Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1221/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมรถยนต์อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อ จำเลยที่ 1 ได้เอาประกันวินาศภัยโดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัย โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์จากสัญญาประกันภัย ต่อมารถยนต์ถูกชนเสียหาย บริษัทรับประกันได้รับมอบไปจัดการซ่อม เมื่อโจทก์ร้องขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาโจทก์ได้นำยึดรถยนต์คันอื่นอีก 6 คัน เว้นแต่รถยนต์คันนี้ซึ่งอยู่ในอู่ของบริษัทผู้รับประกันภัยโจทก์มิได้นำยึด ดังนี้เห็นว่ารถยนต์คันนี้อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 มาแต่ต้น การที่โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์จากสัญญาประกันภัยก็เพราะกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันนี้ยังเป็นของโจทก์ในฐานะผู้ให้เช่าซื้อเท่านั้น ไม่อาจถือได้ว่ารถยนต์คันนี้กลับมาอยู่ในความครอบครองของโจทก์ ต้องถือว่าในระหว่างรถยนต์คันนี้ได้รับการซ่อมแซมอยู่ในอู่ของบริษัทผู้รับประกันภัย อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 ตลอดมาจนเสร็จคดี เมื่อศาลพิพากษาให้ส่งมอบจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องส่งมอบรถยนต์คันนี้ให้โจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาและได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดรถยนต์ 4 คันจากจำเลยที่ 1 แล้วเจ้าพนักงานบังคับคดีมอบรถยนต์ 4 คันนี้ให้โจทก์รักษาไว้ ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชนะคดีเฉพาะรถยนต์ 4 คันนี้ โดยฟังว่าจำเลยที่ 1 ไม่ผิดสัญญาเช่าซื้อ โจทก์ไม่มีอำนาจบอกเลิกสัญญาได้ ให้ยกฟ้องโจทก์ ในคำพิพากษามิได้กล่าวไว้ซึ่งวิธีการชั่วคราวที่ศาลสั่งไว้ในระหว่างพิจารณา ฉะนั้น จึงต้องถือว่าคำสั่งของศาลที่ให้ยึดรถยนต์ 4 คันนี้ไว้ชั่วคราวเป็นอันยกเลิกไปในตัว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260(1) จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิได้รับรถยนต์ 4 คันนี้กลับคืนไปในฐานะผู้เช่าซื้อซึ่งมิได้ผิดสัญญา โจทก์ไม่มีสิทธิยึดหน่วงรถยนต์ 4 คันนี้ไว้ได้ เพราะโจทก์มิใช่ผู้ครองรถยนต์ 4 คันนี้โดยมีหนี้อันเป็นคุณประโยชน์แก่โจทก์ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 241 โจทก์เป็นแต่เพียงผู้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานบังคับคดีให้รักษารถยนต์ 4 คันนี้ไว้ในระหว่างถูกยึดไว้ชั่วคราวเท่านั้น เมื่อการยึดทรัพย์ถูกยกเลิกไป โจทก์ในฐานะผู้รักษาทรัพย์ก็ต้องคืนรถยนต์ที่รับรักษาไว้แก่จำเลยที่ 1 ไปตามคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้พิพาทกันชั้นบังคับคดี โดยโจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถยนต์โจทก์ไป ๗ คัน จำเลยที่ ๑ ผิดนัดค้างชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์ทวงถามและบอกเลิกสัญญา และให้จำเลยที่ ๑ คืนรถยนต์ทั้ง ๗ คัน

โจทก์ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งยึดรถยนต์ทั้ง ๗ คันเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ก่อนพิพากษา ศาลชั้นต้นให้ยึดรถยนต์ ๗ คันไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา แต่ยึดได้เพียง ๖ คัน และให้โจทก์เป็นผู้รักษา ส่วนรถยนต์คันเลขทะเบียนที่ ก.ท. ๑๒๕๘๓ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องว่าถูกชนเสียหาย ผู้รับประกันวินาศภัยรับไปทำการซ่อม ต่อมาศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีว่าจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญา พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ คืนรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท. ๑๒๕๘๒ ก.ท. ๑๒๕๘๓ ก.ท. ๑๒๕๘๔ และ ก.ท. ๑๔๒๑๘ ให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ส่วนอีก ๓ คันพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ ๑ ส่งมอบรถยนต์ ก.ท. ๑๒๕๘๒ ก.ท. ๑๒๕๘๓ และ ก.ท. ๑๒๕๘๔ โจทก์และจำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน โจทก์และจำเลยที่ ๑ ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาโดยโจทก์ขอรับรถยนต์ ก.ท. ๑๒๕๘๒ และ ก.ท. ๑๒๕๘๔ ซึ่งกองหมายยึดและมอบให้โจทก์รักษาไว้ ส่วนรถยนต์ ก.ท. ๑๒๕๘๓ จำเลยที่ ๑ ไม่สามารถส่งมอบให้โจทก์ได้ จึงขอให้ใช้ราคา ส่วนจำเลยที่ ๑ ขอรับรถยนต์ ก.ท.๑๔๑๙๑ ก.ท. ๑๔๐๘๗ ก.ท. ๑๔๒๑๘ และ ก.ท.ป.๕๒๙๗ (ทะเบียนใหม่ น.บ.๐๒๓๒)ซึ่งกองหมายยึดไว้ และศาลพิพากษายกฟ้องคืนไป โจทก์แถลงต่อกองหมายไม่ยอมให้คืนรถยนต์ ๔ คันนี้ให้จำเลยที่ ๑ โดยอ้างว่าได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแก่จำเลยที่ ๑ แล้ว

