Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1197/2497

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การฟ้องเรียกค่าเสียหายเพราะหุ้นส่วนฝ่ายหนึ่งผิดสัญญากันการฟ้องขอเลิกหุ้นส่วน เพื่อให้มีการชำระบัญชีนั้นเป็นคนละเรื่องกัน และไม่มีกฎหมายบทใดบังคับว่าเมื่อยังมิได้เลิกหุ้นส่วนกันแล้ว ผู้เป็นหุ้นส่วนฝ่ายหนึ่ง จะฟ้องร้องอีกฝ่ายหนึ่งหาว่าผิดสัญญาไม่ได้โจทก์ฟ้องขอแบ่งเงินค่าช่วยเหลือการก่อสร้างจากจำเลยครึ่งหนึ่งตามสัญญาดังกล่าวนี้ เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเพิ่มทุนและใครลงทุนไปเท่าใด เมื่อจำเลยรับเงินแล้วก็ต้องแบ่งให้โจทก์ตามสัญญา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้เป็นหุ้นส่วนเช่าที่ดินของผู้อื่นเพื่อปลูกสร้างตึกแถวให้เช่า โดยกำหนดข้อตกลงไว้ต่อกันปรากฏตามหนังสือสัญญาท้ายฟ้อง บัดนี้จำเลยประพฤติผิดสัญญาดังกล่าวคือ เป็นผู้เก็บเงินค่าช่วยเหลือในการก่อสร้างเสียแต่ผู้เดียว ยอมให้ผู้มีชื่อเข้าอยู่ในตึกแถวห้องเลขที่ 75, 85, 87, 356/1 โดยไม่ได้รับความตกลงจากโจทก์และไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเช่าทั้งค่าเช่าก็ไม่ปรากฏ ตึกทั้ง 4 ห้องโจทก์ควรได้รับเป็นส่วนของโจทก์เป็นเงิน45,000 บาท จำเลยมิได้แบ่งให้ส่วนตึกเลขที่ 79 และ 81 นั้น เป็นส่วนของโจทก์ 19,500 บาท แต่จำเลยจ่ายให้เพียง 12,500 บาท โจทก์จึงเสียหายไปทั้งสิ้นรวม 52,000 บาท ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแก่โจทก์และมีคำขออย่างอื่น ๆ อีกจำเลยปฏิเสธว่า ไม่ได้กระทำผิดสัญญา โจทก์ไม่ออกเงินค่าก่อสร้างตามสัญญา ส่วนตึกหมายเลข 79, 81 นั้น เงินช่วยค่าก่อสร้าง 25,000 บาทไม่ใช่ 39,000 บาทโจทก์ได้รับไปแล้วครึ่งหนึ่งคือ 12,500 บาท จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งเวลานี้ตึกที่ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จเมื่อเสร็จแล้วจึงจะได้คิดบัญชีแบ่งผลกำไรกัน โจทก์ฟ้องจำเลยในเวลานี้ยังไม่ได้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญา โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องได้ เกี่ยวกับห้องเช่า ฟังว่าจำเลยได้จัดทำไปโดยพลการ เพื่อประโยชน์ของจำเลยฝ่ายเดียว สำหรับห้อง 4 ห้องนั้นจำเลยเรียกเงินไว้รวม 50,000 บาท โจทก์ควรได้ครึ่งหนึ่งคือ 25,000 บาท ส่วนห้องที่ 79 และ 81 นั้น โจทก์ว่าได้รับเงินไปจากผู้เช่าแล้ว จึงไม่ควรได้รับซ้ำอีก พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 25,000 บาทแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะจำนวนเงินที่ศาลชั้นต้นบังคับให้จำเลยแบ่งให้โจทก์นั้น

บังคับเกินไปหนึ่งหมื่นบาท คงให้จำเลยแบ่งให้เพียงหนึ่งหมื่นห้าพันบาทจำเลยฎีกาศาลฎีกาพิจารณาฎีกาของจำเลยในข้อที่ว่าหุ้นส่วนรายนี้ยังไม่เลิกจากกัน โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยนั้น เห็นว่าการฟ้องเรียกค่าเสียหายเพราะหุ้นส่วนฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาเช่นที่โจทก์ ฟ้องคดีนี้กับการฟ้องขอเลิกหุ้นส่วน เพื่อให้มีการชำระบัญชีนั้น เป็นคนละเรื่องกัน และไม่มีกฎหมายบทใดบังคับว่าเมื่อยังมิได้เลิกหุ้นส่วนกันแล้ว ผู้เป็นหุ้นส่วนฝ่ายหนึ่งจะฟ้องร้องอีกฝ่ายหนึ่งหาว่าผิดสัญญาไม่ได้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงตกไป ส่วนอีกข้อหนึ่งที่อ้างว่า จำเลยเอาเงินไปลงทุนก่อสร้างแทนโจทก์ และทุนที่ต้องลงนั้นได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการแก้ไขอาคารที่สร้างหลายแห่งนั้น

ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่าเรื่องเพิ่มหุ้นและเรื่องใครลงทุนไปเท่าใดนั้นเป็นกรณีต่างหากไม่เกี่ยวกับคดีนี้เรื่องนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้รับเงินค่าช่วยเหลือการก่อสร้างซึ่งตามสัญญาจะต้องแบ่งให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง เมื่อจำเลยได้รับเงินแล้ว และไม่มีเหตุผลอย่างใดที่จะไม่แบ่งให้แก่โจทก์ตามสัญญานั้น จำเลยก็ต้องแบ่งให้แก่โจทก์พิพากษายืน ให้ยกฎีกาของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · นาทปริญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5226/2567

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่าผู้รับจำนองต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ก่อนว่าให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควรซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ได้รับคำบอกกล่าวนั้นและในกรณีเป็นก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1824/2567

ในการเสนอคำฟ้องนั้น ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) บัญญัติว่า "คำฟ้อง ให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่" คำว่า "มูลค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4727/2566

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมกันแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ โดยระบุในคำฟ้องว่า จ. โดย ท. ผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลยที่ 4 และ ด. โดย ส. ผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลยที่ 5 จึงเป็นการฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3886/2566

แม้ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสามมิได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงตามสำเนาหนังสือเอกสารหมาย จ.17 โดยแจ้งชัดเป็นสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ แต่โจทก์ทั้งสามก็กล่าวอ้างสภาพแห่งข้อหาตามคำฟ้องว่าที่ดินพิพาททั้งสามแปลงเป็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้