Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1204/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยขับรถยนต์กระบะบรรทุกรถจักรยานยนต์ 2 คันของกลาง มุ่งออกจากจังหวัดปราจีนบุรีจะข้ามไปฝั่งประเทศกัมพูชา แล้วถูกเจ้าพนักงานตำรวจทางหลวง อำเภอกบินทร์บุรี ตรวจค้นและควบคุมตัวไว้ เมื่อทราบว่าผู้เสียหายได้แจ้งความ ไว้แล้วที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปางว่ารถจักรยานยนต์ ของกลางถูกยักยอกไป เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองลำปางจึงเดินทางไปร่วมจับกุมจำเลยกับ เจ้าพนักงานตำรวจทางหลวงอำเภอกบินทร์บุรี ดังกล่าวเมื่อผู้เสียหายเดินทางมาที่ทำการตำรวจทางหลวง อำเภอ กบินทร์บุรี ตรวจดูรถจักรยานยนต์ที่ถูกยึดไว้ แล้วยืนยันว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นของผู้เสียหาย จึงชี้ให้จับกุมจำเลย เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปางกับพวก ได้ร่วมจับกุมจำเลยและได้แจ้งข้อหาให้จำเลยทราบ โดยมีเจ้าพนักงานตำรวจชั้นสัญญาบัตรของตำรวจทางหลวงและ สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปางร่วมจับกุมด้วย จึงถือว่าจำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอ เมืองลำปางจับกุมโดยชอบแล้วและการที่จำเลยกับพวกร่วมกัน บรรทุกรถจักรยานยนต์ 2 คัน ของกลางบนรถยนต์กระบะ เดินทางมาเขตอำเภอกบินทร์บุรีเพื่อจะนำไปจำหน่ายยังประเทศกัมพูชาก็เป็นการกระทำผิดฐานรับของโจรต่อเนื่องกันและกระทำต่อเนื่องกันและกระทำต่อเนื่องกันในท้องที่ต่าง ๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19(3) ดังนั้น พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอ เมืองลำปางซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนในท้องที่ที่เกี่ยวข้อง กับเหตุที่เกิด ทั้งยังมีเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองลำปางเป็นผู้ร่วมจับกุมจำเลยกับพวกในท้องที่ อำเภอกบินทร์บุรีด้วย พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปางจึงเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ในการสอบสวนตามมาตรา 19 วรรคสาม(ข) เพราะเป็นพนักงานสอบสวนในท้องที่ที่พบการกระทำผิดอยู่ก่อนโดยเริ่มสอบสวนตั้งแต่ ยังจับตัวจำเลยกับพวกไม่ได้ แม้ภายหลังจะปรากฏว่าจำเลยกับพวกถูกจับกุมที่ท้องที่อำเภอกบินทร์บุรีก็ตามก็หาทำให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปางพ้นจากเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบไปไม่ จึงมิใช่กรณีตามมาตรา 19 วรรคสาม(ก) ดังนี้พนักงานอัยการโจทก์จึงฟ้องจำเลยกับพวกที่ศาลจังหวัดลำปางได้ โดยถือว่ามีการสอบสวนโดยชอบแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 120

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2537 ถึงวันที่ 16 มกราคม2539 เวลากลางวันต่อเนื่องกัน มีคนร้ายหลายคนซึ่งครอบครองรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ในสภาพใหม่ราคา 45,720 บาท ของห้างหุ้นส่วนจำกัดไอยรา เอ็นเตอร์ไพรซ์ผู้เสียหายที่ 1 และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียนลำปาง น - 3250 ราคา 20,000 บาท ของนายยงยุทธ ศรีปินตา ผู้เสียหายที่ 2 ได้ร่วมกันเบียดบังเอาทรัพย์ทั้งสองรายการดังกล่าวไปเป็นของตนโดยทุจริต เหตุเกิดที่ตำบลหัวเวียง และตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปางเกี่ยวพันกัน ต่อมาวันที่ 20 มกราคม 2539 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสามได้พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ทั้งสองคัน

ดังกล่าวซึ่งเป็นทรัพย์ของผู้เสียหายทั้งสองที่ถูกคนร้ายยักยอกไปเป็นของกลาง ทั้งนี้โดยระหว่างวันเวลาดังกล่าว จำเลยทั้งสามร่วมกันเป็นคนร้ายยักยอกทรัพย์ของผู้เสียหายทั้งสองไปโดยทุจริตหรือมิฉะนั้นตามวันเวลาดังกล่าวถึงวันที่ 20 มกราคม 2539จำเลยทั้งสามร่วมกันครอบครองช่วยซ่อนเร้นช่วยจำหน่ายช่วยพาเอาไปเสียและรับไว้ด้วยประการใด ๆ ซึ่งทรัพย์ของผู้เสียหายทั้งสองโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานยักยอกเหตุเกิดที่ตำบลหัวเวียง และตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมืองลำปางจังหวัดลำปาง และที่ตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีเกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 357, 83จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง, 83 ให้จำคุกคนละ 3 ปี ข้อหาอื่นให้ยกจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่า คดีนี้จำเลยทั้งสามถูกจับในเขตตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอกบินทร์บุรี ซึ่งเป็นท้องที่ที่จับจำเลยได้อยู่ในเขตอำนาจ จึงเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 19 วรรคสาม(ก) การที่ร้อยตำรวจเอกอุรุพงศ์ ธงศิลา พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปาง ได้ทำการสอบสวนคดีนี้ หลังจากจับตัวจำเลยทั้งสามได้แล้วผู้เสียหายที่ 1 เพิ่งร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีฐานยักยอกทรัพย์ร้อยตำรวจเอกอุรุพงศ์จึงมิได้เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ

คงเป็นพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจสอบสวนเท่านั้นจะสรุปสำนวนและทำความเห็นว่าควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปพร้อมกับสำนวนเพื่อให้พนักงานอัยการจังหวัดลำปางพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 140 และ 141 แม้จะดำเนินการสอบสวนต่อไปจนเสร็จคดี ก็ถือไม่ได้ว่า ได้มีการสอบสวนในความผิดนั้นก่อนโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้นั้น เห็นว่าข้อเท็จจริงในคดีฟังได้ความว่า ก่อนถูกจับกุมจำเลยทั้งสามได้ขับรถยนต์กระบะบรรทุกรถจักรยานยนต์ 2 คันของกลาง มุ่งออกจากจังหวัดปราจีนบุรีจะข้ามไปฝั่งประเทศกัมพูชา แล้วถูกเจ้าพนักงานตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 3 อำเภอกบินทร์บุรี

ตรวจค้นและควบคุมตัวไว้ ทางเจ้าพนักงานตำรวจทางหลวงได้ประสานงานแจ้งไปยังสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปาง จึงทราบว่าผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ว่ารถจักรยานยนต์ของกลางถูกยักยอกไป ต่อมานายดาบตำรวจประหยัด จำป๋า เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปาง ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เดินทางไปร่วมจับกุมจำเลยทั้งสามกับเจ้าพนักงานตำรวจทางหลวงดังกล่าว นายดาบตำรวจประหยัดพร้อมกับนายศุภชัยหุ้นส่วนผู้จัดการผู้เสียหายที่ 1 ได้เดินทางมาที่ทำการตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 3 อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีและนายศุภชัยได้ตรวจดูรถจักรยานยนต์ที่ถูกยึดไว้ แล้วยืนยันว่าของกลางคันหนึ่งเป็นของตน จึงชี้ให้จับกุมจำเลยทั้งสามคดีนี้นายดาบตำรวจประหยัดกับพวกได้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งสามไว้และได้ทำบันทึกการจับกุมตามเอกสารหมาย

จ.14 ซึ่งในบันทึกการจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมก็ได้แจ้งข้อหาให้จำเลยทั้งสามทราบทั้งการจับกุมครั้งนี้มีเจ้าพนักงานตำรวจชั้นสัญญาบัตรของตำรวจทางหลวงและสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปางร่วมจับกุมด้วยจึงถือว่าจำเลยทั้งสามถูกเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปางจับกุมตามกฎหมายโดยชอบ และการที่จำเลยทั้งสามร่วมกันบรรทุกรถจักรยานยนต์ 2 คัน ของกลางบนรถยนต์กระบะเดินทางมาเขตอำเภอกบินทร์บุรีเพื่อจะนำไปจำหน่ายยังประเทศกัมพูชานั้นเป็นการกระทำผิดฐานรับของโจรต่อเนื่องกันและกระทำต่อเนื่องกันในท้องที่ต่าง ๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป ตามมาตรา 19(3)แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ดังนั้น ร้อยตำรวจเอกอุรุพงศ์

พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปางซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนในท้องที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุที่เกิด ทั้งยังมีเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปางเป็นผู้ร่วมจับกุมจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกในท้องที่อำเภอกบินทร์บุรีด้วย ร้อยตำรวจเอกอุรุพงศ์จึงเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวนแล้วเข้ากรณีตามมาตรา 19 วรรคสาม(ข) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพราะเป็นพนักงานสอบสวนในท้องที่ที่พบการกระทำผิดอยู่ก่อนโดยเริ่มสอบสวนตั้งแต่ยังจับตัวจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกไม่ได้แม้ภายหลังจะปรากฎว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกถูกจับกุมที่ท้องที่อำเภอกบินทร์บุรีก็ตาม ก็หาทำให้ร้อยตำรวจเอกอุรุพงศ์พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปาง

พ้นจากเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบไปไม่ จึงไม่เข้ากรณีตามมาตรา 19 วรรคสาม(ก) ตามที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 อ้างพนักงานอัยการโจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกได้ โดยถือว่ามีการสอบสวนโดยชอบแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1974/2539 ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 อ้างนั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์ · สมชัย สายเชื้อ · อรพินท์ เศรษฐมานิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้