Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12264/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สำเนาใบกำกับภาษีระบุชื่อจำเลยเป็นลูกค้าทุกฉบับ และยอดหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้มีรายการหักทอนกันระหว่างโจทก์และจำเลยหลายรายการ ระบุยอดสุดท้ายว่าเป็นรายการที่จำเลยต้องชำระให้โจทก์ คงเหลือ 314,965.05 บาท เท่ากับรายการตามหนังสือรับสภาพหนี้ ปรากฏว่ามีการส่งอะไหล่ครั้งสุดท้ายระบุวันที่ 18 ตุลาคม 2540 โดยไม่ปรากฏว่าได้มีกำหนดเวลาชำระค่าอะไหล่กันไว้ ถือว่าเป็นหนี้ที่ไม่ได้กำหนดเวลาชำระหนี้ ซึ่งโจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระหนี้ได้โดยพลันตาม ป.พ.พ. มาตรา 203 วรรคแรก ดังนั้น ไม่ว่าสิทธิเรียกร้องดังกล่าวจะมีอายุความ 2 ปี ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย หรือมีอายุความ 5 ปี ดังที่โจทก์ฎีกา ก็เป็นที่เห็นได้ว่า หนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2547 เป็นการจัดทำขึ้นหลังจากขาดอายุความแล้ว หนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวจึงเป็นการที่จำเลยรับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ ซึ่งโจทก์ต้องฟ้องจำเลยภายใน 2 ปี นับแต่วันทำหนังสือรับสภาพความรับผิดดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/35 ประกอบมาตรา 193/28 วรรคสอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 418,373.51 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 314,965.05 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยลงลายมือชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้

มีปัญหาต้องวินิจฉัยในข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า เมื่อพิจารณาสำเนาใบกำกับภาษีซึ่งระบุชื่อจำเลยเป็นลูกค้าทุกฉบับ โดยนางวิไล กรรมการผู้จัดการโจทก์เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า เป็นหนี้ค่าอะไหล่ที่โจทก์ส่งให้แก่จำเลยตั้งแต่ปี 2538 ถึง 2540 รายการส่งอะไหล่ครั้งสุดท้าย วันที่ 18 ตุลาคม 2540 และยังเบิกความอีกว่า ยอดหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ซึ่งมีรายการหักทอนกันระหว่างโจทก์และจำเลยหลายรายการ ระบุยอดสุดท้ายว่า ค่าอะไหล่อู่วิชัยจำนวน 402,965.05 บาท ซึ่งฟังได้ว่าเป็นรายการอะไหล่ของอู่จำเลยหักด้วยค่าซ่อมที่โจทก์จ่ายจำนวน 88,000 บาท เป็นรายการที่จำเลยต้องชำระให้โจทก์

คงเหลือ 314,965.05 บาท เท่ากับรายการตามหนังสือรับสภาพหนี้ โดยไม่ปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์ว่าได้มีกำหนดเวลาชำระค่าอะไหล่กันไว้ จึงต้องฟังว่าเป็นหนี้ที่ไม่ได้กำหนดเวลาชำระหนี้ ซึ่งโจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระหนี้ได้โดยพลัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 วรรคแรก เมื่อหนังสือรับสภาพหนี้จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2547 ดังนั้น ไม่ว่าสิทธิเรียกร้องดังกล่าวจะมีอายุความ 2 ปี ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย หรือมีอายุความ 5 ปี ดังที่โจทก์ฎีกา ก็เป็นที่เห็นได้ว่า หนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวจัดทำขึ้นหลังจากขาดอายุความแล้ว หนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวจึงเป็นการที่จำเลยรับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ ซึ่งโจทก์ต้องฟ้องจำเลยภายใน 2 ปี

นับแต่วันทำหนังสือรับสภาพความรับผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/35 ประกอบมาตรา 193/28 วรรคสอง โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2549 ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนอง เล่าศรีวรกต · โสภณ โรจน์อนนท์ · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอำนาจเจริญ - นายอารัญ วาริชา
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสุทธิ นิชโรจน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.579/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1221/2549
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ602/2550
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้