Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1217/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นคนต่างด้าว มีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ มีผู้นำหลักฐานปลอมไปยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานให้ออกบัตรประจำตัวประชาชนและใบสำคัญทหารกองเกินแทนฉบับชำรุดสูญหายให้จำเลย เจ้าพนักงานหลงเชื่อคำร้องและหลักฐานปลอมนั้นจึงออกให้ เมื่อจำเลยซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเอกสารราชการดังกล่าวเกิดจากการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267ยังนำไปใช้โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่เจ้าพนักงาน ผู้อื่นหรือประชาชน จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 267โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268ประกอบด้วยมาตรา 265 แต่เมื่อข้อเท็จจริงที่ได้ความตามคำบรรยายฟ้องทั้งหมดนั้น ครบองค์เป็นความผิดตามมาตรา268 ประกอบด้วยมาตรา 267 ก็เป็นเรื่องที่โจทก์อ้างบทมาตราผิดศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยตามบทมาตราที่ถูกต้องได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและจำเลยให้การรับสารภาพฟังได้ว่า ก. จำเลยเป็นบุคคลต่างด้าวเชื้อชาติจีน สัญชาติพม่ามีภูมิลำเนาอยู่ที่เมืองร่างกุ้ง ประเทศพม่า เมื่อระหว่างวันที่1 ตุลาคม 2513 ถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2516 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัดจำเลยบังอาจเดินทางจากภูมิลำเนาดังกล่าวแล้วเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่มีหนังสือเดินทางอันถูกต้องข. เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2516 จำเลยบังอาจเอาบัตรประจำตัวประชาชนฉบับวันออกบัตร 26 ตุลาคม 2513 ชื่อตัวนายวีระ ชื่อสกุล แซ่จิว อันเป็นเอกสารราชการปลอมที่มีผู้นำหลักฐานทะเบียนบ้านปลอมขอจำเลยไปยื่นคำร้องขอมีบัตรประจำตัวประชาชนต่อเจ้าพนักงานผู้ทำและเจ้าพนักงานผู้ออกบัตรให้ออกปลอมให้จำเลยทั้งฉบับ และเอาใบสำคัญทหารกองเกินแทนฉบับชำรุดสูญหาย (แบบ

ส.ด.9) เลขที่ 1113 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2513 ชื่อนายวีระ แซ่จิว อันเป็นเอกสารปลอมที่มีผู้นำหลักฐานการแจ้งหายของใบสำคัญทหารกองเกินปลอมของจำเลยไปยื่นคำร้องขอใบสำคัญทหารกองเกินแทนฉบับชำรุดสูญหายให้เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ทำปลอมออกให้จำเลยทั้งฉบับ ไปใช้อ้างแสดงแก่ร้อยตำรวจเอกประสิทธิ์ เฟื่องอารมย์ ว่าเป็นบัตรประจำตัวประชาชนและใบสำคัญทหารกองเกินแทนฉบับชำรุดสูญหายที่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวแล้วเป็นผู้ออกให้แก่จำเลยอันแท้จริง เพื่อเป็นหลักฐานแสดงให้ร้อยตำรวจเอกประสิทธิ์หลงเชื่อหรือเข้าใจว่าจำเลยเป็นบุคคลสัญชาติไทย ทั้งนี้โดยจำเลยรู้แล้วว่าเอกสารราชการดังกล่าวทั้งสองฉบับเป็นเอกสารปลอม โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่เขตปทุมวัน

เจ้าพนักงานผู้ทำและออกบัตรประจำตัวประชาชนเขตปทุมวันเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเจ้าพนักงานผู้ทำและออกใบสำคัญทหารกองเกินเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย หรือผู้อื่นหรือประชาชนได้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2493 มาตรา 21, 58 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 265, 90, 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2 ลงโทษฐานผิดพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง มาตรา 21, 58 ปรับ 1,000 บาท และฐานใช้เอกสารราชการปลอมตามมาตรา 268 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 2 ปี ปรับ 1,000 บาท

จำเลยให้การรับสารภาพโดยดี มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 1 ปี ปรับ 500 บาท ของกลางริบจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องฐานใช้เอกสารปลอม นอกจากที่แก้นี้แล้วให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้องข้อ ข. ซึ่งจำเลยได้ให้การรับสารภาพนั้นมีใจความว่า มีผู้ใดไม่ปรากฏไปยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานให้ออกบัตรประจำตัวประชาชนให้จำเลย โดยนำทะเบียนบ้านปลอมไปแสดงเป็นหลักฐาน ทั้ง ๆ ที่จำเลยเป็นบุคคลต่างด้าวซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศพม่า เจ้าพนักงานได้ออกบัตรประชาชนให้จำเลย ซึ่งแสดงว่าเจ้าพนักงานหลงเชื่อคำร้องอันมีทะเบียนบ้านปลอมนั้นเป็นหลักฐานประกอบ จึงออกให้ และใบสำคัญทหารกองเกินก็เป็นไปในทำนองเดียวกันกล่าวคือเจ้าพนักงานได้ออกใบสำคัญทหารกองเกินแทนฉบับชำรุดสูญหายให้จำเลย

เพราะหลงเชื่อว่าคำร้องซึ่งผู้ยื่นคำร้องแสดงหลักฐานการแจ้งหายปลอม จำเลยรู้อยู่แล้วว่าบัตรประจำตัวประชาชนและใบสำคัญทหารกองเกินแทนฉบับชำรุดสูญหายนั้นเป็นเอกสารราชการซึ่งเกิดจากการกระทำอันผิดกฎหมายของผู้ยื่นคำร้อง จำเลยก็ยังใช้เอกสารราชการดังกล่าวนั้นแสดงแก่ร้อยตำรวจเอกประสิทธิ์ เฟื่องอารมย์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่เจ้าพนักงานผู้ออกเอกสารราชการนั้น ๆ และผู้อื่นหรือประชาชนได้ ดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่าเอกสารราชการทั้งสองฉบับนี้เกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 267 แห่งประมวลกฎหมายอาญา คือการยื่นคำร้องแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในบัตรประจำตัวประชาชนว่าจำเลยเป็นบุคคลสัญชาติไทย และในใบสำคัญทหารกองเกินแทนฉบับชำรุดสูญหายว่าจำเลยเป็นทหารกองเกิน ซึ่งเอกสารราชการ 2 ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานแสดงข้อเท็จจริงดังกล่าว

การที่จำเลยนำไปใช้จึงเป็นความผิดตามมาตรา 268 แม้โจทก์จะเรียกเอกสารราชการ2 ฉบับนี้ว่าเป็นเอกสารปลอม และตามคำขอท้ายฟ้องก็อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 265 แต่เมื่อข้อเท็จจริงที่ได้ความตามคำบรรยายฟ้องทั้งหมดนั้นครบองค์เป็นความผิดตามมาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 267 ก็เป็นเรื่องที่โจทก์อ้างบทมาตราผิดเท่านั้น ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยตามบทมาตราที่ถูกต้องได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเอกสารราชการ 2 ฉบับนี้เป็นเอกสารที่ออกให้โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่เป็นเอกสารปลอมจำเลยนำไปใช้ก็ไม่เป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอม

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 267 อีกกระทงหนึ่งให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา สุมาวงศ์ · สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้