Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1246/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การจัดบริการนำเที่ยวโดยวิธีขายบัตรนำเที่ยว ไม่ว่าโจทก์ขายบัตรนำเที่ยวให้แก่สำนักงานท่องเที่ยวหรือเป็นเรื่องสำนักงานท่องเที่ยวทำหน้าที่เพียงเป็นตัวแทนโจทก์ในการขายบัตรนำเที่ยว โจทก์ก็จะต้องจ่ายผลประโยชน์ให้แก่สำนักงานท่องเที่ยวผลประโยชน์ซึ่งได้แก่ผลต่างของราคาในบัตรนำเที่ยวกับราคาที่โจทก์คิดกับสำนักงานท่องเที่ยวก็คือค่าใช้จ่ายในการขายบัตรนำเที่ยวของโจทก์ ราคาตามบัตรนำเที่ยวจึงเป็นส่วนที่โจทก์ได้รับหรือพึงได้รับต้องถือว่าเป็นรายรับของโจทก์ทั้งหมดตามความใน มาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร โจทก์ต้องคำนวณรายรับของโจทก์ตามความเป็นจริงที่ปรากฏราคาในบัตรนำเที่ยว จะคำนวณรายรับจากราคาที่คิดจากสำนักงานท่องเที่ยวไม่ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 79

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ มีหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๐ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๐ รวมเงินเพิ่มเป็นเงิน ๓๖,๘๙๐ บาท ๓๖ สตางค์กับมีหนังสือแจ้งประเมินภาษีการค้าให้โจทก์ชำระภาษีการค้าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มรวม ๑๑๕,๕๒๕ บาท ๘๒ สตางค์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์คัดค้านการประเมินดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ แต่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีมติให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ ซึ่งโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้อง จึงขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ จำเลยทั้งสี่ให้การว่าการประเมินภาษีของเจ้าพนักงานชอบแล้วขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า รายรับของโจทก์คือจำนวนเงินที่สำนักงานท่องเที่ยวชำระให้ ส่วนลดจึงไม่ใช่รายรับของโจทก์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๙ แห่งประมวลรัษฎากร การที่จำเลยนำส่วนลดมาคำนวณเพื่อให้โจทก์เสียภาษีการค้าโดยถือเป็นรายรับของโจทก์ จึงเป็นการประเมินภาษีการค้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายพิพากษาแก้เป็นว่าคำสั่งเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ให้นำค่าส่วนลดในการที่โจทก์ขายบัตรให้สำนักงานท่องเที่ยวมาคำนวณเป็นรายได้ของโจทก์เพื่อให้โจทก์เสียภาษีการค้านั้นให้ยก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสี่ฎีกา ในปัญหาที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาว่า การที่จำเลยนำส่วนลดในการขายบัตรนำเที่ยวให้แก่สำนักงานท่องเที่ยวมาคำนวณเพื่อให้โจทก์เสียภาษีการค้าโดยถือว่าเป็นรายรับของโจทก์ชอบด้วยมาตรา ๗๙ จัตวาแห่งประมวลรัษฎากรหรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่ว่าโจทก์จะขายบัตรนำเที่ยวให้แก่สำนักงานท่องเที่ยวโดยให้สำนักงานท่องเที่ยวไปขายให้แก่ชาวต่างประเทศเองดังโจทก์อ้างหรือจะเป็นเรื่องสำนักงานท่องเที่ยวทำหน้าที่เพียงเป็นตัวแทนโจทก์ในการขายบัตรนำเที่ยวก็ตาม ก็จะเห็นได้ชัดว่าหากโจทก์จะทำหน้าที่ขายบัตรนำเที่ยวให้แก่ชาวต่างประเทศเสียเองโดยตรงโจทก์จะต้องเสียค่าใช้จ่ายและอาจจะมากกว่ามอบให้สำนักงานท่องเที่ยวซึ่งมีความชำนาญในการขายบัตรนำเที่ยวมากกว่า

