Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น มาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2511 ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ฉะนั้น คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งจึงต้องอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 ด้วย คำร้องบรรยายว่าได้มีการให้และรับว่าจะให้ทรัพย์สินของผลประโยชน์แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหลายท้องที่ เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนให้แก่ผู้ได้รับเลือกตั้ง จัดยานพาหนะให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปกลับยังหน่วยเลือกตั้งโดยไม่เสียค่าโดยสารหรือค่าจ้าง และทำการโฆษณาภายในเขตปริมณฑลเลือกตั้ง โดยมิได้กล่าวให้ชัดแจ้งว่าทรัพย์สินและผลประโยชน์นั้นคืออะไร ได้ให้หรือรับว่าจะให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนประมาณเท่าใด ในหน่วยเลือกตั้งใด การจัดยานพาหนะให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและการโฆษณาภายในเขตปริมณฑลเลือกตั้งได้ กระทำที่หน่วยเลือกตั้งใด เป็นเหตุให้ผลการลงคะแนนเปลี่ยนแปลงเพียงใดหรือไม่จึงเป็นคำร้องเคลือบคลุม คำร้องบรรยายว่ามีการใช้บัตรประจำตัวประชาชนและบัตรลงคะแนนปลอมใช้ใบแทนบัตรประจำตัวของผู้อื่น อ่านหมายเลขบัตรผิด นับจำนวนบัตรไม่ครบและไม่ตรงกับหมายเลขบัตร โดยมิได้บรรยายในคำร้องให้ชัดเจนว่าได้กระทำที่หน่วยเลือกตั้งใดเป็นจำนวนประมาณเท่าใด จึงเป็นคำร้องเคลือบคลุม คำร้องบรรยายว่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งแนะนำและจูงใจผู้ลงคะแนนให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ตนสนับสนุน โดยมิได้บรรยายว่าเป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งใด และแนะนำจูงใจให้ลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลขอะไรจำนวนประมาณเท่าใด เป็นคำร้องเคลือบคลุม คำร้องบรรยายว่า นายอำเภอได้แต่งตั้งผู้ไม่มีตัวตนเป็นกรรมการตรวจคะแนนประจำหน่วย โดยมิได้บรรยายว่าเป็นหน่วยตั้งใด และผู้ที่อ้างว่าไม่มีตัวตนนั้นเป็นเหตุให้กรรมการตรวจคะแนนมีจำนวนไม่ครบห้าคนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสมาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2511 หรือไม่ จึงเป็นคำร้องเคลือบคลุม คำร้องบรรยายว่าเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้งจัดให้บุคคลอื่นลงคะแนนเลือกตั้งแทนผู้ถึงแก่กรรมไปแล้ว ร่วมมือกันเจ้าหน้าที่เก็บบัตรสำคัญที่ใช้เป็นหลักฐานในการลงคะแนนโดยนำมากรอกในแบบพิพม์ ทั้ง ๆ ที่ผู้มีสิทธิลงคะแนนมิได้ลงคะแนน ลงบัตรดังกล่าวโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งมิได้มาลงคะแนน มิได้ลงรายละเอียดของบัตรสำคัญของผู้ลงคะแนน เป็นการผิดระเบียบและไม่สุจริต คณะกรรมการตรวจคะแนนอ่านและนับคะแนนไม่ตรงต่อความจริง โดยอ่านคะแนนของผู้ร้องให้ผิดความจริง คะแนนที่คณะกรรมการตรวจคะแนนประกาศในหน่วยเลือกตั้งหลายหน่วยไม่ตรงกับจำนวนบัตรในหีบเลือกตั้ง และจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่คณะกรรมการตรวจคะแนนบันทึกไว้ ไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งในหีบบัตรเลือกตั้ง โดยมิได้บรรยายข้อเท็จจริงให้แจ้งชัดว่าการกระทำดังกล่าวได้กระทำที่หน่วยเลือกตั้งใด และการกระทำที่อ้างว่ามิชอบนั้นเป็นเหตุให้คะแนนของผู้สิทธิรับเลือกตั้งผู้ใดผิดพลาดอย่างใด จำนวนประมาณเท่าใด และถึงแก่จะเป็นเหตุให้คะแนนของผู้รองเพิ่มมากน้อยขึ้นเพียงใด จึงเป็นคำร้องเคลือบคลุม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2511 มาตรา 40 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2511 มาตรา 63 ป.วิ.พ. มาตรา 172

