรากฏในสัญญาจำนอง เมื่อปรากฏว่าการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งใบแทนโฉนด โอนรับมรดกเป็นไปในลักษณะช่วงชิงฉวยโอกาสและทำจำนองในวันนั้นเองแล้ว โดยพฤติการณ์และเหตุผลส่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสามได้รู้เห็นร่วมกันมาตลอดเรื่องเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ทำให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พิพาทได้รับความเสียหาย ชอบที่ศาลจะเพิกถอนสัญญาจำนองระหว่างจำเลยทั้งสามเสียได้พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้เพิกถอนสัญญาจำนองที่พิพาทระหว่างจำเลยที่ 1, 2 กับจำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พยุง วัฒนสิงหะ · พจน์ ปุษปาคม · วงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2568

โจทก์แถลงนำยึดทรัพย์ของจำเลยรวมทั้งที่ดินพิพาท ณ ที่ทำการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ปิดประกาศยึดทรัพย์ ณ ที่ตั้งท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2568

การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะที่ตนเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดกไม่จำต้องได้รับความยิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1649/2567

ป.พ.พ. มาตรา 1566 และมาตรา 1574 ให้อำนาจผู้ใช้อำนาจปกครองทำนิติกรรมใด ๆ อันเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ได้เว้นแต่นิติกรรมบางประเภทผู้ใช้อำนาจปกครองต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนจึงจะทำนิติกรรมแทนผู้เยาว์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4887/2566

เมื่อผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของตนเองในฐานะทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่โดยทั่วไปของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4187/2566

จำเลยที่ 2 ทำนิติกรรมรับซื้อฝากที่ดินพิพาทจาก จ. โดยไม่สุจริต โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมอันอยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนเสียเปรียบ โจทก์ทั้งสามย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการโอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้