เพราะสำนักงานท่องเที่ยวเหล่านั้นย่อมจะไม่ได้ขายบัตรนำเที่ยวเฉพาะของโจทก์แต่จะขายรวมทั้งของผู้อื่นด้วย ดังนั้น การที่โจทก์มอบให้สำนักงานท่องเที่ยวขายให้ต่อ จะเป็นโดยสำนักงานท่องเที่ยวมาเอาไปขายเองหรือโดยโจทก์มอบให้ขายโจทก์ก็จะต้องจ่ายผลประโยชน์ให้แก่สำนักงานท่องเที่ยวอย่างไม่มีปัญหา ผลประโยชน์ซึ่งได้แก่ผลต่างของราคาในบัตรนำเที่ยวกับราคาที่โจทก์คิดกับสำนักงานท่องเที่ยว ก็คือค่าใช้จ่ายในการขายบัตรนำเที่ยวของโจทก์ หรือนัยหนึ่งคือค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดการของโจทก์นั่นเอง จะเห็นได้ว่าโจทก์จะขายบัตรนำเที่ยวเองหรือให้สำนักงานท่องเที่ยวเป็นผู้ขาย โจทก์ก็คงขายบัตรนำเที่ยวรายพิพาทในราคา ๓๘๐ บาท ราคาตามบัตรนำเที่ยว ๓๘๐ บาท จึงเป็นส่วนที่โจทก์ได้รับหรือพึงได้รับต้องถือว่าเป็นรายรับของโจทก์ทั้งหมดตามความหมายในมาตรา ๗๙ แห่งประมวลรัษฎากรโจทก์หาชอบที่จะไม่นำผลต่างของราคาบัตรนำเที่ยวกับราคาที่โจทก์คิดจากสำนักงานท่องเที่ยวมาคำนวณเป็นรายรับไม่โจทก์จึงต้องคำนวณรายรับของโจทก์ในส่วนนี้ตามความเป็นจริงที่ขายให้แก่ผู้ท่องเที่ยวดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๙ จัตวาแห่งประมวลรัษฎากรตามที่จำเลยทั้งสี่ฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์รวมทั้งที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ให้นำค่าส่วนลดในการที่โจทก์ขายบัตรนำเที่ยวให้สำนักงานท่องเที่ยวมาคำนวณเป็นรายรับของโจทก์เพื่อให้โจทก์เสียภาษีการค้าด้วย นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายปรีดี รุ่งวิสัย
ศาลอุทธรณ์ - นายเดชา สุวรรณโณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1542/2566

เมื่อคดีฟังได้ว่า โจทก์มิได้เป็นผู้ให้บริการในการที่ผู้เอาประกันภัยเข้าทำสัญญาประกันภัยกับบริษัทผู้รับประกันภัยต่อ โจทก์จึงมิได้เป็นตัวกลางผู้ชี้ช่องหรือจัดการให้บุคคลผู้เอาประกันภัยทำสัญญาประกันภัยกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5659/2561

การจะพิจารณาว่ากิจกรรมของโจทก์เป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการขายหรือเพื่อรับจ้างให้บริการโฆษณาสินค้าให้แก่บริษัท ต. ควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์สำคัญของการจัดกิจกรรมของโจทก์ ซึ่งตามพยานหลักฐานเห็นได้ว่า โจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1104/2561

ป.รัษฎากร มาตรา 79 บัญญัติว่า ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าและการให้บริการได้แก่ มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าและการให้บริการ รวมทั้งภาษีสรรพสามิตตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 77/…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5552/2560

โจทก์รับจ้างก่อสร้างอาคารให้แก่ผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างชำระค่าจ้างก่อสร้างให้โจทก์เพียงบางส่วนคงเหลือค่าจ้างค้างชำระ 87,602,523.10 บาท ต่อมาโจทก์กับผู้ว่าจ้างทำบันทึกข้อตกลงลดหนี้เงินค่าก่อสร้างลงเหลือ 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12873/2558

ป.รัษฎากร มาตรา 77/1 (10) บัญญัติว่า "บริการ" หมายความว่า "การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า..." โจทก์รับจ้างยึดรถที่ผิดสัญญาเช่าซื้อจากบริษัทผู้ให้เช่าซื้อ กำหนดอัตราค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้