Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ปรับ 2,000 บาทแต่ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุกจำเลยสถานเดียว แต่ไม่รอการลงโทษ จึงเป็นการแก้ไขมาก จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ไม้ทุกชิ้นที่สร้างเรือนแพของจำเลยไม่ได้ไสกบเลย พื้นเรือนตีตะปูยึดกับตงไว้ที่หัวและท้ายเพียงบางแผ่นตงก็ใช้ไม้ขนาดเดียวกับไม้พื้น ชานเรือนใช้ไม้ปูซ้อนล้ำกันถึง 1 วา ฝากั้นห้องไม่เสมอกันและปล่อยยื่นออกมานอกเสา การตั้งวงกบประตูหน้าต่างก็เพียงแต่ตีชนกันไว้ ไม่ได้เข้าไม้ให้แน่นหนา หัวเสาที่รับอะเสไม่ได้บากหรือหยักหัวเสาให้รับกัน มีแต่ตะปูตีไว้ไม่มั่นคงแข็งแรง ลูกบวบที่รองรับเรือนแพก็ผูกไว้ไม่แน่นหนาสมกับจะเป็นที่อยู่อาศัย ดังนี้ ถือได้ว่าเป็น ไม้แปรรูปที่ทำขึ้นเพียงให้เป็นรูปเรือนแพเพื่อพรางหรือลวงโดยเจตนาหลีกเลี่ยงกฎหมาย และเพื่อสะดวกแก่การขนย้ายหาใช่เป็นไม้ที่อยู่ในสภาพของสิ่งปลูกสร้างตาม ความหมายแห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 4 ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีไม้สักแปรรูป 18 เหลี่ยม กับ 135 แผ่น รวมเป็นเนื้อไม้ 8.83 ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ โดยมิได้รับอนุญาต โดยจำเลยทำพรางให้มีลักษณะคล้ายเรือนแพหนึ่งหลัง ทำไว้เป็นการชั่วคราว ยังไม่สำเร็จรูปไม่สามารถอยู่อาศัยตามปกติได้ มิได้เจตนาทำไว้เพื่ออยู่อาศัยโดยแท้จริง แต่ทำพรางไว้เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายและมิใช่ไม้ที่อยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรืออยู่ในสภาพเป็นเครื่องใช้ ทั้งไม่เคยอยู่ในสภาพเช่นนั้นมาแล้ว เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยไม้สักแปรรูปดังกล่าว สังกะสีและไม้ไผ่ทำเป็นแพลูกบวบ 8 ลูกบวบ ๆ ละ 120 ลำ ซึ่งจำเลยใช้ในการกระทำผิด และใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดเป็นของกลาง

ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 7, 48, 73, 74, 74 ทวิ; (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 มาตรา 5, 17, 18 และริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เรือนแพของกลางไม่อยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างยังเป็นไม้แปรรูป จำเลยมีไว้ในครอบครองเป็นความผิด ส่วนสังกะสีที่ใช้มุงหลังคาเรือนแพของกลางและลูกบวบไม้ไผ่ที่รับรองเรือนแพนั้น ไม่ใช่อุปกรณ์ในการกระทำผิด ไม่ควรริบ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7, 48, 73, 74; (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 5, 17 ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 2,000 บาท รอโทษจำคุกไว้ 2 ปี ริบไม้ของกลางและยกคำขออื่นโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนัก

ไม่ควรรอการลงโทษและให้ลงโทษปรับสูงขึ้นจำเลยอุทธรณ์ว่า เรือนแพของกลางมีสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวร ไม่ใช่ไม้แปรรูปศาลอุทธรณ์ฟังว่า เรือนแพของกลางเป็นไม้แปรรูป ไม้มีจำนวนมากและได้กระทำเป็นรูปเรือนแพเพื่อลวงหรือพรางโดยเจตนาจะหลีกเลี่ยงกฎหมาย เพื่อหวังประโยชน์ตน มิได้คำนึงถึงความเสียหายแก่ส่วนรวมพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 1 ปี โดยไม่ปรับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาว่า เรือนแพของกลางมีสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้าง หากจำเลยผิด ก็ขอให้รอการลงโทษศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย 1 ปี ปรับ 2,000 บาท แต่ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยสถานเดียวแต่ไม่รอการลงโทษ จึงเป็นการแก้ไขมาก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ปัญหาว่าเรือนแพของกลางเป็นไม้ที่อยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างตามความหมายในพระราชบัญญัติป่าไม้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม้ทุกชิ้นที่ใช้ปลูกสร้างเรือนแพของกลางนี้ไม่ได้ไสกบเลย พื้นเรือนตีตะปูยึดกับตงไว้ที่หัวและท้ายเพียงบางแผ่นเท่านั้น ตงก็ใช้ไม้ขนาดเดียวกับพื้นที่ชานเรือนใช้ไม้ปูซ้อนล้ำกันถึง 1 วาเกินความจำเป็น ฝากั้นห้องไม่สม่ำเสมอกัน และปล่อยยาวออกมานอกเสา การตั้งวงกบประตูหน้าต่างเพียงตีชนกันไว้ไม่ได้เข้าไม้ให้แน่นหนา หัวเสาที่รับกับอะเสไม่ได้บากหรือหยักหัวเสาให้รับกัน มีแต่ตะปูตีไว้ไม่มั่นคงแข็งแรง ลูกบวบที่รองรับเรือนแพผูกไว้ไม่แน่นหนาสมกับจะเป็นเรือนแพที่อยู่อาศัย ฯลฯ ดังนี้ เห็นได้ชัดว่าได้ทำขึ้นเพียงให้เป็นรูปเรือนแพเพื่อพรางหรือลวงโดยเจตนาจะหลีกเลี่ยงกฎหมายและเพื่อสะดวกแก่การขนย้ายไป หาใช่เป็นไม้ที่อยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 มาตรา 4 อย่างใดไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย รชตะนันทน์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · เพรียบ หุตางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้