Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1206/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 เป็นเพียงเจ้าของหอพักที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เยาว์เช่าอยู่และเป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คันเกิดเหตุไปเพื่อธุระของตนเท่านั้น ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นบุคคลผู้รับดูแลจำเลยที่ 1 ไว้ตามความหมายในมาตรา 430 แห่ง ป.พ.พ.เพราะเจ้าของหอพักมีหน้าที่เพียงดำเนินการกิจการหอพักและควบคุมการเข้าพักในหอพักเท่านั้น จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในการละเมิดที่จำเลยที่ 1 ได้กระทำลงไปนั้น.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 เป็นผู้เยาว์อายุ 18 ปีอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ นายจ้างและผู้รับอุปการะดูแลจำเลยที่ 1 อยู่เป็นนิตย์ นอกจากนี้จำเลยที่ 2ยังเป็นเจ้าของรถยนต์ส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน ม-0149 สุโขทัยและเป็นตัวการใช้ให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างและตัวแทนขับรถยนต์คันดังกล่าวไปในทางการที่ว่าจ้าง จำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นบิดามารดาของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2528 จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวของจำเลยที่ 2 ไปตามถนนจรดวิถีถ่อง ถึงทางโค้งซึ่งมีเส้นทึบแบ่งช่องเดินรถแสดงการห้ามแซง ด้วยความประมาทจำเลยที่ 1 ได้ขับรถด้วยความเร็วสูงแซงรถยนต์โฆษณาภาพยนตร์ล้ำเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนเข้าไปในช่องเดินรถสวน ซึ่งขณะนั้นโจทก์ได้ขับรถจักรยานยนต์สวนทางมา เป็นเหตุให้รถยนต์ที่จำเลยที่ 1ขับไปชนกับรถจักรยานยนต์ที่โจทก์ขับมา

ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าอุปกรณ์ขาเทียม6,300 บาท และค่าสินไหมทดแทน 80,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยทั้งสี่ให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ 1 เป็นบุตรของจำเลยที่ 3 และที่ 4 จำเลยที่ 3 และที่ 4 ส่งจำเลยที่ 1 ไปศึกษาที่วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัยโดยไปเช่าหอพักอยู่ จำเลยที่ 1ไม่ได้อยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นครูบาอาจารย์ ผู้อุปการะ นายจ้าง และผู้จ้างวานใช้ให้จำเลยที่ 1ขับรถยนต์คันเกิดเหตุ เหตุที่รถเกิดชนกันเป็นเพราะความประมาทของโจทก์ จำเลยที่ 1 ถูกฟ้องคดีอาญาในข้อหาขับรถยนต์โดยประมาทได้ชำระเงินให้โจทก์ไปแล้ว 20,000 บาท จึงไม่มีหนี้สินต่อกันอีกฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความแล้ว

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินให้โจทก์จำนวน 55,000บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้เป็นครูบาอาจารย์หรือนายจ้างของจำเลยที่ 1 แต่พฤติการณ์ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้รับดูแลจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เยาว์ และใช้ให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คันเกิดเหตุของตนไปทำงานให้แก่ตน เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถดังกล่าวไปทำละเมิดโจทก์ จึงเป็นการกระทำในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 2 การกระทำของจำเลยที่ 2เป็นการมิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 430พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"คดีมีปัญหาขึ้นสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาเพียงว่า จำเลยที่ 2 เป็นบุคคลซึ่งรับดูแลจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 430 หรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นเรื่องตัวการผู้ใช้ให้กระทำ ลูกจ้างนายจ้าง ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 เป็นผู้เยาว์อายุ 18 ปี กำลังศึกษาอยู่ในวิทยาลัยเทคนิคสุโขทัยและเช่าหอพักของจำเลยที่ 2 อยู่ จำเลยที่ 2 เคยใช้ให้จำเลยที่ 1ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ไปทำธุระให้ วันเกิดเหตุจำเลยที่ 2ใช้ให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 นำแป๊ปน้ำไปซ่อมที่ร้านในตลาดอำเภอเมืองสุโขทัย โดยจำเลยที่ 2 มิได้ควบคุมมาด้วยระหว่างรอซ่อมแป๊ปน้ำจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์เลยไปบ้านเพื่อน

ขณะขับรถกลับจากบ้านเพื่อ รถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ขับได้เกิดชนกับรถจักรยานยนต์ที่โจทก์ขับสวนมาทำให้โจทก์เสียหายรับอันตรายสาหัสขาซ้ายขาดเหนือเข่า หน้าเสียโฉมติดตัวนิ้วก้อยมือซ้ายขาดเหตุเกิดเพราะความประมาทของจำเลยที่ 1 ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 2 เป็นเพียงเจ้าของหอพักที่จำเลยที่ 1เช่าอยู่และเป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คันเกิดเหตุไปเพื่อกิจธุระของตนเท่านั้น ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นบุคคลผู้รับดูแลจำเลยที่ 1 ไว้ตามความหมายในมาตรา 430 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะเจ้าของหอพักมีหน้าที่เพียงดำเนินการกิจการหอพักและควบคุมการเข้าพักในหอพักเท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับดูแลจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 430 และพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สังเวียน รัตนมุง · ประมาณ ชันซื่อ · อุระ หวังอ้อมกลาง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้