Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 63 ให้อำนาจศาลที่จะทำการสอบสวนเรื่องผู้แทนนิติบุคคลจนเป็นที่พอใจได้ผู้แทนนิติบุคคลมอบอำนาจให้ฟ้องความแล้ว แม้ผู้มอบอำนาจจะตายลง ก็ไม่ทำให้ใบมอบอำนาจในนามของนิติบุคคลนั้นเสียไปสำเนาเอกสารท้ายฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของฟ้อง เมื่อจำเลยไม่ปฏิเสธ ต้องถือว่าจำเลยรับอยู่ในตัว โจทก์ไม่จำต้องส่งต้นฉบับ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเบิกเงินเกินบัญชีในธนาคารของโจทก์ ชำระเงินที่เบิกเกินไปพร้อมทั้งดอกเบี้ย และขอให้บังคับให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 และ 3 ให้การร่วมกันว่า จำเลยที่ 1 แจ้งให้จำเลยที่ 2 และ 3 ทราบว่า หนี้สินรายนี้ได้ชำระเสร็จสิ้นแล้วการค้ำประกันจึงหมดข้อผูกพันไปแล้ว โจทก์ไม่เคยทวงถาม ถ้าหนี้มีอยู่จริง จำเลยก็ไม่ควรรับผิดเกินกว่า 50,000 บาท โจทก์คิดดอกเบี้ยทบต้นขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนและจะคิดดอกเบี้ยเกิน 5 ปี ไม่ได้ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และจำเลยที่ 2 ให้การเพิ่มเติมว่า

หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้มอบไม่มีอำนาจ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง หนังสือมอบอำนาจสิ้นสภาพไปด้วยมรณกรรมของผู้มอบอำนาจ สัญญากู้หรือสัญญาค้ำประกันใช้ไม่ได้ เพราะทำโดยใช้ถ้อยคำลวงปกปิดอำพรางโดยไม่สุจริตเป็นโมฆะ จำเลยไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ยที่กู้เกินต้นเงิน 50,000 บาทศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า การคิดดอกเบี้ยเป็นรายเดือนในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีแล้วเอาดอกเบี้ยทบต้นทุกเดือน เมื่อคิดรวมตลอดปีแล้วดอกเบี้ยจะสูงกว่าร้อยละ 15 ต่อปี เป็นการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยเป็นโมฆะ และจำเลยที่ 1 ได้ชำระเงินให้โจทก์เกินกว่า50,000 บาท จำเลยที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจึงหลุดพ้นความรับผิด ให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินโจทก์

ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และ 3โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยทบต้นตามสัญญาไม่เป็นโมฆะ จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดเต็มจำนวนทั้งต้นเงินและดอกเบี้ย ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ต้องรับผิดเพียง 50,000 บาทจำเลยที่ 2, 3 ฎีกาอย่างอนาถา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วยกเว้นค่าธรรมเนียมบางส่วน ให้จำเลยที่ 2 ยกคำร้องขออนาถาของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 มิได้นำค่าธรรมเนียมมาชำระ ศาลชั้นต้นจึงสั่งรับเฉพาะฎีกาจำเลยที่ 2 ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 3

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า

ที่จำเลยฎีกาว่า หนังสือมอบอำนาจตามสำเนาท้ายฟ้องไม่ชอบ เพราะผู้มอบอำนาจตาย ใบมอบอำนาจจึงใช้ไม่ได้และโจทก์มิได้ส่งต้นฉบับนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 63 ให้อำนาจศาลที่จะทำการสอบสวนเรื่องผู้แทนนิติบุคคลจนเป็นที่พอใจได้ ศาลพิเคราะห์สำเนาใบมอบอำนาจประกอบคำพยานโจทก์แล้ว เชื่อว่ามีการมอบอำนาจให้ผู้แทนโจทก์อันเป็นนิติบุคคลมาฟ้องคดีนี้แทนจริง การที่ผู้มอบอำนาจตาย ไม่ทำให้ใบมอบอำนาจในนามของธนาคารโจทก์เสียไป

ที่จำเลยฎีกาว่า สัญญากู้เงินเกินบัญชีใช้คำว่า วิธีการและประเพณีของธนาคารนั้น จำเลยไม่เข้าใจ เป็นการปิดบังอำพราง ลวง ฉ้อฉลนั้น จำเลยแสร้งทำไม่เข้าใจ

ที่จำเลยฎีกาว่าบัญชีเดินสะพัดตามสำเนาท้ายฟ้องโจทก์ไม่ได้ส่งต้นฉบับรับฟังไม่ได้นั้น บัญชีเดินสะพัดตามสำเนาท้ายฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องจำเลยไม่ปฏิเสธ จึงต้องถือว่าจำเลยรับ โจทก์ไม่จำต้องส่งต้นฉบับที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ได้ชำระหนี้เงินต้น 50,000 บาท แล้วนั้น บัญชีกระแสรายวันอันมีลักษณะเป็นบัญชีเดินสะพัดตามสำเนาท้ายฟ้องนั้น ย่อมมีการถอนเงินออกและนำเงินเข้าในลักษณะที่คิดหักหนี้กันเป็นประจำวัน จะถือเอารายการใดรายการหนึ่งเป็นหนี้เฉพาะรายตายตัวไม่ได้ ต้องคิดหักกลบลบหนี้กันเสียก่อน

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์เรียกร้องดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี จึงเป็นโมฆะนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรับผิดเฉพาะดอกเบี้ยตามต้นเงิน50,000 บาท เท่านั้น ไม่ต้องรับผิดไปใช้ถึงดอกเบี้ยที่โจทก์คิดมา และโจทก์ได้ทวงถามจำเลยแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชัยนิตินาท · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · พร สุขารมณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้