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องที่ ๑ เป็นพรรคการเมือง ผู้ร้องที่ ๒ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรในเขตจังหวัดกำแพงเพชร เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๑๙ ได้รับหมายเลข ๑ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรได้ประกาศผลการเลือกตั้ง ปรากฏว่าผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรคือพันตำรวจตรีอร่าม จงสวัสดิ์ นายปรีชา มุสิกุล และนายเสนาะ พึ่งเจียม ผู้ร้องที่ ๒ ได้ ๑๕,๑๘๓ คะแนน เป็นที่ ๔ จึงมิได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ร้องทั้งสองเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือ ในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง พันตำรวจตรีอร่าม นายปรีชา และนายเสนาะ และหรือร่วมกับบุคคลอื่น ได้กระทำผิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสมาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้งได้กระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผิดต่อกฎทรวงมหาดไทย ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติข้างต้น อีกหลายท้องที่ และหลายประการ เป็นเหตุให้คะแนนของผู้ร้องที่ ๒ และผู้สมัครอื่นผิดพลาดจากความเป็นจริง การเลือกตั้งจึงเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และมีเหตุผลสมควรที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ จึงขอให้สั่งว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตจังหวัดกำแพงเพชรเมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๑๙ เป็นโมฆะ นายปรีชา พันตำรวจตรีอร่าม และนายเสนาะ คัดค้านว่า คำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุม ฯลฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร คัดค้านว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ได้กระทำไปโดยชอบ คำร้องของผู้ร้องไม่เป็นความจริง และเคลือบคลุม ฯลฯ ศาลชั้นต้นงดการไต่สวนคำร้อง ได้ทำความเห็นและส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาว่า คำร้องของผู้ร้องเป็นคำร้องเคลือบคลุม ควรยกคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น มาตรา ๖๓ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๑๑ ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วย และมาตรา ๑๗๒ วรรค ๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบัญญัติว่า "คำฟ้องต้องแสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น" มาตรา ๑(๓) แห่งประมวลกฎหมายเดียวกันบัญญัติว่า "คำฟ้องหมายความว่า กระบวนพิจารณาใด ๆ ที่โจทก์ได้เสนอข้อหาต่อศาล ฯลฯ ไม่ว่าจะได้เสนอในขณะที่เริ่มคดี โดยคำฟ้องหรือคำร้องขอ ฯลฯ" ฉะนั้น คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งจึงต้องอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ ด้วย

คำร้องของผู้ร้องซึ่งคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตจังหวัดกำแพงเพชรที่ได้ประกาศผลเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๑๙ ว่าเป็นไปโดยมิชอบนั้น ได้อ้างเหตุคัดค้าน ๒ ประการคือ ๑. พันตำรวจตรีอร่าม จงสวัสดิ์ นายปรีชา มุสิกุล และนายเสนาะ พึ่งเจียม ได้กระทำผิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกระทำการตามคำร้องขอ ก. ถึง ข้อ ง. ๒. เจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้งในเขตจังหวัดกำแพงเพชรได้กระทำผิดต่อพระราชบัญญัติเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกฎกระทรวงมหาดไทย ที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ โดยกระทำการตามที่กล่าวไว้ในคำร้องซึ่งเกี่ยวกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้ง ข้อ ก. ถึง ข้อ ญ.

ศาลฎีกาเห็นว่า คำร้องของผู้ร้องในเหตุแรกข้างต้นตั้งแต่ ข้อ ก. ถึง ข้อ ง. นั้น ได้อ้างเพียงเหตุตามกฎหมายเท่านั้นว่าได้มีการให้ทรัพย์สินและผลประโยชน์ รับว่าจะให้ทรพัย์สินและผลประโยชน์แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหลายท้องที่เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ลงคะแนนแก่บุคคลทั้งสาม ได้จัดยานพาหนะให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปกลับยังหน่วยเลือกตั้งโดยไม่เสียค่าโดยสารหรือค่าจ้าง ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แก่บุคคลทั้งสาม ทำการโฆษณาภายในเขตปริมณฑลเลือกตั้ง ผู้ร้อง มิได้กล่าวให้ชัดแจ้งว่าทรัพย์สินและผลประโยชน์นั้นคืออะไร ได้ให้หรือรับว่าจะให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนประมาณเท่าใด ในหน่วยเลือกตั้งใด การจัดยานพาหนะให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้กระทำที่หน่วยเลือกตั้งใด เป็นเหตุให้การลงคะแนนเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างใด

การโฆษณาภายในเขตปริมณฑลเลือกตั้งได้ กระทำที่หน่วยเลือกตั้งใด เป็นเหตุให้ผลการลงคะแนนเปลี่ยนแปลงเพียงใดหรือไม่ เพราะปรากฏตามคำร้องของผู้ร้องเองว่า ผู้ร้องที่ ๒ ได้คะแนนน้อยกว่านายเสนาะ พึ่งเจียม ผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชรคนสุดท้ายถึง ๕,๒๖๑ คะแนน เมื่อคำร้องของผู้ร้องมิได้แสงโดยแจ้งชัดซึ่งข้อเท็จจริงอันเป็นสภาพแห่งข้อหาที่ว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาพผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้งจังหวัดกำแพงเพชรเป็นไปโดยมิชอบอันสมควรจะให้มีการเลือกตั้งใหม่ อย่างใด เพียงใดหรือไม่ ดังได้วินิจฉัยมาแล้ว คำร้องของผู้ร้องเหตุแรกนี้จึงเป็นคำร้องเคลือบคลุม เพราะมิได้เป็นไปตามบัญญัติไว้ในประมาวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๗๒ สำหรับคำร้องของผู้รองในเหตุที่ ๒ ข้างต้น

