Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1229/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินของโจทก์ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะได้ส่วนที่ดินของจำเลยอยู่ทางเหนือของที่ดินโจทก์และติดกับทางสาธารณะทางพิพาทอยู่ในที่ดินของจำเลยอาจใช้เป็นทางจากที่ดินของโจทก์ไปออกสู่ทางสาธารณะได้ใกล้ที่สุดทางหนึ่งแม้จะปรากฏว่าทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินโจทก์ซึ่งติดกับที่ดินอีกแปลงหนึ่งของโจทก์จะติดกับคลองสาธารณะแต่ก็ปรากฏว่าคลองดังกล่าวในฤดูฝนน้ำจะท่วมฝั่งไหลเชี่ยวมากฤดูแล้งก็แห้งติดกับคลองไม่มีประชาชนใช้สัญจรไปมาประมาณ20ปีแล้วสภาพของคลองแม้จะเป็นคลองสาธารณะก็ถือไม่ได้ว่าเป็นทางสาธารณะตามป.พ.พ.มาตรา1349กรณีถือได้ว่าที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อมไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะย่อมมีสิทธิขอผ่านทางพิพาทไปสู่ทางสาธารณะได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนรั้วและสิ่งปิดกั้นกีดขวางออกไปจากทางพิพาทซึ่งตกเป็นทางภารจำยอมและทางจำเป็นของที่ดินโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารขัดขวางการใช้ทางพิพาทของโจทก์และบริวาร หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ให้โจทก์หรือตัวแทนรื้อถอนเองจำเลยให้การว่าโจทก์มีที่ดินอีกแปลงหนึ่งติดกับคลองซึ่งเป็นทางสาธารณะ ที่ดินแปลงที่โจทก์ฟ้องจึงไม่ได้ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมทั้งทางพิพาทไม่ได้ตกอยู่ในภารจำยอมศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าที่ดินของจำเลยเป็นทางจำเป็นและตกอยู่ในภารจำยอมหรือไม่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ทางพิพาทไม่ตกอยู่ในภาระจำยอมและไม่ใช่ทางจำเป็น พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็น แต่อำนาจรื้อถอนรั้วและสิ่งปิดกั้นกีดขวางออกไปจากทางพิพาทเป็นเรื่องเฉพาะตัวโจทก์

จะให้ตัวแทนกระทำการแทนไม่ได้ พิพากษากลับเป็นว่าให้จำเลยรื้อถอนรั้วและสิ่งปิดกั้นกีดขวางออกไปจากทางพิพาทห้ามจำเลยและบริวารขัดขวางการใช้ทางพิพาทของโจทก์และบริวารหากจำเลยฝ่าฝ่นไม่รื้อให้โจทก์มีอำนาจรื้อถอนรั้วสิ่งปิดกั้นกีดขวางในทางพิพาทและห้ามจำเลยและบริวารขัดขวางจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในแผนที่กลาง และไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้ฟังได้ว่า ที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อมไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะได้ เว้นแต่ทางด้านทิศตะวันตกติดกับที่ดินอีกแปลงหนึ่งของโจทก์ และที่ดินแปลงนี้ติดกับคลองท่าดีซึ่งเป็นคลองสาธารณะ ส่วนที่ดินจำเลยอยู่ทางเหนือของที่ดินโจทำก์ และติดกับทางสาธารณะทางพิพาทอยู่ในที่ดินของจำเลยที่อาจใช้เป็นทางจากที่ดินของโจทก์ไปออกสู่ทางสาธารณะได้

ใกล้ที่สุดทางหนึ่ง ปัญหาวินิจฉัยในชั้นนี้คงมีเพียงว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่เท่านั้น ส่วนทางนั้นจะตกอยู่ในภารจำยอมตามที่โจทก์แก้ฎีกาหรือไม่ โจทก์มิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"ปัญหาที่ว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว นอกจากโจทก์และพยานโจทก์จะเบิกความสอดคล้องต้องกันว่า คลองท่าดีฤดูฝนน้ำจะท่วมฝั่งไหลเชี่ยวมาก ฤดูแล้งก็แห้งติดกับคลองไม่มีประชาชนใช้สัญจรไปมา เป็นคลองที่น้ำไหลลงทางเดียว โจทก์ไม่เคยใช้เรือไปมาในคลองท่าดีเลยแล้ว แม้จำเลยและพยานจำเลยก็ยอมรับว่าน้ำในคลองดังกล่าวไหลงลงทางเดียวฤดูฝนพายเรือขึ้นไม่ได้ พายเรือลงได้ ฤดูแล้วน้ำแห้งและที่ลึกที่สุดตอนน้ำแห้งสูงประมาณ 1 ฟุต เดี๋ยวนี้ไม่มีเรือใช้ในคลองแล้วโดยไม่ใช้เรือมาประมาณ 20 ปี มีแต่เรือบรรทุกทราย จำเลยคงอ้างแต่เพียงว่า โจทก์ใช้เรือในฤดูฝนและเดินในฤดูแล้งได้เท่านั้น และการเดินในฤดูแล้วก็ต้องข้ามไปขึ้นอีกฝั่งหนึ่งแล้วจึงเดินไปสู่ทางสาธารณะ จึงเห็นว่าสภาพของคลองท่าดีซึ่งติดกับที่ดินของโจทก์แม้จะเป็นคลองสาะารณะที่มีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน และโจทก์ได้ใช้ประโยชน์จากน้ำในคลองดังกล่าวก็ตาม

ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นทางสาธารณะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 เพราะในฤดูฝนน้ำไหลเชี่ยว ใช้เรือพายขึ้นไม่ได้เดินผ่านไม่ได้ ฤดูแล้วน้ำก็ตื้นเขินใช้เรือไม่ได้ จึงไม่มีประชาชนใช้สัญจรไปมาเป็นเวลาถึง 20ปีแล้ว รูปคดีฟังได้ชัดว่าที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อมไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ จึงย่อมมีสิทธิขอผ่านทางพิพาทซึ่งอยู่ในที่ดินซึ่งปิดล้อมและใกล้ทางสาะารณะที่สุดทางหนึ่งได้ เนื่องจากเคยเป็นทางที่โจทก์เคยผ่าน ทั้งเจ้าของที่ดินแปลงซึ่งปิดล้อมอื่นก็ไม่ยินยอมให้โจทก์ใช้ทางผ่านต่อไปอีก ส่วนปัญหาเรื่องค่าทดแทนในการใช้ทางพิพาทซึ่งจำเลยฎีกาว่าโจทก์มิได้เสนอมาด้วยจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลบังคับจำเลยเปิดทางให้โจทก์นั้นเห็นว่าจำเลยมิได้ให้การโต้แย้งให้เป็นประเด็นขึ้นมาในศาลชั้นต้น ทั้งไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ จำเลยชอบที่จะไปว่ากล่าวเอาแก่โจทก์เป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก ฯพิพากษายืน ฯ".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมประสงค์ พานิชอัตรา · ยนต์ พิรวินิจ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
แหล่งที่มา
สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9248/2544

โจทก์ตั้งรูปคดีโดยบรรยายฟ้องว่า ที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่และขอผ่านที่ดินของจำเลยที่ล้อมที่ดินของโจทก์เพื่อเป็นทางจำเป็นออกสู่ทางสาธารณะ มิได้บรรยายฟ้องว่า ที่ดินของจำเลยตกอยู่ภายใต้ภาระจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4935/2541

โจทก์ทั้งสองเป็นสามีภริยากัน จำเลยโอนขายส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 5519 ให้โจทก์ทั้งสองที่ดินที่จำเลยขายให้โจทก์ทั้งสองอยู่ด้านในที่ดินของป. มารดาโจทก์ที่ 1 โดย ป. ยอมให้โจทก์ทั้งสองเดินผ่านออกสู่ทา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4888/2541

เมื่อที่ดินของโจทก์ทั้งสองและของจำเลยต่างแบ่งแยกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 2394 ในคราวเดียวกัน เป็นเหตุให้ที่ดินของโจทก์ทั้งสองไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะได้ คงมีที่ดินของจำเลยเพียงแปลงเดียวที่อยู่ติดทางสาธาร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4510/2541

ฎีกาโจทก์มิได้บรรยายถึงคำฟ้องและคำให้การอันมีมาแต่แรก แต่โจทก์ได้บรรยายมาในฎีกาว่าศาลชั้นต้นพิพากษาว่าอย่างไร คู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าอย่างไร นอกจากนี้ฎีกาโจทก์ยังได้ยกข้อเท็จจริงขึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6190/2540

ที่ดินของโจทก์ตามโฉนดเลขที่ 50352 ซึ่งอยู่ท้ายซอยสุดของทางพิพาท ถูกที่ดินแปลงอื่นของบุคคลอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะได้เว้นเสียแต่จะผ่านไปตามทางพิพาทในที่ดินของจำเลยเพื่อออกสู่ถนนภายในหมู่บ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้