Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1244/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกจากที่ดินและบ้านซึ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าวพร้อมเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 36,000 บาท จำเลยไม่ยื่นคำให้การ และโจทก์บรรยายฟ้องว่าที่ดินและบ้านดังกล่าวหากให้ผู้อื่นเช่าจะได้ค่าเช่าเดือนละ 4,500 บาท คดีของโจทก์จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท โจทก์และจำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอแสดงอำนาจพิเศษว่าไม่ใช่บริวารของจำเลย โดย ท. ยกที่ดินและบ้านดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องทั้งสองในฐานะบุตรสาวและบุตรเขย และศาลชั้นต้นงดการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง และมีคำสั่งให้เพิกถอนการบังคับคดีบ้านของผู้ร้องทั้งสอง เท่ากับศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยแล้วว่าผู้ร้องทั้งสองไม่เป็นบริวารของจำเลย และศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีระหว่างโจทก์และผู้ร้องทั้งสองจึงเป็นคดีเกี่ยวกับการบังคับวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของจำเลยผู้ถูกฟ้องขับไล่ซึ่งอยู่บนอสังหาริมทรัพย์ และคดีระหว่างโจทก์จำเลยเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งคู่ความในคดีฟ้องขับไล่นั้นต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสอง เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นไม่ว่าศาลจะฟังว่าบุคคลดังกล่าวสามารถแสดงอำนาจพิเศษให้ศาลเห็นได้หรือไม่คดีเกี่ยวกับการบังคับวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของจำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสาม

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2549 โดยจำเลยและบริวารยอมรับว่าอยู่อาศัยในที่ดิน น.ส.3 เล่ม 1 หน้า 158 สารบบเลขที่ 209 ตำบลห้วยชัน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี และบ้านเลขที่ 65/1 ซึ่งเป็นบ้านเลขที่เดียวกันกับบ้านเลขที่ 65/3 และปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว จำเลยขอเช่าที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวเป็นเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นต้นไป โดยชำระค่าเช่าเป็นงวด หากผิดนัดงวดใดถือว่าผิดนัดทั้งหมด ให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที จำเลยชำระค่าเช่าให้แก่โจทก์เพียง 2 งวด ศาลชั้นต้นจึงตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่โจทก์ขอ เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปิดประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี ณ บ้านเลขที่ 65/3 เพื่อแจ้งให้ผู้ที่ไม่ใช่บริวารของจำเลยยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายใน 8 วัน

ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า ที่ดินและบ้านดังกล่าวเป็นของผู้ร้องทั้งสอง ผู้ร้องทั้งสองไม่ได้อาศัยโจทก์จำเลยอยู่ในที่ดินและบ้านดังกล่าว ผู้ร้องทั้งสองไม่ใช่บริวารของจำเลย นายทองใบ ได้ยกที่ดินและบ้านดังกล่าวให้ผู้ร้องทั้งสองในฐานะบุตรสาวและบุตรเขย ผู้ร้องทั้งสองครอบครองที่ดินและบ้านดังกล่าวโดยสงบ เปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของ ตนได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านดังกล่าวโดยการครอบครองปรปักษ์ โจทก์ไม่มีสิทธิบังคับคดีให้ผู้ร้องทั้งสองออกไปจากที่ดินและบ้านดังกล่าวขอให้ยกคำขอบังคับคดีของโจทก์ โจทก์ยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นให้โจทก์และผู้ร้องทั้งสองจัดทำแผนที่พิพาทซึ่งโจทก์และผู้ร้องทั้งสองยอมรับว่าแผนที่พิพาทที่เจ้าพนักงานที่ดินจัดทำถูกต้องและโจทก์รับว่าบ้านเลขที่ 65/3 อยู่นอกเขตที่ดินของโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดการไต่สวนคำร้อง และมีคำสั่งว่าแม้โจทก์และจำเลยจะรับว่า บ้านเลขที่ 65/1 กับ 65/3 เป็นบ้านหลังเดียวกันที่ปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมคำพิพากษาดังกล่าวมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความ จึงใช้ยันผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ และสามารถพิสูจน์ได้ว่าบ้านเลขที่ 65/3 ของผู้ร้องทั้งสองไม่ได้อยู่ในที่ดินของโจทก์ จึงเพิกถอนการบังคับคดีบ้านดังกล่าว ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองฝ่ายให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกจากที่ดินและบ้านซึ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าวพร้อมเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 36,000 บาท จำเลยไม่ยื่นคำให้การ และโจทก์บรรยายฟ้องว่าที่ดินและบ้านดังกล่าวหากให้ผู้อื่นเช่าจะได้ค่าเช่าเดือนละ 4,500 บาท คดีของโจทก์จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทโจทก์และจำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอแสดงอำนาจพิเศษว่าไม่ใช่บริวารของจำเลย โดยนายทองใบ ยกที่ดินและบ้านดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องทั้งสองในฐานะบุตรสาวและบุตรเขย และศาลชั้นต้นงดการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง และมีคำสั่งให้เพิกถอนการบังคับคดีบ้านของผู้ร้องทั้งสองเท่ากับศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยแล้วว่าผู้ร้องทั้งสองไม่เป็นบริวารของจำเลยและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

คดีระหว่างโจทก์และผู้ร้องทั้งสองจึงเป็นคดีเกี่ยวกับการบังคับวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของจำเลยผู้ถูกฟ้องขับไล่ซึ่งอยู่บนอสังหาริมทรัพย์และคดีระหว่างโจทก์จำเลยเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทซึ่งคู่ความในคดีฟ้องขับไล่นั้นต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นไม่ว่าศาลจะฟังว่าบุคคลดังกล่าวสามารถแสดงอำนาจพิเศษให้ศาลเห็นได้หรือไม่ คดีเกี่ยวกับการบังคับวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของจำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสาม

ที่โจทก์ฎีกาว่า ผู้ร้องทั้งสองไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษในบ้านเลขที่ 65/1 หรือ 65/3 การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านนั้นไม่จำเป็นต้องปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์ โจทก์ก็สามารถเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านได้ เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสาม ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

อนึ่ง คดีระหว่างผู้ร้องทั้งสองกับโจทก์เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ต้องเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท ตามตาราง 1 (2) (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์จำนวน 13,175 บาท จึงเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เกินมา สมควรสั่งคืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกินแก่โจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาของโจทก์ ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทะรณ์ส่วนที่เกิน 200 บาท และคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูพงศ์ รุจิกัณหะ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล · สมควร วิเชียรวรรณ
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้