ตั้งแต่ข้อ ก. ถึงข้อ ญ. นั้น ผู้ร้องมิได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งข้อเท็จจริงอันเป็นสภาพแห่งข้อหาของผู้ร้องอ้างว่าการเลือกตั้งดังกล่าวแล้วเป็นไปโดยมิชอบ อันสมควรจะให้มีการเลือกตั้งใหม่อย่างใด เพียงใดหรือไม่เช่นกัน เพราะผู้ร้องมิได้บรรยายให้ชัดเจนว่ามีการใช้บัตรประจำตัวประชาชนและบัตรลงคะแนนปลอม การใช้ใบแทนบัตรประจำตัวของผู้อื่น การอ่านหมายเลขบัตรผิด การนับจำนวนบัตรไม่ครบและไม่ตรงกับหมายเลขบัตร เป็นจำนวนประมาณเท่าใด เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งแนะนำและจูงใจผู้ลงคะแนนให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ตนสนับสนุนนั้น เป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งใด และแนะนำจูงใจให้ลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเลขอะไรจำนวนประมาณเท่าใด

อ้างว่า นายอำเภอขาณุวรลักษบุรี ได้แต่งตั้งผู้ไม่มีตัวตนเป็นกรรมการตรวจคะแนนประจำหน่วย ก็มิได้บรรยายให้ปรากฏว่า เป็นหน่วยเลือกตั้งใด และผู้ที่อ้างว่าไม่มีตัวตนนั้น เป็นเหตุให้กรรมการตรวจคะแนนมีจำนวนไม่ครบห้าคนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสมาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๑๑ หรือไม่ เพราะถ้ามีกรรมการตรวจคะแนนที่มีตัวตนครบห้าคน ก็ใช้ได้ตามมาตรา ๔๐ นั้นแล้ว ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่าเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้งจัดให้บุคคลอื่นลงคะแนนเลือกตั้งแทนผู้ถึงแก่กรรมไปแล้วก็ดี ร่วมมือกันเจ้าหน้าที่เก็บบัตรสำคัญที่ใช้เป็นหลักฐานในการลงคะแนนโดยนำมากรอกในแบบพิพม์ ทั้ง ๆ ที่ผู้มีสิทธิลงคะแนนมิได้ลงคะแนนก็ดี

ลงบัตรดังกล่าวโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งมิได้มาลงคะแนนก็ดี มิได้ลงรายละเอียดของบัตรสำคัญของผู้ลงคะแนน เป็นการผิดระเบียบและไม่สุจริตก็ดี คณะกรรมการตรวจคะแนนอ่านและนับคะแนนไม่ตรงต่อความจริง โดยอ่านคะแนนของผู้ร้องให้ผิดความจริง โดยอ่านของผู้ร้องให้ผิดความจริง ทั้งคะแนนที่คณะกรรมการตรวจคะแนนประกาศในหน่วยเลือกตั้งหลายหน่วยไม่ตรงกับจำนวนบัตรในหีบเลือกตั้งก็ดี และจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่คณะกรรมการตรวจคะแนนบันทึกไว้ ไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งในหีบบัตรเลือกตั้งก็ดี ล้วนแต่ได้บรรยายข้อเท็จจริงให้แจ้งชัดว่าการกระทำดังกล่าวได้กระทำที่หน่วยเลือกตั้งใด และการกระทำที่อ้างว่ามิชอบนั้นเป็นเหตุให้คะแนนของผู้สิทธิรับเลือกตั้งผู้ใดผิดพลาดอย่างใด

จำนวนประมาณเท่าใด และถึงแก่จะเป็นเหตุให้คะแนนของผู้ร้องที่ ๒ เพิ่มมากน้อยขึ้นเพียงใด แม้ตอนท้ายของคำร้องจะกล่าวว่าเหตุเกิดที่อำเภอและเขตตำบลบางแห่ง ก็ตาม แต่ก็มิได้ระบุว่า เป็นหน่วยเลือกตั้งใด ในเขตอำเภอและเขตตำบลนั้น ๆ การบรรยายดังกล่าวจึงไม่เป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของผู้ร้อง ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๗๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นคำร้องเคลือบคลุม ให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บัญญัติ สุชีวะ · สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายชอบ คงสวัสดิ์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1088/2566

คำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการต้องแสดงโดยชัดแจ้งถึง "ช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ" ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/6 (3) ประกอบมาตรา 90/3 กิจการของลูกหนี้ไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ ศาลล้มล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2561/2563

การปรับข้อเท็จจริงตามฟ้องว่าจะเข้าลักษณะมูลหนี้สัญญาหรือมูลหนี้ละเมิดนั้น เป็นข้อหารือบทซึ่งเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายเอง โดยโจทก์ต้องบรรยายข้อเท็จจริงที่จำเลยได้กระทำ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2075/2563

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคาร ม. ให้แก่ธนาคาร ก. กำหนดการโอนกิจการ ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของโจทก์โดยให้ดูแลลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้