คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันเอาความอันเป็นเท็จฟ้องต่อศาลแขวงอุบลราชธานีเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1544/2530หมายเลขแดงที่ 393/2531 ว่าโจทก์กระทำความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ต่อมาจำเลยที่ 4 และที่ 3 เบิกความอันเป็นเท็จและเป็นข้อสำคัญในคดีต่อศาลแขวงอุบลราชธานี และศาลแขวงเชียงใหม่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 มาตรา 177 วรรคสอง และมาตรา 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีโจทก์ไม่มีมูลพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2533หลังจากพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 ใช้บังคับแล้ว
การพิจารณาว่าโจทก์ฎีกาได้หรือไม่ต้องพิจารณาตามบทกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะยื่นฎีกา คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์จึงฎีกาไม่ได้ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริง และปัญหาข้อกฎหมาย เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 13 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกฎีกาโจทก์.