Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1195/2497

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทย์ฟ้องว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ ขอให้ขับไล่จำเลยกับบริวารจำเลยต่อสู้ว่า เป็นของจำเลยและฟ้องแย้งว่าได้เข้าหุ้นกับโจทก์ ขอให้โจทก์คืนทุนและแบ่งกำไรให้ดังนี้ฟ้องแย้งของจำเลยต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม.177 วรรค 3 เพราะเป็นฟ้องแย้งเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม แต่เมื่อโจทก์จำเลยไม่ได้โต้แย้งแต่อย่างใดแล้วก็แล้วแต่ศาลจะสั่งตามที่เห็นสมควร อนึ่งฟ้องแย้งของจำเลยขอให้คืนทุนและแบ่งกำไรจากโจทก์ผู้เป็นหุ้นส่วนเมื่อปรากฎว่าหุ้นส่วนยังไม่เลิกจากกันดังนี้ฟ้องไม่ได้ แต่คดีนี้เมื่อศาลล่างได้รับไว้พิจารณาและสืบพยานเรื่องหุ้นส่วนมาจนสิ้นกระแสร์ความแล้วเช่นนี้ ศาลฎีกาจะรื้อฟื้นให้พิจารณาเรื่องชำระบัญชีหุ้นส่วนกันอีกครั้งอนึ่งก็จะเป็นการเสียหายแก่คู่ความโดยไม่ได้ข้อเท็จจริงเพิ่ม ขึ้นแต่ประการใดดังนี้เมื่อศาลเห็นควรก็พิพากษาไปเสียทีเดียวได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทย์ฟ้องว่า โจทก์ได้ปลูกเรือนให้คนงานเผาถ่านของโจทก์อยู่ ๑ หลัง ในที่ดินของโจทก์ ตำบลบ้านด่าน กิ่งอำเภอบ้านด่าน ลายหอย จังหวัดสุโยทัย เป็นเรือนเสาไม้แก่น พื้นเรือน พื้นชาน และฝาไม้สัก หลังคามุงแฝกกับได้ทำร้านพื้นไม้สักเพื่อเก็บถ่านไว้ที่ใต้ถุนเรือนอีก ๑ ร้าน รวมราคา ๓,๐๐๐ บาท จำเลยได้อยู่อาศัยในเรือนนี้โดยจำเลยเป็นคนงานของโจทก์ ครั้นเมื่อเดือนตุลาคม ๒๔๙๓ โจทก์ให้คนไปบอกจำเลยว่าจะรื้อเรือนและนอกชานกับไม้พื้นร้านสำหรับเก็บถ่านเพื่อมาทำพื้นเรือนของโจทก์ จำเลยไม่ยอมแล้อ้างว่าเป็นเรือนของจำเลย ขอให้ศาลพิพากษาให้เรือนพิพาทเป็นของโจทก์กับให้ขับไล่และห้ามจำเลยกับบริวารไม่ให้เกี่ยวข้องต่อไป จำเลยต่อสู้ว่า

