Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อปรากฏว่าจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทรวมกับโจทก์ที่ปลูกอยู่บนที่ดิน 2 แปลง ซึ่งมีรั้วล้อมรอบที่ดินโดยที่ดินแปลงหนึ่งจำเลยได้รับการยกให้จากมารดา อีกแปลงหนึ่งคือที่ดินพิพาท ซึ่งโจทก์ได้รับยกให้จากน้องชายจำเลยโดยมีข้อแลกเปลี่ยนให้โจทก์ยอมรับบุตรของน้องชายจำเลยเป็นบุตรของโจทก์ ตามพฤติการณ์ดังกล่าวแม้โจทก์จะมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแต่ผู้เดียวก็ตาม แต่โจทก์ได้ที่ดินพิพาทมาในระหว่างที่อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยโดยได้รับการยกให้จากน้องชายจำเลยด้วยความสัมพันธ์และข้อแลกเปลี่ยนระหว่างบุคคลในครอบครัว ทั้งสองฝ่ายได้ครอบครองร่วมกันมาระหว่างอยู่กินด้วยกัน ถือว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน โจทก์จำเลยจึงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทร่วมกันคนละครึ่ง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 27556 ตำบลโสธร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทราพร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 67/31 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินแปลงดังกล่าว เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2534 จำเลยมาขออาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ต่อมาโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่อีกต่อไป จึงบอกกล่าวให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไป แต่จำเลยไม่ยอมขนย้ายออกไป จึงขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากบ้านเลขที่ 67/31 และที่ดินโฉนดเลขที่ 27556 ตำบลโสธร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้จำเลยชำระค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 4,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายออกไปจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า

โจทก์กับจำเลยได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมานานกว่า 10 ปีมาแล้ว ที่ดินและบ้านตามฟ้องโจทก์กับจำเลยได้ร่วมกันทำมาหาได้ระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยา จำเลยจึงมีกรรมสิทธิ์ร่วมกับโจทก์ในฐานะเป็นหุ้นส่วนจำเลยมีสิทธิอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์จดทะเบียนลงชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินและบ้านพิพาท หากโจทก์ไม่ยินยอมให้นำที่ดินพร้อมบ้านพิพาทออกขายทอดตลาดแล้วแบ่งเงินที่ได้ให้โจทก์กับจำเลยคนละครึ่งโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ทรัพย์พิพาทเป็นของโจทก์แต่เพียงผู้เดียว ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และให้โจทก์จดทะเบียนลงชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 27556 ตำบลโสธรอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา

จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 67/31 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินแปลงดังกล่าว หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวออกขายทอดตลาดนำเงินแบ่งให้โจทก์จำเลยคนละครึ่งโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้โจทก์แบ่งที่ดินพิพาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติโดยมิได้โต้แย้งกันว่าจำเลยเคยอยู่กินฉันสามีภริยากับโจทก์โดยมิได้จดทะเบียนสมรสและจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมกับโจทก์ในบ้านพิพาทคงมีปัญหาในชั้นฎีกาเพียงข้อเดียวว่าจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมกับโจทก์ในที่ดินพิพาทด้วยหรือไม่

จำเลยฎีกาว่าจำเลยมีส่วนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่ด้วยกึ่งหนึ่งนั้น เห็นว่า บ้านพิพาทซึ่งข้อเท็จจริงยุติแล้วว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมกับโจทก์ได้ปลูกบนที่ดิน 2 แปลง และล้อมรั้วรอบที่ดินทั้งสองแปลง ที่ดินแปลงหนึ่งจำเลยได้รับการยกให้จากมารดา อีกแปลงหนึ่งคือที่ดินพิพาทโจทก์ได้รับยกให้จากน้องชายจำเลยโดยมีข้อแลกเปลี่ยนให้โจทก์ยอมรับบุตรของน้องชายจำเลยเป็นบุตรของโจทก์ ตามพฤติการณ์ดังกล่าวแม้โจทก์จะมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแต่ผู้เดียวก็ตาม แต่โจทก์ได้ที่ดินพิพาทมาในระหว่างที่อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย โดยได้รับการยกให้จากน้องชายจำเลยด้วยความสัมพันธ์และข้อแลกเปลี่ยนระหว่างบุคคลในครอบครัวทั้งสองฝ่ายได้ครอบครองร่วมกันมาระหว่างอยู่กินด้วยกันถือว่าเป็นทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกันมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันคนละครึ่งที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้โจทก์แบ่งที่ดินพิพาทนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชา มหาคุณ · วินัย วิมลเศรษฐ · พูนศักดิ์ จงกลนี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้