Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1189/2502

พ.ศ. 2502 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ผู้จัดการธนาคารอุตสาหกรรมยื่นคำร้องขอหรือคำฟ้องต่อศาลนั้น ไม่ใช่เป็นการทำนิติกรรมของธนาคารอุตสาหกรรมและทั้งไม่ใช่เป็นการตั้งตัวแทนของธนาคารอุตสาหกรรมด้วย หากเป็นแต่ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่า คณะกรรมการธนาคารอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้ผู้จัดการทำการยื่นคำร้องขอหรือคำฟ้องในคดีได้หรือไม่ เอกสารต่างๆ ที่ธนาคารอุตสาหกรรมซึ่งเป็นโจทก์ส่งต่อศาล จึงเป็นแต่เพียงพยานหลักฐานเบื้องต้นแห่งการมอบหมายให้ดำเนินคดี ไม่ใช่หนังสือมอบอำนาจหรือการตั้งตัวแทนอันจะต้องทำตามแบบ ถ้าจำเลยต้องการโต้แย้งว่าผู้จัดการธนาคารอุตสาหกรรมไม่ได้รับมอบหมายให้ยื่นคำร้องขอต่อศาล ก็เป็นหน้าที่ของผู้อ้างเอกสารและผู้ปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงแห่งเอกสารนั้น จะต้องนำพยานหลักฐานมาสืบประกอบให้เห็นประจักษ์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ธนาคารอุตสาหกรรม พ.ศ.2495 มาตรา 18 ป.วิ.พ. มาตรา 66 ป.พ.พ. มาตรา 112 ป.พ.พ. มาตรา 797 ป.พ.พ. มาตรา 798

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ เริ่มด้วยธนาคารฯ โดยพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิวัฒนไชยกรรมการผู้จัดการยื่นคำร้องขอโดยอาศัยหนังสือมอบอำนาจของคณะกรรมการธนาคาร ขอให้ศาลสั่งกองหมายขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่นายสมพงษ์ เชาวนประดิษฐ์ ได้ทำสัญญาจำนองไว้เป็นประกันการที่บริษัทสมพงษ์พาณิชย์ จำกัด กู้เงินธนาคารผู้ร้องเป็นจำนวนเงิน 1,500,000 บาท บริษัทลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระต้นเงินดอกเบี้ยตามกำหนด ธนาคารได้บอกกล่าวบังคับจำนองแก่ผู้จำนองแล้วก็ไม่ชำระนายสมพงษ์ เชาวนประดิษฐ์ และบริษัทสมพงษ์พาณิชย์ จำกัด ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้จัดการของธนาคารไม่ได้รับมอบหมายให้ยื่นคำร้องขอหรือคำฟ้องนี้โดยชอบ และว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิจะบังคับจำนองเพราะผู้คัดค้านไว้ได้ทำผิดเงื่อนไขแห่งสัญญากู้

ฯลฯศาลแพ่งให้ดำเนินคดีไปตามบทบัญญัติว่าด้วยคดีมีข้อพิพาท เรียกผู้ร้องขอว่า โจทก์ผู้คัดค้านว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามลำดับศาลแพ่งสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วเห็นว่า จำเลยต่อสู้ว่า พระองค์เจ้าวิวัฒนไชยไม่มีอำนาจร้องบังคับจำนองเพราะไม่ได้รับมอบอำนาจและแถลงว่า เอกสาร จ.1-2-3 ไม่ปิดอากรแสตมป์และไม่มีจำนวนกรรมการตามกฎหมาย จึงฟังเป็นหลักฐานในคดีไม่ได้ พิพากษาให้ยกฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิจะฟ้องร้องใหม่เมื่อมีอำนาจโดยชอบโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามรายงานการประชุมคณะกรรมการธนาคารและตามพระราชบัญญัติธนาคารอุตสาหกรรม พ.ศ. 2495 มาตรา 11 ผู้จัดการธนาคารมีอำนาจดำเนินคดีนี้ได้ และตาม พระราชบัญญัติธนาคารฯ มาตรา 39 ธนาคารนี้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ในเอกสารของธนาคาร จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลแพ่งวินิจฉัยประเด็นอื่น

ๆ อีกแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ประเด็นในชั้นนี้มีอยู่เพียง 2 ข้อ คือ1. การที่ผู้จัดการของธนาคารอุตสาหกรรมยื่นคำร้องขอหรือคำฟ้องนี้ ผู้จัดการธนาคารได้รับมอบหมายให้ยื่นได้โดยชอบหรือไม่ และ2. เอกสารที่โจทก์ส่งยื่นต่อศาลจำต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร จึงจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่ในประเด็น ข้อ 1. พระราชบัญญัติธนาคารอุตสาหกรรม พ.ศ. 2495 มาตรา 18 บัญญัติว่า "ให้คณะกรรมการธนาคารเป็นผู้แทนธนาคารในส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก แต่คณะกรรมการธนาคารจะมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารหรือผู้จัดการเป็นผู้แทนก็ได้"

