Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1196/2491

พ.ศ. 2491 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่โจทก์ฟ้องขอไถ่ที่นาซึ่งขายฝากแก่จำเลยไว้เป็นราคา 2,200 บาทจำเลยแก้ว่าตามสัญญาขายฝากเมื่อพ้นกำหนด 7 ปีให้ที่เป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลยโจทก์ได้ขอไถ่ถอนเมื่อพ้นกำหนดแล้ว จึงไม่มีอำนาจถอน ดังนี้ เป็นคดีพิพาทเรื่องการไถ่ถอนซึ่งกำหนดเป็นราคาเงินได้เกินกว่า 2,000 บาท ไม่เป็นคดีต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 31/2491)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าได้ขายฝากที่นาไว้แก่จำเลยเป็นเงิน 2,200 บาท ต่ออำเภอ มีกำหนดไถ่ถอน 7 ปี แต่การครอบครองอยู่แก่โจทก์ โดยโจทก์ทำนาส่งข้าวให้จำเลยต่างดอกเบี้ย ก่อนครบกำหนดไถ่ถอนโจทก์ไปขอไถ่คืนจากจำเลย ๆ ไม่ยอมจึงขอให้จำเลยรับไถ่ถอนหรือยกเลิกเพิกถอนสัญญาขายฝาก

จำเลยให้การว่า ตามสัญญาขายฝากว่า เมื่อพ้น 7 ปี ให้ที่เป็นกรรมสิทธิ์แก่โจทก์ ๆ ขอไถ่ถอนเมื่อพ้นกำหนดแล้ว และจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทศาลชั้นต้นฟังว่าก่อนครบกำหนด 7 ปีโจทก์ไม่ไปไถ่ถอนที่พิพาทเป็นสิทธิแก่จำเลยแล้ว จำเลยเป็นฝ่ายครอบครองพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเรื่องการไถ่ถอน ซึ่งกำหนดเป็นราคาเงินได้ เกินกว่า 2,000 บาท ไม่เป็นคดีต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ส่วนเรื่องการขอให้ไถ่ที่ขายฝากก่อนครบกำหนดหรือภายหลังกำหนดเวลาไถ่นั้น ศาลชั้นต้นเชื่อฟังคำนายเรือนเป็นหลานของโจทก์โดยเห็นว่าเป็นคนกลาง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่านายเรือนเป็นหลานของโจทก์มิใช่คนกลาง ไม่มีน้ำหนักจะฟังโจทก์กล่าวในฎีกาว่าจำเลยมิได้อุทธรณ์คัดค้านในข้อที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยนั้นตามข้อนี้

ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจวินิจฉัยนั้น เห็นว่าจำเลยเป็นฝ่ายชนะคดี ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยพิพากษาว่า โจทก์ไม่ปฏิบัติการตามกฎหมาย จึงไม่มีสิทธิไถ่ถอน และที่พิพาทตกเป็นสิทธิแก่จำเลย ให้ยกฟ้อง โจทก์เป็นฝ่ายอุทธรณ์ คดีนี้มิใช่คดีต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงไม่ใช่คดีที่จะอุทธรณ์ได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ไม่จำต้องถือตามข้อเท็จจริง ตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย จึงมีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญเนติศาสตร์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้