Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1211/2494

พ.ศ. 2494 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คนร้าย 2 คนสมคบกันไปลักทรัพย์เขาเมื่อลักได้แล้วพาทรัพย์หนี คนหนึ่งพาทรัพย์ออกพ้นจากบ้านเจ้าทรัพย์ ไปแล้ว อีกคนหนึ่งถูกพวกเจ้าพนักงานสกัดหน้าไว้ในบริเวณบ้านคนร้ายคนที่ถูกสกัดหน้า จึงทำร้ายคนที่สกัดหน้า มีบาดเจ็บสาหัส ดังนี้ แสดงว่ากระทำร้ายเพื่อจะหลบหนี อันนับได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อตัวคนร้ายคนนั้นเองโดยเฉพาะไม่เกี่ยวกับการสมคบกันมาลักทรัพย์แต่แรก คนร้ายคนที่ทำร้าย จึงมีผิดฐานชิงทรัพย์แต่ผู้เดียวส่วนคนร้ายคนที่พาทรัพย์พ้นบ้านไปแล้วนั้น คงมีผิดเพียงฐานลักทรัพย์เท่านั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งสองคนสมคบกันชิงทรัพย์ของนายสง ปล้องใหม่ไป ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๙,๓๐๐,๒๕๖ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๙,๓๐๐ ให้จำคุกนายแป้น ๙ ปี นายทุ่ม ๗ ปี ฯลฯ จำเลยทั้ง ๒ อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตอนนายแป้นจำเลยที่ ๑ ทำร้ายพวกเจ้าทรัพย์นั้น นายทุ่มจำเลยที่ ๒ แบกโองวิ่งหนีออกไปนอกบ้านก่อนแล้ว ไม่ได้อยู่ช่วยเหลือหรือรู้เห็นเหตุการณ์ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ทำร้ายพวกเจ้าทรัพย์ จำเลยที่ ๑ คงผิดฐานชิงทรัพย์แต่ผู้เดียว ส่วนจำเลยที่ ๒ ผิดเพียงฐานลักทรัพย์ จึงพิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ ๒ ผิดฐานลักทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๓ ให้จำคุก ๑ ปี นอกนั้นยืน โจทก์จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับนายทุ่มจำเลยนั้น ปรากฎว่าได้ลักพาโอ่งออกพ้นจากบ้านนายสงไปแล้ว ๆ นางสาวคราดกลับไปสกัดหน้านายแป้นจำเลยไว้อีก นายแป้นจึงทำร้ายนางสาวคราดแสดงว่านายแป้นทำร้ายเพื่อจะหลบหนี อันนับได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อตัวนายแป้นโดยเฉพาะ ไม่เกี่ยวกับการสมคบกันมาลักทรัพย์แต่แรก ดังนั้นนายทุ่มจึงควรมีความผิดฐานลักทรัพย์ดังที่ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดมา ส่วนนายแป้นจำเลยได้ทำร้ายนางสาวคราด เพื่อหลบหนีให้พ้นอาญาในความผิดที่ได้กระทำลง จึงต้องมีความผิดฐานชิงทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประศาสน์วินิจฉัย · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพัทลุง - นายเพ็ญ ญาณประศาสน์
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุธรรมานุวัตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้