Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1236/2492

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติว่าด้วยการทำพินัยกรรม พ.ศ.2475 มีข้อความอย่างเดียวกับ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 มาตรา 1658พินัยกรรมทำเมื่อ พ.ศ.2489 เป็นแบบเอกสารฝ่ายเมืองโดยมีบันทึกท้ายพินัยกรรมเขียนไว้ว่าพินัยกรรมนี้ได้ทำถูกต้องตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการทำพินัยกรรม 2475 มาตรา 7 อนุมาตรา1 ถึง 3 นั้น แปลความหมายได้ว่า พินัยกรรมได้ทำถูกต้องตามความในอนุมาตรา 1 ถึง 3 ของมาตรา 1658นั่นเอง จึงเป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำพินัยกรรม พ.ศ.2475 มาตรา 7 ป.พ.พ. มาตรา 1658

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยแบ่งทรัพย์มรดกของนางเปรี่ยมให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง เป็นเงิน 2,160 บาท

จำเลยให้การต่อสู้ในข้อเท็จจริงและว่าที่ดินและทรัพย์อื่นที่โจทก์ฟ้อง นอกจากนั้น นางเปรี่ยมได้เอารวมเข้าทำพินัยกรรมยกให้แก่จำเลยและนายหงอมบุตรโจทก์แล้วในการพิจารณาจำเลยส่งพินัยกรรมของนางเปรี่ยม ซึ่งทำเป็นเอกสารฝ่ายเมือง โจทก์คัดค้านว่าจำเลยทำปลอมขึ้น และพินัยกรรมมีรอยขีดฆ่าไม่ถูกต้องตามแบบพินัยกรรม พินัยกรรมจึงตกเป็นโมฆะ ต่อมานายรวยได้ร้องสอดขอเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นฟังว่า พินัยกรรมนางเปรี่ยมชอบด้วยกฎหมาย ทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องนอกจากที่ดิน 2 แปลงและเรือพายม้าตกเป็นของจำเลยตามพินัยกรรม พิพากษาให้เอาที่ดิน 2 แปลงและเรือพายม้าที่เป็นมรดกแบ่งให้โจทก์จำเลยคนละครึ่งศาลอุทธรณ์ฟังว่า พินัยกรรมของนางเปรี่ยมชอบด้วยกฎหมายแต่เรือพายม้าตกเป็นของจำเลย

ส่วนที่ดินนั้นนางเปรี่ยมได้สละการครอบครองแล้ว จะเอามาเป็นมรดกไม่ได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ในข้อที่จำเลยคัดค้านว่า บันทึกท้ายพินัยกรรมซึ่งเขียนไว้ว่า ได้ทำถูกต้องตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการทำพินัยกรรม พ.ศ. 2475 มาตรา 7 อนุมาตรา 1 ถึง 3 พระราชบัญญัติดังกล่าวประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 มีความทับเสียแล้วนั้นบันทึกนี้ก็หาทำให้พินัยกรรมเสียไปไม่ เพราะตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการทำพินัยกรรม พ.ศ. 2475 มาตรา 7 คงมีข้อความอย่างเดียวกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 มาตรา 1658 บันทึกนั้นจึงแปลความหมายได้ว่า พินัยกรรมได้ทำถูกต้องตามความในอนุมาตรา 1 ถึง 3 ของมาตรา 1658 นั่นเอง ส่วนข้อเท็จจริงคงฟังว่าที่สวน 1 ไร่เศษกับเรือพายม้าเป็นมรดกของนางเปรี่ยม ให้แบ่งปันระหว่างโจทก์จำเลยตามส่วนที่ศาลชั้นต้นพิพากษามา นอกจากนั้นคงยืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1518/2561

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของผู้ตายตามพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ผู้คัดค้านยอมรับว่าผู้ตายทำพินัยกรรมดังกล่าว แต่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงใหม่ว่า ผู้ตายทำพินัยกรรมโดยถูกหลอก และมีการสมคบกัน ขณะทำพินัยก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 606707)

โจทก์เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของ ส. โจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างว่าขณะทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ส. อ่านพูดหรือเขียนหนังสือไม่ได้ ไม่สามารถแสดงเจตนาทำพินัยกรรมได้ พินัยกรรมจึงเป็นโมฆะ แต่จำเลยปฏิเสธ ภาระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4698/2552

พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองซึ่งไม่ได้ทำต่อหน้าพยาน 2 คนพร้อมกัน เป็นพินัยกรรมที่ทำขึ้นขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 1658 (1) ย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1705 การแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลนั้น ศาลย่อมใช้ดุลพินิจโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8747/2550

สถานที่ทำพินัยกรรมไม่ใช่ข้อสาระสำคัญของแบบแห่งพินัยกรรมซึ่งจำต้องระบุไว้แต่อย่างใด ดังนั้น การที่ระบุสถานที่ทำพินัยกรรมผิดจากความเป็นจริงไม่ทำให้พินัยกรรมต้องเสียไปแต่อย่างใด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8045/2544

การทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1658(1) บัญญัติว่าผู้ทำพินัยกรรมต้องไปแจ้งข้อความที่ตนประสงค์จะให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมของตนแก่กรมการอำเภอต่อหน้าพยานอีกอย่างน้อยสองคนพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้