Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1658(2) มิได้บัญญัติว่ากรมการอำเภอต้องจดข้อความในพินัยกรรมด้วยตนเอง ปลัดอำเภอผู้ทำหน้าที่กรมการอำเภอตามมาตรานี้ย่อมใช้ให้คนอื่นจดแทนได้ ส่วนอนุมาตรา 4 ของมาตรานี้ที่ว่าให้กรมการอำเภอจดลงไว้ด้วยตนเองเป็นสำคัญว่าพินัยกรรมนั้นได้ทำขึ้นถูกต้องตามบทบัญญัติอนุมาตรา 1 ถึง 3 นั้น เมื่อพินัยกรรมมีข้อความดังกล่าวเป็นตัวอักษรแบบพิมพ์ และปลัดอำเภอก็ได้ลงลายมือชื่อและประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญท้ายข้อความนี้ย่อมถือได้ว่าเป็นข้อความที่ปลัดอำเภอจดลงไว้ด้วยตนเอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นางประกอบ หนูนิมิตร ป้าของโจทก์ได้แต่งงานอยู่กินกับจำเลยเมื่อประมาณ ๓๐ ปีเศษมานี้ ไม่มีบุตรด้วยกันนางประกอบมีสินเดิมฝ่ายเดียว ระหว่างอยู่กินด้วยกันนางประกอบซื้อที่ดินโฉนดที่ ๒๓๗๒ เนื้อที่ ๒ ไร่ ๓ งาน ๖๘ ตารางวา ลงชื่อนางประกอบและจำเลยเป็นเจ้าของและได้จำนองไว้กับผู้อื่น นางประกอบตายแล้ว ก่อนตายได้ทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองยกที่ดินโฉนดที่ ๒๓๗๒ ให้โจทก์ พินัยกรรมนี้จึงสมบูรณ์เฉพาะส่วนที่เป็นที่ดินของนางประกอบ ขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดที่ ๒๓๗๒ ครึ่งหนึ่งให้จำเลยแบ่งให้ ถ้าไม่ตกลงกันในการกำหนดเขตก็ให้นำออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้จำนองก่อนเหลือเท่าใดให้แบ่งกัน

จำเลยให้การว่า จำเลยกับนางประกอบแต่งงานกันเมื่อประมาณ ๓๗ ปีมาแล้ว นางประกอบไม่มีสินเดิม จำเลยมีสินเดิมคือเรือน ๑ หลังราคา ๒๐๐ บาท ที่ดินโฉนดที่ ๒๓๗๒ นั้นจำเลยกับนางแปลงได้รับมรดกจากนางปริก ต่อมานางแปลงยกส่วนของนางแปลงให้จำเลย จำเลยจึงลงชื่อนางประกอบเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลย พินัยกรรมที่นางประกอบทำไว้ไม่สมบูรณ์และเป็นโมฆะ และนางประกอบไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมยกที่ดินเกินกว่าส่วนที่นางประกอบมีอยู่เพียง ๑ ใน ๓

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ตามพินัยกรรมในที่ดินพิพาท ๑ ใน ๓ ส่วนให้จำเลยแบ่งให้โจทก์ ถ้าแบ่งกันเองไม่ได้ให้ประมูลระหว่างกันเอง ถ้ายังไม่ตกลงกันอีกก็ให้ขายทอดตลาดแบ่งกัน โจทก์จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า

ที่จำเลยฎีกาว่านางประกอบไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมยกที่ดินทั้งแปลงอันมิใช่เป็นของนางประกอบแต่ผู้เดียวให้แก่โจทก์นั้นเมื่อนางประกอบเป็นเจ้าของอยู่บางส่วนพินัยกรรมของนางประกอบจึงสมบูรณ์เฉพาะส่วนในที่ดินอันเป็นของนางประกอบ

ที่จำเลยฎีกาว่า พินัยกรรมทำเป็นเอกสารฝ่ายเมือง นายโสภณปลัดอำเภอผู้ทำพินัยกรรมมิได้เป็นผู้เขียนเอง ข้อความรับรองว่าพินัยกรรมทำขึ้นถูกต้องตามอนุมาตรา ๑ ถึง ๓ ของมาตรา ๑๖๕๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นายโสภณก็มิได้เป็นผู้เขียนเองนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕๘ อนุมาตรา ๒ มิได้บัญญัติว่ากรมการอำเภอต้องจดข้อความในพินัยกรรมด้วยตนเอง ฉะนั้น นายโสภณย่อมใช้ให้คนอื่นจดแทนได้ ส่วนมาตรา ๑๖๕๘ อนุมาตรา ๔ ที่บัญญัติไว้ให้กรมการอำเภอจดลงไว้ด้วยตนเองเป็นสำคัญว่าพินัยกรรมนั้นได้ทำขึ้นถูกต้องตามบทบัญญัติอนุมาตรา ๑ ถึง ๓ นั้น เห็นว่าเมื่อมีข้อความดังกล่าวเป็นตัวอักษรแบบพิมพ์และนายโสภณก็ได้ลงลายมือชื่อประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญท้ายข้อความนี้ จึงถือได้ว่าเป็นข้อความที่นายโสภณจดไว้ด้วยตนเองพินัยกรรมนี้จึงสมบูรณ์ตามกฎหมาย

ปัญหาต่อไปมีว่า นางประกอบมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทถึงครึ่งหนึ่งหรือไม่ ศาลฎีกาฟังว่านางประกอบและจำเลยต่างมีสินเดิมและอยู่กินเป็นสามีภริยากันมาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ การคิดส่วนแบ่งอันเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับนางประกอบจึงต้องเป็นไปตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย กล่าวคือจำเลยได้ ๒ ส่วน นางประกอบได้ ๑ ส่วน ส่วนของนางประกอบตกได้แก่โจทก์ตามพินัยกรรม

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ บุปผเวส · วินัย ทองลงยา · สนับ คัมภีรยส
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสุรเจตน์ วิชิตชลชัย
ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้