Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1218/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ชาวไร่หรือที่เรียกว่าสมาชิกผู้รับการส่งเสริมจะรับสินเชื่อไปจากโจทก์จะต้องทำสัญญาส่งเสริมการปลูกฝ้ายกับห้างจำเลยซึ่งเรียกว่าผู้ส่งเสริมก่อน และต้องเอาฝ้ายดอกมาขายให้จำเลยแต่ผู้เดียวตามราคาที่จำเลยกำหนดไว้ในสัญญา แล้วหักทอนกับสินเชื่อที่รับไป เท่ากับจำเลยออกทุนให้ปลูกฝ้ายแล้วเอาผลิตผลมาขายหักใช้หนี้ ระหว่างที่โจทก์รับเอาสินเชื่อไปจ่ายแก่สมาชิก จำเลยก็มีจดหมายถึงโจทก์ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการจ่ายสินเชื่อโจทก์จึงเป็นตัวแทนจำเลยทั้งในการนำวัสดุสินเชื่อตลอดจนเงินสดและเช็คไปจ่ายแก่สมาชิก และรวบรวมฝ้ายดอกจากสมาชิกมาขายให้จำเลยโจทก์จึงมีสิทธิรับบำเหน็จจากจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตั้งให้โจทก์เป็นตัวแทนจัดหาสมาชิกเกษตรกรชาวไร่ฝ้ายเพื่อรับการส่งเสริมจากจำเลย โดยจำเลยจะจัดหาเมล็ดพันธุ์ฝ้าย ยาฆ่าแมลงเครื่องมือกำจัดศัตรูพืชและเงินสดให้แก่สมาชิกตามระเบียบที่จำเลยทำขึ้นโดยเรียกจำเลยว่า "ผู้ส่งเสริม" ฝ่ายหนึ่ง และสมาชิกเกษตรกรชาวไร่ฝ้ายเรียกว่า"ผู้รับการส่งเสริม" อีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อโจทก์หาสมาชิกได้แล้ว ต้องนำสมาชิกมาทำสัญญากับจำเลย เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวสมาชิกต้องนำผลผลิตมาขายให้แก่จำเลยแต่ผู้เดียว โดยหักราคาขายกับสินเชื่อที่สมาชิกได้รับไป แล้วจำเลยจะจ่ายเงินค่าผลิตผลส่วนที่เกินสินเชื่อให้แก่สมาชิก จำเลยให้โจทก์มีหน้าที่บริการสินเชื่อแก่สมาชิก โดยให้โจทก์มารับสินเชื่อจากจำเลยไปจำหน่ายให้แก่สมาชิกเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว

โจทก์ต้องรวบรวมฝ้ายดอกจากสมาชิกมาขายให้แก่จำเลยคนเดียว จำเลยตกลงให้บำเหน็จสินจ้างในการจำหน่ายสินเชื่อในอัตราร้อยละ10 ของสินเชื่อที่จำหน่ายได้ และให้บำเหน็จสินจ้างในการเก็บฝ้ายดอกจากสมาชิกมาขายให้จำเลยกิโลกรัมละ 20 สตางค์ โจทก์รับสินเชื่อไปจากจำเลย1,275,775 บาท ได้บำเหน็จ 127,577 บาท โจทก์ส่งฝ้ายดอกให้จำเลย 252,000 กิโลกรัม โจทก์ได้บำเหน็จ 50,400 บาท รวมเป็นเงิน 177,977บาท แต่โจทก์ขอคิดเพียง 177,900 บาท ทวงถามแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้การว่า ไม่เคยตั้งโจทก์เป็นตัวแทน โจทก์เป็นลูกค้าของจำเลยโจทก์มารับของจากจำเลยไปขายต่อให้แก่ชาวไร่ จำเลยคิดกำไรให้ร้อยละ 10จากราคาขาย หากมีหนี้กันจริงจำเลยก็ใช้หมดแล้ว

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ 131,266.80 บาทและวินิจฉัยในข้อกฎหมายว่า ในการที่พวกชาวไร่หรือที่เรียกว่า สมาชิกผู้รับการส่งเสริมจะมารับสินเชื่อจากโจทก์ จะต้องมาทำสัญญาส่งเสริมการปลูกฝ้ายกับจำเลย มีกำหนดชำระสินเชื่อคืนในตอนสิ้นปี เมื่อเก็บเกี่ยวฝ้ายดอกแล้วผู้รับการส่งเสริมต้องนำฝ้ายดอกมาขายให้จำเลยคนเดียว ตามราคาที่จำเลยกำหนดไว้ในสัญญา แล้วหักทอนสินเชื่อที่รับไป ในการทำสัญญานี้ผู้รับการส่งเสริมจะต้องนำหลักทรัพย์มามอบให้จำเลยไว้เป็นประกันการชำระหนี้ เท่ากับว่าจำเลยออกทุนให้ผู้รับการส่งเสริมไปปลูกฝ้ายแล้วเอาผลผลิตมาขายให้จำเลยหักใช้หนี้นั่นเอง

พฤติการณ์ดังกล่าวมานี้เห็นได้ว่าโจทก์เป็นตัวแทนจำเลยนำวัสดุสินเชื่อตลอดจนเงินสดไปจ่ายให้แก่สมาชิกผู้รับการส่งเสริมและเมื่อสมาชิกผู้รับการส่งเสริมเก็บเกี่ยวดอกฝ้ายได้แล้ว โจทก์ก็เป็นตัวแทนจำเลยไปรวบรวมจากสมาชิกนำมาขายให้จำเลยหักทอนหนี้สินกัน หากเป็นเรื่องซื้อขายกันก็ไม่มีเหตุผลประการใดที่จำเลยจะทดรองเงินจำนวนถึงหนึ่งล้านบาทเศษให้โจทก์ไปจ่ายให้แก่สมาชิกผู้รับการส่งเสริมและรวบรวมฝ้ายดอกจากสมาชิกผู้รับการส่งเสริมมาขายให้แก่จำเลยแต่ผู้เดียวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดพงษ์โชคชัยการฝ้ายจำเลยใช้เงินจำนวน 131,266.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม · ประกอบ วณิคพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้