Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1228/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บทบัญญัติ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เดิมถูกยกเลิกไปแล้วโดยพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519 มาตรา 3 ขณะฟ้อง คดีนี้เป็นเวลาที่ใช้บรรพ 5 ที่ตรวจชำระใหม่ การเรียกค่าเลี้ยงชีพต้องบังคับตามบทบัญญัติบรรพ 5 ที่ตรวจชำระใหม่ มาตรา 1526 ซึ่งจะเรียกได้ก็ต่อเมื่อมีคดีหย่าและจะต้องฟ้องหรือฟ้องแย้งเรียกมาในคดีหย่านั้น และศาลจะสั่งให้ได้ก็ต่อเมื่อโจทก์จำเลยได้ตกลงหย่ากันเองและจดทะเบียนหย่าโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย โดยไม่มีคดีฟ้องหย่าต่อศาล จึงไม่มีกรณีที่จะถือได้ว่าเหตุแห่งการหย่าเป็นความผิดของฝ่ายใด เมื่อมิได้ตกลงกันไว้ในเรื่องค่าเลี้ยงชีพ ย่อมไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะมาเรียกค่าเลี้ยงชีพจากกันภายหลังหย่ากันแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภริยากันเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ และได้ตกลงจดทะเบียนหย่ากันเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ หลังจากหย่าจากจำเลยแล้วโจทก์ยากจนลง จึงฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าเลี้ยงชีพแก่โจทก์เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท

จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเลี้ยงชีพ จำเลยเองก็เป็นคนยากจน มีบุตรที่จะต้องอุปการะเลี้ยงดูถึง ๔ คน เงินเดือนที่จำเลยได้รับอยู่ก็ไม่พอเลี้ยงชีพอยู่แล้ว โจทก์มีฐานะดี ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูเดือนละ ๘๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ขณะฟ้อง คดีนี้เป็นเวลาที่ใช้บรรพ ๕ แห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ตรวจชำระใหม่มีผลใช้บังคับแล้ว มาตรา ๓ แห่ง พระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๙ ให้ยกเลิกบทบัญญัติ ๕ เดิม และให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๕ ใหม่นี้แทน เว้นแต่ในกรณีที่พระราชบัญญัติยกเว้นเป็นอย่างอื่น ซึ่งก็ไม่ปรากฏว่ามีบทบัญญัติยกเว้นไว้ในเรื่องนี้ ฉะนั้น การวินิจฉัยปัญหาค่าเลี้ยงชีพจึงต้องอาศัย มาตรา ๑๕๒๖ ที่ตรวจชำระใหม่ ซึ่งให้เรียกได้ต่อเมื่อมีคดีหย่า และถ้าเหตุแห่งการหย่านั้นเป็นความผิดของคู่สมรส ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่ฝ่ายเดียว และการหย่านั้นหาให้อีกฝ่ายหนึ่งยกจนลง และสิทธิเรียกร้องค่าเลี้ยงชีพนั้นกฎหมายมาตราดังกล่าวบัญญัติให้เป็นที่สุดถ้ามิได้ฟ้องหรือฟ้องแย้งในคดีหย่านั้น ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่า

โจทก์จำเลยได้ตกลงหย่ากันเองและจดจดทะเบียนหย่ากันด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย โดยไม่มีคดีฟ้องหย่าต่อศาล จึงไม่มีกรณีที่จะถือได้ว่าเหตุแห่งการหย่าเป็นความผิดของฝ่ายใด การที่โจทก์จำเลยทำสัญญาหย่ากันเองนั้น แต่ละฝ่ายย่อมตั้งรู้ดีว่าหลังจากหย่าแล้วตนจะต้องเป็นที่พึ่งตนเอง คู่สมรสชอบที่จะทำความตกลงในเรื่องค่าเลี้ยงชีพไว้ เพื่อให้มีผลบังคับในรูปสัญญาประนีประนอมยอมความในการหย่า หากไม่ได้ทำความตกลงกันไว้ก็ย่อมไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะมาเรียกร้องค่าเลี้ยงชีพจากอีกฝ่ายหนึ่งหลังจากหย่าแล้วได้ ศาลฎีกาได้พิเคราะห์สัญญาหย่าระหว่างโจทก์จำเลยแล้วแต่ไม่ปรากฏว่ามี

ที่โจทก์ฎีกาว่าเคยฟ้องแย้งเรียกค่าเลี้ยงชีพในคดีที่จำเลยฟ้องขอแบ่งทรัพย์ระหว่างสามีภริยาจากโจทก์ แต่ศาลแพ่งไม่รับฟ้องแย้งจึงได้มาฟ้องเป็นคดีนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วมาตรา ๑๕๒๖ ดังกล่าวบัญญัติไว้ชัดว่าการฟ้องหรือฟ้องแย้งในคดีแบ่งทรัพย์สิน ไม่เข้ามาตรา ๑๕๒๖ สิทธิของโจทก์เป็นอันสิ้นสุดไปพร้อมกับการหย่า ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสวิก อุตระ
ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย อินทุภูติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้