กองหมายจึงไม่มอบรถยนต์ ๔ คันให้จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ขอให้มีคำสั่งบังคับเจ้าพนักงานบังคับคดีและโจทก์ส่งมอบรถยนต์ ๔ คัน และว่ารถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท. ๑๒๕๘๓ อยู่ในความครอบครองของโจทก์แล้ว เพราะจำเลยที่ ๑ เอารถยนต์คันนี้ไปประกันวินาศภัยไว้กับบริษัทธนภัณฑ์ จำกัด ผู้รับประกันภัย โจทก์ยื่นคำแถลงว่า รถยนต์ทุกคันเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยที่ ๑ เป็นเพียงผู้เช่าซื้อโจทก์มีสิทธิริบ ส่วนรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท. ๑๒๕๘๓ จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่จะต้องส่งมอบให้โจทก์ตามคำบังคับของศาล เมื่อส่งไม่ได้ ก็ต้องชดใช้ราคา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ๑. รถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท. ๑๒๕๘๓ จำเลยที่ ๑ ปฏิเสธว่าไม่ต้องรับผิด

เห็นว่า จำเลยที่ ๑ ได้อุทธรณ์คำสั่งลงวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๐๓ ครั่งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกากล่าวถึงอุทธรณ์ฉบับนี้ไว้ในคำพิพากษาฎีกาแล้วไม่ชอบที่จำเลยที่ ๑ จะรื้อฟื้นเอาเรื่องที่ศาลสั่งไปแล้วให้กลับมาวินิจฉัยซ้ำอีก ๒. กรณีจำเลยที่ ๑ ขอรับรถยนต์ ๔ คันคืนนั้น เห็นว่า โจทก์ร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา และศาลได้ยึดและมอบให้โจทก์รักษา เมื่อศาลฎีกายกฟ้อง ไม่ได้กล่าวถึงวิธีการชั่วคราวที่สั่งไว้ จึงต้องถือว่าคำสั่งยึดรถยนต์พิพาทถูกเพิกถอนไปในตัว โจทก์ต้องคืนรถยนต์ ๔ คันนี้ให้จำเลยที่ ๑ จึงให้โจทก์คืนรถยนต์ ๔ คันนี้ให้จำเลยที่ ๑ โจทก์จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า รถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท. ๑๒๕๘๓ อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ ๑ ผู้เช่าซื้อมาแต่ต้น จำเลยที่ ๑ เป็นผู้เอาไปประกันวินาศภัยไว้กับบริษัทธนภัณฑ์ จำกัด เมื่อถูกชนก็ยังอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ เป็นผู้มอบรถยนต์คันนี้ให้บริษัทจัดการซ่อม การที่โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์จากสัญญาประกันภัยก็เพราะกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันนี้ยังเป็นของโจทก์ ไม่อาจถือได้ว่ารถยนต์คันนี้กลับมาอยู่ในความครอบครองของโจทก์ ต้องถือว่ารถยนต์คันนี้อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ ๑ ตลอดมาจนเสร็จคดี จำเลยที่ ๑ จึงมีหน้าที่ต้องส่งมอบรถยนต์คันนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษา ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มีสิทธิยึดหน่วงรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท. ๑๔๑๙๑ ก.ท. ๑๔๐๘๗, ก.ท. ๑๔๒๑๘ และ ก.ท.ป. ๕๒๙๗ (หมายเลขทะเบียนใหม่ น.บ.๐๒๓๒) ไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๔๑ เพราะจำเลยที่ ๑ ค้างชำระค่าเช่าซื้อและรถยนต์คันนี้อยู่ในความครอบครองของโจทก์แล้วนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา และได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดรถยนต์ ๔ คันนี้จากจำเลยที่ ๑ แล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีได้มอบรถยนต์ ๔ คันนี้ให้โจทก์รักษาไว้ ต่อมาศาลพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชนะคดีเฉพาะรถยนต์ ๔ คันนี้ โดยฟังว่าจำเลยที่ ๑ ไม่ผิดสัญญาเช่าซื้อ โจทก์ไม่มีอำนาจบอกเลิกสัญญาได้ ให้ยกฟ้องโจทก์ และในคำพิพากษามิได้กล่าวไว้ซึ่งวิธีการชั่วคราวที่ศาลได้สั่งไว้ในระหว่างพิจารณา ฉะนั้น จึงต้องถือว่าคำสั่งของศาลที่ให้ยึดรถยนต์ ๔ คันนี้ไว้ชั่วคราวเป็นอันยกเลิกไปในตัว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๐(๑) จำเลยที่ ๑ จึงมีสิทธิจะได้รับรถยนต์ ๔ คันนี้กลับคืนไปในฐานะผู้เช่าซื้อซึ่งมิได้ผิดสัญญาโจทก์ไม่มีสิทธิยึดหน่วงรถยนต์ ๔ คันนี้ไว้ได้

เพราะโจทก์มิใช่ผู้ครองรถยนต์ ๔ คันนี้โดยมีหนี้อันเป็นคุณประโยชน์แก่โจทก์ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๔๑ โจทก์เป็นแต่เพียงผู้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานบังคับคดีให้รักษารถยนต์ ๔ คันนี้ไว้ระหว่างถูกยึดชั่วคราวเท่านั้น เมื่อการยึดทรัพย์ถูกยกเลิกไป โจทก์ในฐานะผู้รักษาทรัพย์ก็ต้องคืนรถยนต์ที่รักษาไว้ให้แก่จำเลยที่ ๑ ไปตามคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - หลวงวิชัยนิตินาท
ศาลอุทธรณ์ - นายปันโน สุขทรรศนีย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้