Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12210/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีอากรประเมินตาม ป.รัษฎากร มาตรา 77 และเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มให้ถือเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 89/2 มาตรา 88/5 บัญญัติว่า เมื่อเจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ให้แจ้งการประเมินเป็นหนังสือไปยังผู้มีหน้าที่เสียภาษี หากผู้เสียภาษีมิได้เสียหรือนำส่งภาษีเมื่อถึงกำหนดชำระจึงจะถือเป็นภาษีอากรค้างตามมาตรา 12 ซึ่งจะเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้เสียภาษี กรณีของโจทก์ การที่สำนักงานสรรพากรภาค 7 มีหนังสือเรื่อง อนุมัติให้ลดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มเดือนภาษีมิถุนายน 2548 แจ้งแก่โจทก์ว่า คงเรียกเก็บเพียงร้อยละ 50 ของเบี้ยปรับตามกฎหมายและหนังสือเรื่อง ผลการทบทวนการพิจารณาคำร้องของดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม แจ้งแก่โจทก์ว่ากรณีของโจทก์ยังไม่มีเหตุอันควรผ่อนผันงดหรือลดเบี้ยปรับให้อีก และหนังสือสำนักงานสรรพากรพื้นที่นครสวรรค์ เรื่อง เตือนให้นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระนั้น หนังสือทั้งสามฉบับเป็นขั้นตอนก่อนมีการแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มแก่โจทก์ หากโจทก์ไม่ชำระเบี้ยปรับตามหนังสือเตือนดังกล่าว เบี้ยปรับก็หาใช่ภาษีอากรค้างตาม ป.รัษฎากร ไม่ จำเลยย่อมไม่มีอำนาจเรียกเก็บจากโจทก์ได้ เพราะฉะนั้นหนังสือทั้งสามฉบับที่จำเลยแจ้งแก่โจทก์ตามฟ้องจึงยังไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตาม ป.รัษฎากร ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 55 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยตามหนังสือเลขที่ กค 0715/กม.2/11052 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2549 หนังสือเลขที่ กค 0715.03/กม.1.4/19143 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2549 และหนังสือเลขที่ กค 0715/กม.2/334 ลงวันที่ 11 มกราคม 2550

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยโจทก์และจำเลยมิได้อุทธรณ์โต้แย้งว่า เจ้าพนักงานของจำเลยเข้าตรวจสอบสถานประกอบการสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาของโจทก์รวมสามแห่ง และแจ้งว่าโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเดือนภาษีธันวาคม 2547 ถึงมิถุนายน 2548 ไม่ถูกต้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอปรับปรุงยอดภาษีหลายครั้ง ต่อมาโจทก์ยินยอมชำระภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามที่เจ้าพนักงานของจำเลยแจ้งครบถ้วนทุกเดือนภาษี เว้นแต่เดือนภาษีมิถุนายน 2548 โจทก์คงชำระเพียงภาษีและเงินเพิ่ม คงเหลือเบี้ยปรับจำนวน 467,622.67 บาท โจทก์ยื่นคำร้องของดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร จำเลยพิจารณาแล้ว

ลดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มให้คงเหลือเรียกเก็บเพียงร้อยละ 50 ของเบี้ยปรับตามกฎหมาย โจทก์อุทธรณ์เป็นหนังสือ จำเลยพิจารณาแล้วมีหนังสือยืนยันตามเดิม ต่อมาจำเลยมีหนังสือเตือนให้โจทก์นำเงินภาษีอากรไปชำระ โจทก์ชำระเบี้ยปรับให้แก่จำเลยบางส่วนเป็นเงินจำนวน 19,484.28 บาท ยังคงเหลือเบี้ยปรับอีกจำนวน 214,327.05 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ต่อมาสรรพากรภาค 7 มีหนังสือว่า โจทก์ไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะอุทธรณ์ภาษีดังกล่าว โจทก์ไม่เห็นด้วย จึงฟ้องเป็นคดีนี้ ในเบื้องต้นเห็นควรวินิจฉัยก่อนว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ในปัญหานี้ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับภาษีเดือนมิถุนายน 2548 ฉบับเพิ่มเติมในวันที่ 14 กรกฎาคม 2549 และชำระภาษีมูลค่าเพิ่มและเงินเพิ่มให้แก่จำเลย

