คำฟ้องและคำให้การ
ตาทำพินัยกรรม์เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๕ ตัดบุตร์ซึ่งเกิดด้วยภรรยาคนหนึ่งของตนไม่ให้มีสิทธิรับมฤดกของตนต่อไป ต่อมา พ.ศ.๒๔๗๔ ตาซึ่งเป็นเจ้ามฤดกนั้นตาย หลานซึ่งเกิดจากบุตร์หญิงของตาคนที่ถูกตัดไม่ให้รับมฤดกนั้นมาฟ้องขอรับมฤดกของตาจากผู้จัดการทรัพย์มฤดกและปรากฎว่ามารดาของหลานนั้นยังมีชีวิตร์อยู่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้ต้องนำ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมลักษณมฤดก ร.ศ.๑๒๑ มาใช้บังคับซึ่งตามมาตรา ๑ ข้อ ๑ หลานจะได้รับมฤดกของผู้ตายก็ต่อเมื่อบุตร์ของผู้ตายได้ตายไปแล้วด้วย คดีนี้มารดาของหลานซึ่งเป็นบุตร์ของผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ หลานจึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับมฤดกของผู้ตาย การที่ผู้ตายทำพินัยกรรม์ตัดบุตร์มิให้รับมฤดกนั้น ไม่มีบทกฎหมายใดให้ถือว่าบุตร์นั้น ๆ ได้ตายไปแล้ว
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลล่างให้ยกฟ้องโจทก์