คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งมิได้รับใบอนุญาตให้ขับขี่รถยนต์ ได้ขับขี่รถยนต์กระบะเข้าไปในซอยโดยมีนางสาวปริยมิตรนั่งคู่ไป ใกล้จะถึงที่เกิดเหตุนางสาวปริยมิตรซึ่งมิได้รับใบอนุญาตให้ขับขี่ขอขับรถยนต์ จำเลยยินยอมให้ขับ ถึงที่เกิดเหตุเป็นทางเลี้ยวโค้ง จำเลยเข้าแย่งพวงมาลัยจากนางสาวปริยมิตรและเร่งความเร็ว เป็นเหตุให้รถยนต์แล่นเข้าชนมุมตึกแถว แล้วจำเลยหักกลบไปยังฝั่งตรงข้าม แล่นเข้าชนเด็กชายอรรถเมธจนถึงแก่ความตาย เด็กชายอาทรและเด็กชายบุญทิ้งได้รับอันตรายแก่กาย ทั้งนี้โดยจำเลยได้กระทำโดยประมาทปราศจากความระมัดระวัง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 29, 66 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4)
พ.ศ. 2508 มาตรา 7, 13 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515 ข้อ 11 นางยุพาพินมารดาของเด็กชายอรรถเมธผู้ตายได้เข้าเป็นโจทก์ร่วมจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 29, 66 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2508 มาตรา 7, 13 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 59 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515 ข้อ 11 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ขณะที่นางสาวปริยมิตรขับรถจะเลี้ยวนางสาวปริยมิตรกะระยะไม่ถูก รถเฉี่ยวตึกซึ่งตั้งอยู่ที่มุมถนน จำเลยจึงช่วยจับพวงมาลัยหันหัวรถให้พุ่งออกไป เป็นเหตุให้รถชนเด็กชายอรรถเมธถึงแก่ความตายเด็กชายอาทรและเด็กชายบุญทิ้งหรือขวัญได้รับอันตรายแก่กายบ้านและทรัพย์สินของนางปรุงจิตต์ได้รับความเสียหาย
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเข้าแย่งพวงมาลัยจากนางสาวปริยมิตรและเร่งความเร็ว เป็นเหตุให้รถแล่นเข้าชนมุมตึกแถว แล้วจำเลยหักหลบไปยังฝั่งตรงข้ามแล่นเข้าชนคนและทรัพย์สินของผู้อื่น แม้ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาจะได้ความว่านางสาวปริยมิตรผู้ขับรถเป็นผู้เร่งความเร็ว จำเลยเพียงแต่ช่วยจับพวงมาลัยหันหัวรถให้พุ่งออกไป ก็ยังถือไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง อย่างไรก็ดีศาลฎีกาเห็นว่าการที่จำเลยช่วยจับพวงมาลัยหันหัวรถให้พุ่งออกไปก็เนื่องจากนางสาวปริยมิตรขับรถเฉี่ยวตึกมุมถนน บุคคลที่ขับรถยนต์ได้และอยู่ในภาวะเช่นจำเลย เมื่อเห็นว่าผู้ขับไม่สามารถควบคุมได้และจะเกิดเหตุเช่นนั้นย่อมจะต้องเข้าช่วยเหลือ เหตุร้ายที่เกิดขึ้นจึงถือไม่ได้ว่าเกิดจากการกระทำโดยประมาทของจำเลย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน