คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งสองคนสมคบกันชิงทรัพย์ของนายสง ปล้องใหม่ไป ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๙,๓๐๐,๒๕๖ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๙,๓๐๐ ให้จำคุกนายแป้น ๙ ปี นายทุ่ม ๗ ปี ฯลฯ จำเลยทั้ง ๒ อุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตอนนายแป้นจำเลยที่ ๑ ทำร้ายพวกเจ้าทรัพย์นั้น นายทุ่มจำเลยที่ ๒ แบกโองวิ่งหนีออกไปนอกบ้านก่อนแล้ว ไม่ได้อยู่ช่วยเหลือหรือรู้เห็นเหตุการณ์ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ทำร้ายพวกเจ้าทรัพย์ จำเลยที่ ๑ คงผิดฐานชิงทรัพย์แต่ผู้เดียว ส่วนจำเลยที่ ๒ ผิดเพียงฐานลักทรัพย์ จึงพิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ ๒ ผิดฐานลักทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๓ ให้จำคุก ๑ ปี นอกนั้นยืน โจทก์จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับนายทุ่มจำเลยนั้น ปรากฎว่าได้ลักพาโอ่งออกพ้นจากบ้านนายสงไปแล้ว ๆ นางสาวคราดกลับไปสกัดหน้านายแป้นจำเลยไว้อีก นายแป้นจึงทำร้ายนางสาวคราดแสดงว่านายแป้นทำร้ายเพื่อจะหลบหนี อันนับได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อตัวนายแป้นโดยเฉพาะ ไม่เกี่ยวกับการสมคบกันมาลักทรัพย์แต่แรก ดังนั้นนายทุ่มจึงควรมีความผิดฐานลักทรัพย์ดังที่ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดมา ส่วนนายแป้นจำเลยได้ทำร้ายนางสาวคราด เพื่อหลบหนีให้พ้นอาญาในความผิดที่ได้กระทำลง จึงต้องมีความผิดฐานชิงทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน