Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1204/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมแล้วลงความเห็นว่า ลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมไม่ใช่ลายมือชื่อของส. นั้น เป็นการแสดงความเห็นตามหลักวิชาการ หาได้รับฟังถ้อยคำจากบุคคลใดมากล่าว ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจึงมิใช่พยานบอกเล่าแต่ศาลก็มิได้รับฟังคำเบิกความของผู้เชี่ยวชาญเป็นหลักในการวินิจฉัยเสมอไป หากแต่รับฟังประกอบดุลพินิจของศาลเท่านั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิได้รับมรดกแทนที่นายประเสริฐจำเลยเป็นน้องสาวของนางสุวรรณา ร่วมบิดามารดาเดียวกัน จึงเป็นทายาทอันดับที่ 3 ถูกตัดมิให้รับมรดกของนางสุวรรณา วันที่ 7มกราคม 2531

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนางสุวรรณาโดยอ้างว่านางสุวรรณาทำพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2527 ยกทรัพย์สินบางส่วนให้แก่จำเลยและตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก พินัยกรรมซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นของนางสุวรรณานั้น นางสุวรรณามิได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อและพิมพ์ลายนิ้วมือจึงตกเป็นโมฆะ ต่อมาจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกในที่ดินทุกแปลงได้จดทะเบียนโอนที่ดินมรดกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย การกระทำของจำเลยเป็นการไม่ชอบเพราะพินัยกรรมเป็นโมฆะ จำเลยไม่มีสิทธิทำนิติกรรมใด ๆเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของนางสุวรรณา และไม่มีสิทธิยึดถือโฉนดที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกนั้นไว้ โจทก์เป็นผู้ได้รับความยินยอมจากบรรดาทายาทให้เป็นผู้จัดการมรดกและโจทก์เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อยไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายที่จะเป็นผู้จัดการมรดก จึงขอให้ศาลพิพากษาให้พินัยกรรมฉบับลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2527 ซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นของนางสุวรรณาเป็นโมฆะ ให้ถอนจำเลยออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางสุวรรณา และแต่งตั้งให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางสุวรรณา ให้เพิกถอนการจดทะเบียนทำนิติกรรมของจำเลยซึ่งได้กระทำในฐานะผู้จัดการมรดกและผู้รับมรดกตามพินัยกรรมในที่ดินทรัพย์มรดกโฉนดเลขที่ 3776 ตำบลบ้านไร่

อำเภอดำเนินสะดวกจังหวัดราชบุรี โฉนดเลขที่ 1408 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอลำพระยาจังหวัดราชบุรี โฉนดเลขที่ 6526 ตำบลดอนทราย อำเภอดำเนินสะดวกจังหวัดราชบุรี โฉนดเลขที่ 2563 ตำบลดีบอน อำเภอโพธารามจังหวัดราชบุรี โฉนดเลขที่ 6604 ตำบลวัดแก้ว อำเภอโพธารามจังหวัดราชบุรี โฉนดเลขที่ 11304 ตำบลทำนบ อำเภอโพธารามจังหวัดราชบุรี และโฉนดเลขที่ 1445 ตำบลวัดแก้ว อำเภอบางแพจังหวัดราชบุรี ให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนางสุวรรณา ที่จำเลยยึดถือไว้ทุกแปลงให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า นางสุวรรณาเป็นผู้ทำพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 1พฤศจิกายน 2527 ขึ้นด้วยความสมัครใจ ขณะทำพินัยกรรมนางสุวรรณามีสติสมบูรณ์ จึงเป็นพินัยกรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย

จำเลยร้องขอให้ศาลตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม โจทก์และผู้มีส่วนได้เสียทราบแต่มิได้คัดค้านประการใด ศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก หลังจากนั้นจำเลยได้ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนลงชื่อจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกในโฉนดที่ดินของนางสุวรรณาฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เพราะมิได้ฟ้องภายใน 3 เดือน นับแต่โจทก์รู้เหตุแห่งการที่จะขอให้เพิกถอนพินัยกรรมได้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางสุวรรณาผู้ตายและตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกแทน ให้เพิกถอนการจดทะเบียนของจำเลยซึ่งกระทำในฐานะผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมในที่ดินทรัพย์มรดกโฉนดเลขที่ 3776 ตำบลบ้านไร่

อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี โฉนดเลขที่ 1408 ตำบลบ้านใหม่อำเภอลำพระยา จังหวัดราชบุรี โฉนดเลขที่ 6526 ตำบลดอนทรายอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี โฉนดเลขที่ 2563 ตำบลดีบอนอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โฉนดเลขที่ 6604 ตำบลวัดแก้วอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โฉนดเลขที่ 11304 ตำบลทำนบอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โฉนดเลขที่ 1445 ตำบลวัดแก้วอำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี และให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกที่จำเลยยึดถือไว้ให้แก่โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าโจทก์เป็นบุตรของนายประเสริฐ นัทธี กับนางจุไรรัตน์ นัทธีนายประเสริฐเป็นบุตรของนางสุวรรณา นัทธี แต่นายประเสริฐถึงแก่กรรมไปก่อนแล้ว

ต่อมาวันที่ 13 มกราคม 2528 นางสุวรรณาถึงแก่กรรม ปรากฏตามภาพถ่ายใบมรณบัตรเอกสารหมาย ล.50 จำเลยเป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกับนางสุวรรณา จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก โดยอ้างว่านางสุวรรณาได้ทำพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2527 ยกทรัพย์มรดกให้จำเลยและทายาทอื่นไว้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกจำเลยนำคำสั่งศาลดังกล่าวไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินได้จดทะเบียนลงชื่อจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกและในฐานะผู้รับมรดกตามพินัยกรรมในโฉนดที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนางสุวรรณา ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า พินัยกรรมที่จำเลยอ้างนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาเป็นประการแรกว่าความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเป็นพยานบอกเล่าไม่มีน้ำหนักพอหักล้างคำประจักษ์พยานผู้ทำพินัยกรรมผู้รู้เห็นด้วยตาและหูของตนเอง ศาลจึงไม่น่ารับฟังคำเบิกความของผู้เชี่ยวชาญเป็นหลักในการวินิจฉัยนั้นเห็นว่า การที่พันตำรวจโทศรีวิทย์ เจียมเจริญ ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมที่จำเลยอ้างเปรียบเทียบกับตัวอย่างลายมือชื่อที่แท้จริงของนางสุวรรณาแล้วลงความเห็นว่า

ลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมไม่ใช่ลายมือชื่อของนางสุวรรณานั้น เป็นการแสดงความเห็นตามหลักวิชาการ หาได้รับฟังถ้อยคำจากบุคคลใดมากล่าวความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจึงมิใช่พยานบอกเล่า แต่ศาลก็มิได้รับฟังคำเบิกความของผู้เชี่ยวชาญเป็นหลักในการวินิจฉัยเสมอไป หากแต่รับฟังประกอบดุลพินิจของศาลเท่านั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาในประการต่อมาว่าหลักการเบื้องต้นในการสังเกตลายมือชื่อให้สังเกตจากลีลาการเขียนการลากเส้น การยกปากกา และรูปลักษณะของตัวอักษรมิใช่สังเกตุลายเส้นว่า มีลักษณะขรุขระไม่ราบเรียบดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนั้น เห็นว่าลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมที่จำเลยอ้างมีลายเส้นขรุขระไม่ราบเรียบเหมือนตัวอย่างลายมือชื่อที่แท้จริงของนางสุวรรณา ซึ่งลายเส้นที่มีลักษณะขรุขระไม่ราบเรียบถือได้ว่าเป็นลีลาการเขียนการลากเส้นที่ต้องพิเคราะห์เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ลักษณะตัวอักษรลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมมีลักษณะตัวอักษรเป็นเหลี่ยมไม่กลมกลึงเหมือนตัวอย่างลายมือชื่อที่แท้จริงของนางสุวรรณา อีกทั้งคำว่า"ณา" ตามตัวอย่างลายมือชื่อมีลักษณะการเขียนที่ไม่ยกปากกาเลยแต่ตามพินัยกรรมมีการยกปากกา จึงเป็นที่เห็นได้ชัดว่าลายมือชื่อนางสุวรรณา

นัทธี ในพินัยกรรมที่จำเลยอ้างเป็นลายมือชื่อปลอมดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ส่วนที่จำเลยฎีกาในประการสุดท้ายโต้แย้งข้อเท็จจริงว่า จำเลยแจ้งให้โจทก์มารับทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมหลังจากนางสุวรรณาถึงแก่กรรมเป็นเวลา 3 ปี ไม่เป็นข้อพิรุธอันใดนั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมตามที่จำเลยอ้างเป็นลายมือชื่อปลอมแล้วก็ไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เธียรไท สุนทรนันท · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้