เรือนพิพาทเป็นจำเลยจำเลยปลูกสร้างขึ้นเองโดยขายเรือนเก่าและกระบือ ๒ ตัวนำเงินมาซื้อเสา กระดานทำพื้น ทำนอกชานทำยุ้งใส่ถ่านสิ้นเงินประมาณ ๑,๒๐๐ บาท โจทก์ไม่เคยให้คนไปรื้อเรือนพิพาทความจริงจำเลยกับโจทก์ได้เข้าหุ้นส่วนกันเผาถ่าน โดยออกทุนคนละ ๑๐๐๐ บาท โจทก์ตีราคาที่ดินบ้านด่านกับเตาเผาถ่าน ๓ เตาเป็นเงินทุน ๑๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยมอบเงินให้โจทก์ไป ๑๐๐๐ บาทสัญญาหุ้นส่วนนี้ตกลงกันด้วยปาก ตกลงแบ่งกำไรคนละครึ่ง ถ้าขาดทุนก็ขาดเท่า ๆ กันโจทก์รับเป็นผู้เก็บรักษาเงิน จ่ายเงินและหาตลาดถ่านส่วนจำเลยควบคุมคนงานตัดไม้และเผาถ่าน จำเลยเผาถ่านได้ ๑๕,๐๐๐ กิโลกรัมโจทก์นำไปขายแล้วเก็บเงินไว้คนเดียว คิดราคาถ่านอย่างต่ำกิโลกรัมละ ๒๐ สต.คงเป็นเงิน ๓๐๐๐ บาท จำเลยมีส่วนได้ ๑,๕๐๐ บาท จำเลยทวงค่าถ่านจากโจทก์หลายครั้งหลายหนโจทก์เพิกเฉย โจทก์จึงฟ้องคดีนี้แก้เกี้ยว จำเลยขอเอาคำให้การเป็นฟ้องแย้ง ขอให้โจทก์คืนเงิน ๑,๐๐๐ บาท แบ่งค่าถ่าน ๑,๕๐๐ บาท แก่จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่าจำเลยเป็นแต่คนงานมีหน้าที่ควบคุมคนงานไม่ได้เป็นหุ้นส่วนเผาถ่าน แต่ได้สัญญากันว่าถ้าขายถ่านได้และหักค่าใช้จ่ายแล้ว เหลือเป็นเงินเท่าใดจะแบ่งกันคนละครึ่ง จำเลยไม่ได้ลงทุนและไม่ยอมมอบเงิน ๑,๐๐๐ บาท ให้โจทก์ โจทก์ได้รับถ่านจากจำเลย ๑๑,๑๑๗ ๑/๒ กิโลกรัม ขายไปแล้วได้เงิน ๒,๒๒๓ บาท๕๐ สต. เมื่อหักทุนแล้วยังขาดทุนอีก ๑,๐๓๓ บาท ๘๕ สต. โจทก์หาได้เรียกร้องให้จำเลยใช้เงินรายนี้ไม่ เพราะจำเลยเป็นเพียงคนงานของโจทก์ จำเลยไม่เคยทวงค่าถ่านจากโจทก์ ศาลชั้นต้นตั้งประเด็นขึ้นวินิจฉัย ๒ ข้อ คือ ๑. เรือนพิพาทเป็นของโจทก์หรือของจำเลย ๒. จำเลยได้เข้าหุ้นเผาถ่านกับโจทก์ และโจทก์ยังเป็นเป็นหนี้จำเลยอีก ๒,๕๐๐ บาท

ดังฟ้องแย้งของจำเลยหรือไม่ ประเด็นแรกศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์สืบสมว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ ประเด็นข้อ ๒ จำเลยสืบไม่ได้ตามคำฟ้องแย้งว่า เข้าหุ้นเผาถ่านกับโจทก์โจทก์สืบได้ว่าสัญญากับจำเลยเพียงว่า ถ้ามีกำไรจากการเผาถ่านจะแบ่งกำไรให้จำเลยครึ่งหนึ่ง แต่การเผาถ่านขายขาดทุนโจทก์จึงไม่ได้แบ่งผลกำไรให้จำเลย พิพากษายกฟ้องแย้งของจำเลย ให้ขับไล่จำเลยกับบริวารออกจากเรือนพิพาท

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าสำหรับประเด็นที่ว่าเรือนพิพาทเป็นของผู้ใดนั้นข้อนำสืบของโจทก์ไม่น่าเชื่อแต่ที่จำเลยอ้างว่าเรือนพิพาทเป็นของตนนั้นมีเหตุผลสนับสนุน ข้ออ้างหลายหระการคือ นายฟัดยืนยันว่าขายไม้ดังกล่าวให้จำเลย นายโกนผู้ใหญ่บ้านก็ทราบว่าจำเลย ซื้อไม้ดังกล่าวจากนายพัดและรับรองว่าชาวบ้านพูดกันว่า เรือนพิพาทเป็นของจำเลย ทั้งโจทก์เองก็ยอมรับว่าเดิมจำเลยมีที่ดินบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลปากแดงและมีกระบือ ๒ ตัว เมื่อจำเลยไปอยู่เรือนพิพาทกระบือและกระท่อมเดิมของจำเลยหายไป ซึ่งรับกับคำของจำเลยที่ว่า จำเลยขายที่ดินบ้านเรือนและกระบือ+ควบคุมการตัดไม้และเผาถ่าน จึงฟังว่าเรือนพิพาทนอกจากเสาไม้เต็ง ( ไม้แก่น ) ๖ ต้นที่โจทก์ซื้อมาจากนายมิ่งนั้นเป็นของจำเลย

