Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1216/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยขายข้าวให้โจทก์ แล้วรับฝากข้าวไว้ในยุ้งโดยไม่มีบำเหน็จ ต่อมาเกิดอุทกภัย จำเลยให้โจทก์มารับข้าวโจทก์ก็ไม่มา จำเลยจึงขายข้าวนั้นไปเพราะเกรงน้ำจะท่วมข้าวเสียหาย หลังจากที่จำเลยได้ขายข้าวของจำเลยเองไปหมดแล้ว ดังนี้ ถือว่าจำเลยในฐานะผู้รับฝากด้วยการทำให้เปล่าไม่มีบำเหน็จ ได้ใช้ความระมัดระวังสงวนทรัพย์สินที่รับฝากไว้เหมือนเช่นได้ประพฤติในกิจการของตนเองดังประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 659 วรรคต้น และเป็นการกระทำเพื่อจะปัดป้องอันตรายอันจะเป็นภัยแก่ทรัพย์สินนั้นโดยมิได้จงใจทำผิดหรือเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงประการใด จึงไม่ต้องรับผิดดังนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 398

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อข้าวจากจำเลยแล้วฝากจำเลยเก็บรักษาไว้ต่อมาโจทก์ไปทวงถามข้าวจากจำเลย จำเลยไม่มีให้ จึงขอให้บังคับจำเลยใช้เงิน 20,000 บาทจำเลยต่อสู้ว่า จำเลยรับรักษาข้าวโจทก์ไว้จริง แต่เกิดน้ำท่วมจำเลยแจ้งให้โจทก์ขนย้าย โจทก์ก็เพิกเฉยโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยจำเป็นต้องขายข้าวโจทก์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจากน้ำท่วม โจทก์จำเลยได้ตกลงเลิกสัญญาซื้อขาย และขอคืนเงินโจทก์จำเลยได้ส่งเงินคืนโจทก์แล้ว 8,000 บาท จำเลยคงเป็นหนี้โจทก์เพียง 5,700 บาท เท่านั้นศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยขายข้าวเปลือกโจทก์ไปเพราะมีเหตุฉุกเฉินอย่างยิ่งจากน้ำท่วมอันเป็นภัยธรรมชาติ และทำไปเพื่อปัดป้องอันตรายอันจะเกิดแก่ทรัพย์สินของโจทก์

จำเลยมิได้จงใจทำผิดหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้ค่าปรับให้โจทก์แต่ต้องรับผิดใช้ค่าข้าวเปลือก จำเลยได้ใช้เงินให้โจทก์แล้ว 8,000 บาท ให้ใช้เงินที่ค้างชำระอีก 5,700 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า ไม่เชื่อว่าจำเลยขายข้าวโจทก์ไปเพราะเกรงน้ำจะท่วม ต้องใช้เงินสองหมื่นบาทแก่โจทก์ตามสัญญา จำเลยชำระแก่โจทก์แล้ว 8,000 บาท ให้ชำระโจทก์อีก 12,000 บาท นอกจากนี้ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้บังคับจำเลยชำระเงินเต็มตามฟ้องจำเลยฎีกาขอให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์เพียง 5,700 บาทศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์จำเลยตกลงกันซื้อขายข้าว ได้ตักตวงกันเป็นส่วนสัด กรรมสิทธิ์จึงเป็นของโจทก์เสร็จเด็ดขาดไปแล้วจำเลยรับรักษาข้าวโจทก์โดยไม่มีบำเหน็จ

ต่อมาเกิดอุทกภัย จำเลยได้ขายข้าวของจำเลยซึ่งอยู่ในยุ้งเดียวกับโจทก์แล้ว จึงตัดสินใจขายข้าวโจทก์ไปเพราะเกรงน้ำจะท่วมข้าวในยุ้ง ให้ได้รับความเสียหายและยอมใช้ราคาข้าวตามที่โจทก์ซื้อจากจำเลย ถือว่าจำเลยในฐานะผู้รับฝากด้วยการทำให้เปล่าไม่มีบำเหน็จ ได้ใช้ความระมัดระวังสงวนทรัพย์สินคือข้าวโจทก์ที่ได้ฝากไว้ เหมือนเช่นได้ประพฤติในกิจการของตนเองแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 659 วรรคต้น เพื่อประสงค์จะปัดป้องอันตรายอันจะเป็นภัยแก่ทรัพย์สินนั้น โดยมิได้จงใจทำผิดหรือเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงประการใด จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดดังนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 398 โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไป และส่งเงินมาชำระหนี้โจทก์ไม่ใช่ชำระค่าข้าว แต่หลักฐานโจทก์เลื่อนลอย

ไม่มีเหตุผลให้เชื่อถือได้ คำกล่าวอ้างของโจทก์จึงรับฟังไม่ได้ เชื่อว่าจำเลยได้ส่งเงินมาชำระค่าข้าวแล้ว 8,000 บาท ยังคงเหลือที่จะต้องชำระแก่โจทก์อีกเพียง 5,700 บาท เท่านั้นพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิตติ สีหนนทน์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้