คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสหกรณ์จำกัด คณะกรรมการดำเนินการของโจทก์มอบอำนาจให้ ค. ประธานกรรมการฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในมูลละเมิดแก่โจทก์จำเลยให้การว่า ค. จะได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้ฟ้องคดีหรือไม่ จำเลยไม่ทราบและไม่รับรอง จำเลยมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีคณะกรรมการดำเนินการ 7 คน แต่มีกรรมการลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจเพียง 6 คน การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีจึงไม่สมบูรณ์ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า หนังสือมอบอำนาจของโจทก์สมบูรณ์ตามกฎหมาย ค. มีอำนาจฟ้องคดี พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
การที่จำเลยให้การว่า ค. จะได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้ฟ้องคดีนี้หรือไม่ จำเลยไม่ทราบและไม่รับรองนั้น คำให้การเช่นนี้ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยให้การรับ โจทก์จึงยังมีหน้าที่นำสืบถึงประเด็นข้อนี้ และฟังว่าคณะกรรมการของโจทก์ 6 คนได้มอบอำนาจให้ ค. ฟ้องคดีนี้จริงส่วนปัญหาว่าหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวสมบูรณ์หรือไม่นั้น พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511 มาตรา 24 บัญญัติให้คณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์จำกัดคณะหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการและเป็นผู้แทนสหกรณ์จำกัดในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการจะมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนทำการแทนก็ได้ แต่ตามกฎหมายและข้อบังคับของสหกรณ์โจทก์มิได้กำหนดไว้ว่าในการดำเนินกิจการต่าง
ๆ คณะกรรมการดังกล่าวจะต้องลงชื่อครบทุกคนหรือไม่เพียงใดจึงต้องนำบทบัญญัติทั่วไปเกี่ยวกับนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับซึ่งมาตรา 77 บัญญัติให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการดำเนินการของโจทก์ได้ลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจถึง 6 คน ในจำนวน 7 คน จึงเป็นเสียงข้างมากตามนัยแห่งบทกฎหมายดังกล่าว หนังสือมอบอำนาจของโจทก์จึงสมบูรณ์ตามกฎหมายโจทก์โดย ค. ประธานกรรมการผู้รับมอบอำนาจจึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้พิพากษายืน