สำหรับประเด็นที่ว่าโจทก์จำเลยเข้าหุ้น+ถ่านหรือไม่นั้น ตามที่คู่ความนำสืบดังกล่าวแล้วเห็นได้ว่าโจทก์ยอมรับว่าการเผาถ่านนั้นโจทก์จำเลยตกลงแบ่งกำไรกันคนละครึ่ง โจทก์คงปฏิเสธแต่ว่าจำเลยไม่ได้ลงทุนและไม่ได้เป็นหุ้นส่วนกับโจทก์แต่ตามข้อเท็จจริงที่ศาลนี้รับฟังมาแล้วในตอนต้นว่า จำเลยถึงกับขายทีดินบ้านเรือนและกระบือของตนเพื่อนมาปลูกเรือนในที่ของโจทก์เพื่อคุมงานเผาถ่านนี้น่าเชื่อว่าจำเลยคงได้มั่นใจจากโจทก์เกี่ยกับฐานะใหม่ของตนเพียงพอว่าโจทก์ชวนมาเข้าหุ้น มิใช่มาเป็นลูกจ้างโจทก์โดยไม่มีความแน่นอนในอนาคตแต่อย่างใด ศาลนี้เชื่อว่าโจทก์จำเลยคงได้ตกลงเป็นหุ้นส่วนกันมากแต่ที่จำเลยจะยอมเป็นลูกจ้างของโจทก์ และฟังว่าโจทก์จำเลยเป็นหุ้นส่วนกันโดยจำเลยลงเงินสดเป็นทุน ๑,๐๐๐ บาทเท่ากัน โดยตีราคาที่ดินและเตาเผาถ่าน ๓ เตา

แทนเงิน ส่วนกำไรที่จำเลยฟ้องขอแบ่งนั้น จำเลยเองไม่รู้ว่าขายถ่านได้เท่าไรมีกำไรเท่าไร ฝ่ายโจทก์นำสืบว่าขายขาดทุน แต่ไม่แน่ว่าขาดเท่าไร เป็นอันฟังไม่ได้ว่าขาดทุนเช่นเดียวกัน จึงต้องฟังว่าหุ้นส่วนรายนี้ไม่มีกำไรที่จะคืนให้จำเลย

อนึ่งการที่จำเลยมาฟ้องแย้งขอให้โจทก์คืนทุนและแบ่งกำไรในระหว่างหุ้นส่วนให้ในคดีที่เถียงกรรมสิทธิเรือนพิพาทเช่นนี้ ไม่ชอบด้วยวิธีการ แต่เมื่อศาลล่างได้รับพิจารณาสืบพยานเรื่องหุ้นส่วนมาจนสิ้นกระแสร์ความแล้วเช่นนี้ ศาลฎีกาจะรื้อฟื้นให้พิจารณาสืบพยานเรื่องหุ้นส่วนกันอีกครั้งหนึ่งก็จะเป็นการเสียหายแก่คู่ความ โดยไม่ได้ข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้น แต่ประการใดจึงเห็นควรพิพากษาไปเสียที่เดียว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าเรื่อนพิพาทนอกจากเสา ๖ ต้นที่โจทก์ซื้อมาจากนายมิ่งเป็นของจำเลย ให้จำเลยและบริวารรื้อถอนเรือนนี้ นอกจากเสาไม้จากที่ของโจทก์และให้โจทก์คืนเงิน ๑,๐๐๐ บาท ค่าลงหุ้นให้แก่จำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จักร์ · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · ดุลยกรณ์พิทารณ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุโขทัย - นายถาวร อำพรสุต
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิเทศนฤบาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้