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า"การมอบหมาย" ของคณะกรรมการในกรณีที่ว่านี้ หาใช่เป็นการทำนิติกรรมของธนาคารอุตสาหกรรมแต่อย่างใดไม่ และทั้งไม่ใช่การตั้งตัวแทนของธนาคารอุตสาหกรรม หากเป็นแต่ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่า คณะกรรมการได้มอบหมายให้ผู้จัดการทำการยื่นคำร้องขอหรือคำฟ้องในคดีนี้หรือไม่เอกสารต่าง ๆ ที่โจทก์ส่งต่อศาลจึงเป็นแต่เพียงพยานหลักฐานเบื้องต้นแห่งการมอบหมาย ไม่ใช่หนังสือมอบอำนาจหรือการตั้งตัวแทนอันจะต้องทำตามแบบตามที่จำเลยยกขึ้นเป็นข้อโต้แย้ง เมื่อจำเลยต้องการโต้แย้งว่า ผู้จัดการธนาคารไม่ได้รับมอบหมายให้ยื่นคำร้องขอต่อศาล ก็เป็นหน้าที่ของผู้อ้างเอกสารและผู้ปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงแห่งเอกสารนั้น จะต้องนำพยานหลักฐานมาสืบประกอบให้เห็นประจักษ์ตามที่บัญญัติไว้ใน

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 66 และตาม พระราชบัญญัติธนาคารอุตสาหกรรม พ.ศ. 2495 ก็ได้ให้อำนาจคณะกรรมการที่จะมอบหมายได้ โดยไม่ได้กำหนดวิธีการอย่างใดไว้ส่วนประเด็น ข้อ 2 พระราชบัญญัติธนาคารอุตสาหกรรม ฯ มาตรา 39มีข้อความชัดอยู่แล้วว่า "ให้ธนาคารได้รับยกเว้นจากการเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร" การที่ต้องปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์เป็นการให้เสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรอย่างหนึ่ง ข้อโต้แย้งของจำเลยข้อนี้ ฟังไม่ขึ้นคดียังคงเหลือประเด็นที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้อีกหลายข้อ เป็นประเด็นข้อพิพาท ซึ่งศาลฎีกาเห็นควรให้ศาลชั้นล่างได้วินิจฉัยเสียก่อนตามลำดับศาล

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · พิทักษ์มนูศาสตร์ · ชำนาญเนติศาสตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4117/2534

สัญญาซื้อขายลดเช็คเป็นสัญญาซึ่งกฎหมายมิได้กำหนดแบบไว้ฉะนั้น สัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินที่ทำขึ้นจริง เพียงแต่ลงชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดตามสัญญาเพียงฝ่ายเดียวก็สมบูรณ์ การที่คณะกรรมการของบริษัทมอบอำนาจให้ ด. ล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2573/2546

การที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 รู้เห็นและยินยอมให้จำเลยที่ 2 มารดาเป็นคู่สัญญาฝ่ายผู้จะขาย ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ฝ่ายผู้จะซื้อ แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ลงลายมือชื่อไว้ในสัญญาในฐานะคู่สัญญาฝ่ายผู้จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5419/2540

ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/14(1) ผู้ที่จะรับสภาพหนี้ได้มีเฉพาะตัวลูกหนี้เท่านั้น การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ทำสัญญารับใช้หนี้แทน ซ. ลูกหนี้ของโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3821/2538

การมอบอำนาจให้ก.ฟ้องคดีของโจทก์นั้นเมื่อโจทก์แต่ฝ่ายเดียวได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้มอบอำนาจให้กระทำกิจการติดตามทวงถามหนี้สินตลอดจนดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสามแทนโจทก์แล้วแม้ก.ไม่ได้ลงชื่อเป็นผู้รับมอบอำนาจด้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 939/2537

แม้สัญญารับทุนจะใช้แบบตามที่กระทรวงการคลังกำหนดให้ใช้กับข้าราชการผู้รับทุน โดยที่จำเลยที่ 1 มิได้เป็นข้าราชการหรือได้ลาออกจากการเป็นลูกจ้างชั่วคราวแล้วก็ตาม แต่เมื่อจำเลยที่ 1 สมัครใจทำสัญญาที่มีข้อคว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้