Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1246/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาทุกประเภท จะเป็นสัญญาในเรื่องใด ๆ ก็ตาม ที่สามีภริยาได้ทำต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยาแม้จะไม่เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา สามีย่อมบอกล้างสัญญานั้นเสียในเวลาใด ๆ ก็ได้ ระหว่างที่ยังเป็นสามีภริยากันอยู่ ไม่มีกฎหมายบังคับว่าจะต้องบอกล้างก่อนถูกภริยาฟ้อง การที่สามียื่นคำร้องต่อศาลขอบอกล้างสัญญาดังกล่าวที่ภริยานำมาฟ้อง ในคำร้องขอให้ศาลส่งสำเนาคำร้องให้ภริยาด้วย และภริยาได้รับสำเนาคำร้องแล้วเท่ากับภริยาได้รับคำบอกล้างสัญญาจากสามีโดยตรง การบอกล้างจึงชอบด้วยกฎหมาย และย่อมมีผลให้สัญญาสิ้นความผูกพันเสมือนหนึ่งสามีภริยาไม่เคยทำสัญญาไว้ต่อกันเลย จึงไม่มีทางจะบังคับให้สามีปฏิบัติตามสัญญาในช่วงระยะเวลาก่อนบอกล้างได้อีก อำนาจฟ้องคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ให้การต่อสู้ไว้ ศาลก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 24/2509)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากัน มีบุตร ๒ คน จำเลยผิดสัญญาไม่ยอมให้ค่าเลี้ยงดู ขอให้ศาลบังคับ

จำเลยให้การว่า จำเลยได้ส่งเงินให้โจทก์ทุกเดือน คงค้างแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๐๕ มาเท่านั้น ขอชำระให้เดือนละ ๓๐๐ บาท ศาลกะประเด็นให้จำเลยนำสืบก่อนต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่า โจทก์จำเลยยังเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาขณะเป็นสามีภริยากัน จำเลยขอบอกล้างสัญญา ถือว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงินค่าเลี้ยงดูบุตรแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา คดีมีปัญหาว่า จำเลยจะบอกล้างสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๔๖๑ ได้หรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า คำว่า"สัญญาใด" ตามมาตรา ๑๔๖๑ นี้ หมายถึงสัญญาทุกประเภทที่สามีภริยาได้ทำต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยากัน เพราะมิได้มีบทบัญญัติระบุไว้โดยเฉพาะเจาะจงว่าจะต้องเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาเท่านั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสัญญาที่โจทก์จำเลยทำต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยากัน จะเป็นสัญญาในเรื่องใดก็ตาม เมื่อโจทก์จำเลยยังเป็นสามีภริยากันอยู่ จำเลยย่อมใช้สิทธิบอกล้างสัญญานี้ได้

ปัญหาต่อไปมีว่า การบอกล้างไม่ได้บอกล้างต่อโจทก์โดยตรง จะมีผลหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า การบอกล้างสัญญาตามมาตรา ๑๔๖๑ นี้ สามีหรือภริยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะบอกล้างเสียในเวลาใดก็ได้ ระหว่างที่ยังเป็นสามีภริยากันอยู่ ทั้งไม่มีกฎหมายบังคับว่าจะต้องบอกล้างก่อนถูกอีกฝ่ายหนึ่งฟ้อง การที่จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลขอบอกล้างสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องก็เพราะโจทก์ได้นำคดีมาสู่ศาลแล้ว ในคำร้องของจำเลยก็ขอให้ศาลส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์ และโจทก์ก็ได้รับสำเนาคำร้องของจำเลยแล้ว ผลก็เท่ากับโจทก์ได้รับคำบอกล้างสัญญาจากจำเลยโดยตรง การบอกล้างของจำเลยจึงชอบด้วยกฎหมาย และที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แม้จะสมมุติว่าจำเลยบอกล้างได้ การบอกล้างจะมีผลตั้งแต่วันที่จำเลยบอกล้างเป็นต้นไป หากระทำให้ข้อตกลงที่มีอยู่ในสัญญาก่อนบอกล้างหมดความผูกพันไปแต่อย่างใดไม่

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะการบอกล้างสัญญาย่อมมีผลให้สัญญาที่ทำไว้ต่อกันสิ้นความผูกพัน เสมือนหนึ่งโจทก์จำเลยไม่เคยทำสัญญาไว้ต่อกันเลย จึงไม่มีทางจะบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาในช่วงระยะเวลาก่อนบอกล้างได้อีก ปัญหาต่อไปศาลฎีกาเห็นว่า แม้ในชั้นต้นประเด็นมีเพียงประเด็นเดียวว่า จำเลยค้างชำระเงินตามสัญญาหรือไม่ก็ดี แต่เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอบอกล้างสัญญา ก็ทำให้เกิดประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ขึ้นมาว่า เมื่อสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องถูกบอกล้างเสียแล้ว โจทก์จะมีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีต่อไปหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า อำนาจฟ้องคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ให้การต่อสู้ไว้ ศาลก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายชวน พูนคำ
ศาลอุทธรณ์ - นายปาลพันธุ์ ปาณิกบุตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้