Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1215/2479

พ.ศ. 2479 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ไม่ยื่นรายการเงินได้ภายในวันที่ 15 พฤษภาคมตาม ม.13 นายตรวจภาษีชอบที่จะปฏิบัติการตาม ม.16 เพื่อกำหนดประเมินจำนวนเงินภาษีและมีอำนาจที่จะเรียกเงินภาษีเพิ่มขึ้นดังที่กำหนดไว้ใน ม.16(4)ได้ เงินเพิ่มภาษีตาม ม.16(4) เป็นจำนวนที่ได้กำหนดไว้แน่ลงตัวจะลดลงอีกไม่ได้ ม.49 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้เป็นบทลงโทษปรับผู้ไม่ยื่นรายการในทางอาญา ซึ่งผิดกับ ม.16 แต่มาตราทั้ง 2 นี้หาลบล้างซึ่งกันและกันไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ พ.ศ.2475 มาตรา 13-16

เนื้อความคำพิพากษา

ได้ความว่าโจทก์มีความผูกพันที่จะต้องเสียภาษีเงินได้ประจำปี พ.ศ.๒๔๗๗ ตามพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ ม.๑๓ โดยต้องยื่นรายการแสดงจำนวนเงินได้ทั้งหมดก่อนหรือภายในวันที่ ๑๕ พฤศภาคม พ.ศ.๒๔๗๘ แต่โจทก์ไม่ได้ยื่น วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๗๘ โจทก์ได้รับคำเตือนจากจำเลยที่ ๓ ให้ยื่นรายการบัญชีเงินได้ ในวันที่๒๘ เดือนนั้นโจทก์ได้ไปขอรับแบบแสดงรายการจากอำเภอ วันที่ ๑ พฤศจิกายน โจทก์ได้รับหมายเรียกจากนายตรวจภาษีเงินได้ให้ไปพบในวันที่ ๗ เดือนนั้น โจทก์ได้กรอกข้อความตามแบบพิมพ์แล้วนำไปยื่นต่อนายตรวจภาษีเงินได้ในวันที่ ๔ ในวันที่ ๘ เดือนนั้นจำเลยที่ ๓ ได้ประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์ ๓๐๓๒ บาท ๗๗ สตางค์ และเงินเพิ่มภาษีตาม ม.๑๖ อีก ๖๐๖๕ บาท ๕๔ สตางค์

เมื่อโจทก์ได้ชำระเงินทั้งหมด ๙๐๙๘ บาท ๓๑ สตางค์ แล้วได้อุทธรณ์คำสั่งเจ้าหน้าที่ แต่จำเลยที่ ๒ สั่งยกโจทก์จึงฟ้องคดีต่อศาลว่าจำเลยไม่มีสิทธิเรียกภาษีเพิ่ม ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าการเรียกเงินภาษีเพิ่มตาม ม.๑๖ นั้นเป็นเรื่องอยู่ในดุลยพินิจของเจ้าพนักงาน ก็เมื่อปรากฎว่าโจทก์มิได้ยื่นรายการเงินได้สำหรับปีก่อนภายในหรือก่อนวันที่ ๑๕ พฤษภาคม แล้ว นายตรวจภาษีก็ชอบที่จะปฏิบัติตาม ม.๑๖ เพื่อกำหนดประเมินจำนวนภาษี เมื่อได้ใช้มาตรา ๑๖ บังคับคดีแล้วเจ้าพนักงานจะดำเนินวิธีการตามอนุมาตรา ๑ และ ๒ หรืออนุมาตรา ๑ และ ๓ ประการใดก็แล้วแต่วิธีการ ส่วนการเงินเพิ่มค่าภาษ๊ตามอนุมาตรา ๔ นั้นเป็นผลต่อมาเนื่องจากเหตุการณ์ในอนุมาตรา ๑ เงินเพิ่มภาษีซึ่งได้กำหนดไว้ในอนุมาตรา ๔ นี้เป็นการตายตัวจะต่อรองกันไม่ได้ ที่+ว่าถูกปรับก็ควรถูกปรับตาม ม.๔๙ หาใช่ ม.๑๖ ไม่นั้นเห็นว่า ม.๔๙ เป็นการลงโทษในทางอาญา ส่วน ม.๑๖ เป็นบทที่ก่อให้เกิดหนี้ในทางแพ่ง การบังคับก็ต้องดำเนินไปในทางแพ่ง และมาตรา ๑๖ และ ๔๙ นี้หาลบล้างซึ่งกันแลกันไม่

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พลางกูร · มนธา · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้