Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ซิลิโคนบริสุทธิ์ที่โจทก์นำเข้ามาใช้ประโยชน์ทั้งสองทางพร้อมกันคือใช้ได้ทั้งเป็นวัตถุดิบและวัตถุสำเร็จรูป การพิจารณาว่าซิลิโคนที่นำเข้าใช้เป็นวัตถุดิบหรือไม่ให้ดู 'ชนิด' ของซิลิโคน หาใช่ดูการใช้ซิลิโคนจำนวนนั้นจริง ๆ ไม่ เมื่อซิลิโคนที่โจทก์นำเข้าเป็นได้ทั้งชนิดที่ใช้เป็นวัตถุดิบตามพิกัดประเภทที่ 39.01 ก. และวัตถุสำเร็จรูปอันเป็นชนิดอื่น ๆ ตามพิกัดประเภทที่ 39.01 ข. จึงเป็นกรณีของชนิดหนึ่งอาจจัดเข้าได้ 2 ประเภทหรือมากกว่านั้น ต้องอาศัยหลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากร ตามภาค 1 ท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2503 บังคับ กรณีนี้มิใช่ประเภทหนึ่งระบุลักษณะของของไว้ชัดแจ้ง และอีกประเภทหนึ่งระบุไว้อย่างกว้าง ๆ ตามหลักเกณฑ์ข้อ 3 (ก) ทั้งมิใช่กรณีของซึ่งผสมหรือประกอบด้วยวัตถุต่างชนิดกันตามหลักเกณฑ์ข้อ 3 (ข) จึงต้องเข้าประเภทซึ่งมีอัตราอากรสูงที่สุด คือประเภทที่ 39.01ข. ตามหลักเกณฑ์ข้อ 3 (ค)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2503 มาตรา 4 พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2503 มาตรา 12

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้สั่งซื้อและนำสารเคมีซิลิโคนจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร จำนวน ๑๕ เมตริกตัน เพื่อผสมและประกอบในการผลิตสินค้า โดยโจทก์ได้แสดงรายการสินค้าในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้ายื่นชำระภาษีอากรต่อพนักงานของจำเลยในพิกัดประเภทที่ ๓๙.๐๑ ก. อัตราร้อยละ ๔๐ ภาษีการค้าร้อยละ ๑.๕ ตามบัญชีแนบท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๐๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว แต่พนักงานของจำเลยไม่ยอม โดยกำหนดให้โจทก์แก้ไขและชำระภาษีอากรในพิกัดประเภทที่ ๓๙.๐๑ ข. อัตราร้อยละ ๖๐ ภาษีการค้าร้อยละ๗ ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้องและขัดต่อหลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากรในภาค ๑ ข้อ ๓ (ก) ท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร

พ.ศ. ๒๕๐๓ โจทก์ต้องปฏิบัติตามไปพลางก่อน โจทก์ได้ชำระเงินค่าภาษีอากรจากโจทก์เกินไป ของที่โจทก์นำเข้าเป็นสารเคมีซิลิโคนบริสุทธิ์เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า จึงต้องเสียภาษีอากรในพิกัดประเภทที่ ๓๙.๐๑ ก. ขอให้ศาลพิพากษาว่าสินค้าที่โจทก์นำเข้ามาตามฟ้องจัดอยู่ในพิกัดประเภทที่ ๓๙.๐๑ ก. ตามบัญชีแนบท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรและให้จำเลยคืนเงินที่เรียกเก็บไว้เกินไปให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า สินค้าที่โจทก์นำเข้ามาในราชอาณาจักรตามฟ้องเป็นซิลิโคนฟลูอิดหรือซิลิโคนออยล์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้สองทางพร้อมกัน คือใช้ได้ทั้งเป็นวัตถุดิบสำหรับนำมาผสมให้เป็นของสำเร็จรูปกับเป็นวัตถุหรือเป็นของสำเร็จรูปแล้วที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที จึงอาจจัดเข้าได้ทั้งในพิกัดประเภทที่ ๓๙.๐๑ ก. และ ๓๙.๐๑ ข. ของตอนที่ ๓๙ ท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๐๓ การคิดอัตราศุลกากรและอัตราภาษีการค้าจึงต้องจัดเข้าประเภทพิกัดที่ ๓๙.๐๑ ข. ตามหลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากรในภาค ๑ ข้อ ๓ (ค) ท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๐๓ ที่ให้จัดเข้าในประเภทซึ่งมีอัตราอากรสูงที่สุด ในเมื่อเห็นได้ว่าของชนิดใดอาจจัดเข้าได้สองประเภทหรือมากกว่านั้น ของที่โจทก์นำเข้ามิใช่เป็นกรณีที่ประเภทหนึ่งระบุลักษณะของของไว้โดยชัดแจ้งและอีกประเภทหนึ่งระบุไว้อย่างกว้าง ๆ ตามข้อ ๓ (ก) แห่งหลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากรแต่อย่างใด จำเลยเรียกเก็บภาษีอากรจากโจทก์ถูกต้องแล้วขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ซิลิโคนบริสุทธิ์ที่โจทก์นำเข้ามาใช้ประโยชน์ทั้งสองทางพร้อมกัน คือใช้ได้ทั้งเป็นวัตถุดิบและวัตถุสำเร็จรูปตามบัญชีพิกัดอัตราอากรขาเข้าตามภาค ๒ ท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราอากรศุลกากร พ.ศ. ๒๕๐๓ พิกัดประเภทที่ ๓๙.๐๑กำหนดไว้ความว่า ซิลิโคน ก. ชนิดที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับเอามาหล่อหลอม อัด หรือผสมเป็นของสำเร็จรูป ฯลฯ อัตราอากรร้อยละ ๔๐ ข. อื่น ๆ อัตราอากรร้อยละ ๖๐ การพิจารณาว่าซิลิโคนที่นำเข้าใช้เป็นวัตถุดิบหรือไม่ ให้ดู 'ชนิด' ของซิลิโคน หาใช่ดูการใช้ซิลิโคนจำนวนนั้นจริง ๆ ไม่ เมื่อซิลิโคนที่โจทก์นำเข้าเป็นได้ทั้งชนิดที่ใช้เป็นวัตถุดิบตามพิกัดประเภทที่ ๓๙.๐๑ ก. และวัตถุสำเร็จรูปอันเป็นชนิดอื่น

ๆ ตามพิกัดประเภทที่ ๓๙.๐๑ ข. จึงเป็นกรณีของชนิดหนึ่งอาจจัดเข้าได้ ๒ ประเภทหรือมากกว่านั้น ต้องอาศัยหลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากร ตามภาค ๑ ท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๐๓ บังคับ กรณีนี้มิใช่ประเภทหนึ่งระบุลักษณะของของไว้ชัดแจ้ง และอีกประเภทหนึ่งระบุไว้อย่างกว้าง ๆ ตามหลักเกณฑ์ข้อ ๓ (ก) ทั้งมิใช่กรณีของซึ่งผสมหรือประกอบด้วยวัตถุต่างชนิดกันตามหลักเกณฑ์ข้อ ๓ (ข) จึงต้องจัดเข้าประเภทซึ่งมีอัตราอากรสูงที่สุด คือประเภทที่ ๓๙.๐๑ ข. ตามหลักเกณฑ์ข้อ ๓ (ค) จำเลยเรียกเก็บอากรในอัตราร้อยละ ๖๐ ถูกต้องแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · เพียร สุมิระ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายไพฑูรย์ เนติโพธิ์
ศาลอุทธรณ์ - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2342/2533

การตีความว่าสินค้าใด จะอยู่ในประเภทใด จะต้อง เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตาม พ.ร.ก. พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2503มาตรา 12 วรรคสอง โดย ไม่อาจจะนำหลักที่นอกเหนือจากที่ กำหนดมาเป็นหลักเกณฑ์ในการตีความได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2531

หนังสือพิมพ์ตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2484 มาตรา4 หมายความว่า สิ่งพิมพ์ซึ่งมีชื่อจ่าหน้าเช่นเดียวกัน และออกหรือเจตนาจะออกตามลำดับเรื่อยไป มีกำหนดระยะเวลาหรือไม่ก็ตาม มีข้อความต่อเนื่องกันหรื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4109/2530

เครื่องวอเตอร์ ซิลเลอร์ เป็นเครื่องปรับอากาศที่อาศัยน้ำเป็นตัวสื่อทำความเย็น ไม่ใช่เครื่องทำน้ำเย็น เมื่อโจทก์นำเข้ามาเพื่อใช้ในการอุตสาหกรรม โจทก์จึงมีสิทธิได้ลดอากรเหลืออัตราร้อยละ 30 ตามประกาศกระทร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3788/2528

การเสียภาษีอากรขาเข้าสำหรับสินค้าของโจทก์ต้องเป็นไปตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2503 บัญชีพิกัดอัตราอากรขาเข้าท้ายพระราชกำหนดดังกล่าวที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วกำหนดสินค้ารถบรรทุกชนิดพิคอับไว้ในประเภ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 754/2543

เมื่อสินค้าใดถูกระบุว่าจะต้องเสียภาษีตามพิกัดอัตราภาษีศุลกากรหมวดใดก็จะต้องเสียภาษีไปตามที่ถูกระบุไว้ในอัตรานั้นตามพระราชกฤษฎีกาพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง มิใช่พิจารณาจากวัตถุประสงค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้