Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 119/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยหลอกลวงเด็กหญิงอายุ 14 ปี ว่าจะพาไปรับจ้างทำงาน แต่แล้วกลับพาไปที่สำนักโสเภณี และเด็กหญิงนั้นถูกบังคับให้ค้าประเวณี การที่เด็กหญิงนั้นไปกับจำเลยเพราะเชื่อคำหลอกลวงเช่นนี้ จะถือว่าเต็มใจไปด้วยกับจำเลยหาได้ไม่การพรากผู้เยาว์ไปเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร ไม่ว่าผู้เยาว์เต็มใจไปด้วยหรือไม่เต็มใจ ประมวลกฎหมายอาญาก็บัญญัติเป็นความผิดทั้งนั้น เพียงแต่กำหนดโทษตามมาตรา 318 วรรคท้าย หนักกว่าโทษตามมาตรา 319 การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา 319 แต่ทางพิจารณาฟังได้ว่า จำเลยกระทำความผิดตามมาตรา 318 ก็มิใช่เป็นเรื่องข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้อง ศาลย่อมปรับบทลงโทษจำเลยตามมาตรา 319 ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจพรากเด็กหญิงแต๋ว คำภา อายุ 14 ปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อหากำไร โดยเด็กหญิงแต๋วเต็มใจไปด้วยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยได้พรากเด็กหญิงแต๋วผู้เสียหายไปเสียจากบิดามารดา โดยหลอกว่าจะพาไปเป็นคนรับใช้ทำงานที่กรุงเทพฯแต่แล้วกลับพาเด็กหญิงแต๋วไปขายที่สำนักโสเภณีเป็นการกระทำเพื่อการอนาจาร ถือไม่ได้ว่าเด็กหญิงแต๋วเต็มใจไปด้วย

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 อันเป็นกรณีที่ผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย แต่การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 318 โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย ซึ่งมีความคลุมไปถึงบทบัญญัติในมาตรา 319 ด้วย ศาลปรับบทลงโทษจำเลยตามมาตรา 319 ได้ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 ซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 3 ปี 6 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เด็กหญิงแต๋วเต็มใจไปกับจำเลยเพื่อจะรับจ้างทำงานที่กรุงเทพฯ ตามที่จำเลยหลอก แล้วจำเลยได้ขายหรือได้ประโยชน์หรือพาเด็กหญิงแต๋วไปได้กำไรจากเจ้าสำนักโสเภณีการกระทำของจำเลยดังกล่าวย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319 ที่โจทก์ฟ้องแล้ว

ส่วนการที่เจ้าสำนักโสเภณีบังคับให้เด็กหญิงแต๋วนอนกับชายเพื่อรับจ้างหากินหรือทำการค้าประเวณีนั้นเป็นเรื่องภายหลังที่ความผิดครั้งแรกกระทำสำเร็จแล้ว ฉะนั้น จึงหาใช่ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้องไม่ พิพากษายืนจำเลยฎีกาทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยได้พรากเด็กหญิงแต๋วไปเสียจากบิดามารดาจริงปัญหามีว่าเด็กหญิงแต๋วเต็มใจไปด้วยกับจำเลยหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยไปพูดหลอกลวงเด็กหญิงแต๋วว่าจะพาไปรับจ้างทำงานที่กรุงเทพฯ แต่จำเลยกลับพาเด็กหญิงแต๋วไปที่สำนักโสเภณี และเด็กหญิงแต๋วถูกบังคับให้ทำการค้าประเวณี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีดังนี้จะถือว่าเด็กหญิงแต๋วเต็มใจไปด้วยกับจำเลยหาได้ไม่ เพราะที่เด็กหญิงแต๋วไปกับจำเลยโดยหลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลยว่าจะพาไปรับจ้างทำงาน จึงยอมไปกับจำเลย ถ้าจำเลยไม่หลอกลวงเด็กหญิงแต๋วเช่นนั้น เด็กหญิงแต๋วก็คงไม่ยอมไปด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นเรื่องพรากผู้เยาว์ซึ่งมีอายุไม่เกิน 18 ปี ไปจากบิดามารดาโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไป เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรคท้ายปัญหาต่อไปมีว่า การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 โดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย แต่ทางพิจารณาฟังได้ว่าผู้เยาว์ไม่เต็มใจไป อันเป็นความผิดตามมาตรา 318จะถือว่าข้อเท็จจริงในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยพรากผู้เยาว์ไปเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร จะโดยลักษณะที่ผู้เยาว์เต็มใจไปด้วยหรือไม่เต็มใจไป ประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติเป็นความผิดทั้งนั้น หากแต่กำหนดโทษหนักเบาต่างกันเท่านั้น กล่าวคือ เมื่อผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย ก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรคท้าย อันมีโทษหนักกว่ามาตรา 319 หาใช่เป็นเรื่องข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้องไม่ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา 319 ซึ่งมีโทษเบากว่ามาตรา 318 ศาลก็ปรับบทลงโทษจำเลยตามมาตรา 319 ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย รชตะนันทน์ · ศวิต สมหวัง · อุดม ทันด่วน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้