Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1232/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นและเป็นทางภารจำยอม เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าไม่เป็นทางภารจำยอม แต่เป็นทางจำเป็นจึงพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปิดกั้นทางพิพาท คำขออื่น ๆ ให้ยก หากโจทก์เห็นว่าโจทก์ได้สิทธิทางภารจำยอม โจทก์ก็จะต้องอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าวินิจฉัยไม่ถูกต้องอย่างไร แต่โจทก์มิได้อุทธรณ์ เพียงแก้อุทธรณ์และขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมด้วย ฉะนั้นประเด็นในเรื่องทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมหรือไม่จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาให้ศาลฎีกาวินิจฉัยได้อีก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เดิมนายใหญ่เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๙๙ ต่อมาได้แบ่งแยกเป็นหลายแปลง จำเลยซึ่งเป็นบุตรนายใหญ่ได้ที่ดินแปลงที่ ๑ นายใหญ่ขายที่ดินแปลงที่ ๖ และ ๗ ให้แก่โจทก์ที่ ๑ ต่อมาโจทก์ที่ ๑ โอนที่ดินแปลงที่ ๗ ให้โจทก์ที่ ๒ ในการซื้อขายทั้งสองรายนี้มีข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งสองกับนายใหญ่ว่าให้โจทก์ทั้งสองและบริวารตลอดจนบุคคลอื่นใช้ทางเดินด้านทิศตะวันออกของที่ดินแปลงที่ ๑ ออกสู่คลองอันเป็นทางสาธารณะได้โจทก์ทั้งสองใช้ทางดังกล่าวตลอดมาเกิน ๑๐ ปีแล้ว จำเลยปิดกั้นทางเดินดังกล่าวขอให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปิดกั้นทางเดินกว้าง ๑ เมตรนับจากที่ดินของโจทก์ที่ ๑ จนจดคลองเพื่อให้โจทก์และบริวารพร้อมทั้งบุคคลภายนอกใช้ทางได้สะดวก ให้จำเลยจดทะเบียนต่อสำนักงานที่ดินเพื่อให้ทางดังกล่าวเป็นทางจำเป็นหรือเป็นทางภารจำยอม หากไม่ปฏิบัติให้ถือคำสั่งศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การว่า ทางพิพาทไม่ใช่ทางจำเป็นและไม่ใช่ทางภารจำยอมนายใหญ่ไม่เคยยอมให้โจทก์ผ่านที่ดินจำเลย โจทก์เข้าอยู่ในที่ดินไม่ถึง ๑๐ ปีและมีทางออกสู่ทางสาธารณะได้หลายทาง ที่ดินของโจทก์ที่ ๒ ไม่ติดทางพิพาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ใช้ทางพิพาทไม่ถึง ๑๐ ปี ไม่ตกเป็นทางภารจำยอม แต่ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๐ พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปิดกั้นทางเดินพิพาท คำขอนอกนั้นให้ยก

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ว่าทางพิพาทไม่ใช่ทางจำเป็น ขอให้ยกฟ้อง โจทก์มิได้อุทธรณ์ แต่แก้อุทธรณ์และขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมด้วย

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ส่วนที่โจทก์แก้อุทธรณ์และขอให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมด้วยนั้น

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงไม่รับวินิจฉัยให้ โจทก์ฎีกาว่าใช้ทางพิพาทมาเกิน ๑๐ ปีแล้ว จึงได้สิทธิทางภารจำยอมขอให้วินิจฉัยว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมด้วย เพื่อโจทก์จะได้นำไปจดทะเบียนสิทธิตามกฎหมายต่อไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ตั้งประเด็นมาในฟ้องว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นและเป็นทางภารจำยอม และมีคำขอให้จำเลยจดทะเบียนต่อสำนักงานที่ดินเพื่อให้ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือเป็นทางภารจำยอม เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทไม่ถึง ๑๐ ปีจึงไม่ตกเป็นทางภารจำยอม แต่ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๐

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปิดกั้นทางพิพาท คำขออื่น ๆ ให้ยก หากโจทก์เห็นว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทมาเกิน๑๐ ปี จึงได้สิทธิทางภารจำยอมเพื่อโจทก์จะได้นำไปจดทะเบียนสิทธิของโจทก์ โจทก์ก็จะต้องอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าวินิจฉัยไม่ถูกต้องอย่างไร แต่โจทก์ก็มิได้อุทธรณ์ ฉะนั้นประเด็นในเรื่องทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมหรือไม่จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาให้ศาลฎีกาวินิจฉัยได้อีก ให้ยกฎีกาของโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระ ทรัพยไพศาล · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสิทธิโชค ปะถะคามิน
ศาลอุทธรณ์ - นายสำนอง โชติเชย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้