อีกทั้งยื่นคำร้องของดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรในวันเดียวกัน ตามที่เจ้าพนักงานของจำเลยแนะนำ แม้การยื่นคำร้องของดหรือลดเบี้ยปรับจะเกิดจากความเข้าใจผิดของโจทก์หรือไม่ก็ตาม หาเป็นเหตุให้โจทก์เสียสิทธิอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ เนื่องจากการยื่นคำร้องของดหรือลดเบี้ยปรับเป็นขั้นตอนก่อนมีการแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มแก่โจทก์ และเมื่อจำเลยพิจารณาคำร้องของดหรือลดเบี้ยปรับแล้วมีหนังสือสำนักงานสรรพากรภาค 7 ที่ กค 0715/กม.2/11052 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2549 เรื่อง อนุมัติให้ลดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มเดือนภาษีมิถุนายน 2549 แจ้งไปยังโจทก์ว่า กรณีของโจทก์ถือเป็นเหตุอันควรได้รับการผ่อนผันจึงลดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มให้คงเหลือเรียกเก็บเพียงร้อยละ 50 ของเบี้ยปรับตามกฎหมาย

เมื่อโจทก์อุทธรณ์เป็นหนังสือ จำเลยมีหนังสือสำนักงานสรรพากรภาค 7 ที่ กค 0715/กม.2/334 ลงวันที่ 11 มกราคม 2550 เรื่อง ผลการทบทวนการพิจารณาคำร้องของดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม แจ้งแก่โจทก์ว่า กรณีของโจทก์ยังไม่มีเหตุอันควรผ่อนผันงดหรือลดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มให้อีก อีกทั้งมีหนังสือสำนักงานสรรพากรพื้นที่นครสวรรค์ ที่ กค 0715.03/กม.1.4/19143 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2549 เรื่อง เตือนให้นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระก็ตาม แต่หากโจทก์ไม่ชำระเบี้ยปรับดังกล่าว จำเลยย่อมไม่มีอำนาจเรียกเก็บจากโจทก์ได้ เว้นแต่เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินเบี้ยปรับจำนวนดังกล่าวและแจ้งการประเมินไปยังโจทก์แล้ว เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีอากรประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77 และเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มให้ถือเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89/2 และเมื่อโจทก์มิได้เสียหรือนำส่งเมื่อถึงกำหนดชำระจึงจะถือเป็นภาษีอากรค้างตามประมวลรัษฎากร

ดังนั้นเบี้ยปรับตามหนังสือสำนักงานสรรพากรพื้นที่นครสวรรค์ที่ กค 0715.03/กม.1.4./19143 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2549 ซึ่งจำเลยยังไม่ได้แจ้งการประเมินเป็นหนังสือไปยังผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามมาตรา 88/5 แห่งประมวลรัษฎากร หาใช่ภาษีอากรค้างตามประมวลรัษฎากรไม่ เพราะฉะนั้นหนังสือทั้งสามฉบับที่จำเลยแจ้งแก่โจทก์ตามฟ้องจึงยังไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตามประมวลรัษฎากร ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 29 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วยในผล สำหรับอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์ไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนไป

อนึ่ง คำฟ้องของโจทก์เป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือสำนักงานสรรพากรภาค 7 ที่ กค 0715/กม.2/11052 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2549 หนังสือสำนักงานสรรพากรภาค 7 ที่ กค 0715/กม.2/334 ลงวันที่ 11 มกราคม 2550 และหนังสือสำนักงานสรรพากรพื้นที่นครสวรรค์ ที่ กค 0715.03/กม.1.4/19143 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2549 ซึ่งหนังสือทั้งสามฉบับดังกล่าวยังไม่มีผลทำให้โจทก์มีหน้าที่ต้องเสียเบี้ยปรับดังที่วินิจฉัยไว้ในตอนต้น จึงถือเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล (ค่าขึ้นศาล) 200 บาท ตามตาราง 1 (2) (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลภาษีอากรกลางให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมศาล (ค่าขึ้นศาล) ชั้นต้น จำนวน 11,690 บาท และชั้นอุทธรณ์จำนวน 11,690 บาท นั้น เป็นการเสียค่าขึ้นศาลเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินแก่โจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน คืนค่าธรรมเนียมศาล (ค่าขึ้นศาล) ชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ในส่วนที่เกินแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นพพร โพธิรังสิยากร · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายปรีชา บุญโรจน์พงศ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ภษ.52/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ102/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ348/2550
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้