Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1183/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าบ้านที่ผู้ให้เช่าและผู้เช่าทำต่อกันระบุไว้ชัดแจ้งว่า ผู้เช่าต้องชำระค่าเช่าในวันสิ้นเดือนตามปฏิทินทุกๆ เดือนนั้น เมื่อผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่าเมื่อถึงวันสิ้นเดือนตามปฏิทิน ผู้เช่าก็ย่อมตกเป็นผู้ผิดนัดชำระค่าเช่าแล้วการบอกกล่าวเลิกการเช่าซึ่งผู้ให้เช่าส่งไปทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เจ้าหน้าที่ผู้ส่งบันทึกว่า "ผู้รับไม่ยอมรับ ขอคืน" นั้น ถือได้ว่าการแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาเช่ามีผลแล้วนับแต่เวลาที่ไปถึงผู้เช่าเป็นต้นไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าบ้านจากโจทก์มีกำหนด 3 ปี ค่าเช่าเดือนละ 400 บาท ครบกำหนดแล้ว จำเลยอยู่ต่อไปโดยมิได้ทำสัญญาใหม่ จำเลยไม่ชำระค่าเช่า 2 คราวติด ๆ กัน โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยก็ไม่ยอมชำระให้ โจทก์จึงบอกเลิกการเช่า แต่จำเลยไม่ยอมรับหนังสือของโจทก์ จึงขอให้ขับไล่และชำระค่าเช่าและค่าเสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากห้องพิพาท และให้ชำระค่าเช่าที่ค้าง 8,000 บาท กับค่าเสียหายเดือนละ 400 บาทนับแต่วันฟ้องจำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาเช่าที่โจทก์จำเลยทำต่อกันไว้นั้นระบุชัดอยู่แล้วว่า ผู้เช่าต้องชำระค่าเช่าในวันสิ้นเดือนตามปฏิทินทุก ๆ เดือน ฉะนั้น เมื่อถึงวันสิ้นเดือนตามปฏิทินจำเลยไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์ จำเลยก็ย่อมตกเป็นผู้ผิดนัดชำระค่าเช่าแล้วโดยโจทก์มิจำต้องเตือนเลย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204 วรรคสอง โดยเหตุนี้ เรื่องการทวงถามในการให้จำเลยชำระค่าเช่าศาลอุทธรณ์จึงกล่าวว่ามิจำต้องคำนึงถึงส่วนเรื่องการบอกเลิกสัญญาเช่าตามมาตรา 560 นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าการบอกเลิกตามเอกสารจ.4 โจทก์ได้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ปรากฏในบันทึกของเจ้าหน้าที่ว่า

"ผู้รับไม่ยอมรับ ขอคืน" แสดงว่าพบผู้รับ คือจำเลยแล้วแต่จำเลยไม่ยอมรับ ฉะนั้น การบอกเลิกสัญญาของโจทก์จึงถือว่าได้ถึงจำเลยแล้ว ซึ่งศาลฎีกาก็เห็นพ้องด้วย คดีจึงฟังได้ว่า การแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาของโจทก์ได้ถึงจำเลยแล้ว ตามความหมายแห่งมาตรา 130 วรรค 1 ที่จำเลยฎีกาโต้แย้งว่าจำเลยยังไม่ได้ทราบข้อความในจดหมายบอกเลิกสัญญานั้น เห็นว่า การแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาของโจทก์โดยทางจดหมายนี้ ตามมาตรา 130 วรรค 1 ย่อมมีผลนับแต่เวลาที่ไปถึงจำเลยเป็นต้นไป จำเลยจะได้ทราบข้อความในจดหมายนั้นหรือไม่การบอกเลิกสัญญาก็ย่อมมีผลเป็นการบอกเลิกตามมาตรา 560 แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประกอบ หุตะสิงห์ · โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 440/2503

การที่โจทก์ไปเก็บค่าเช่าจากจำเลยตลอดมา 10 ปี ตั้งแต่เช่ากันมาเป็นการแสดงเจตนาไว้ว่า โจทก์จะเป็นผู้ไปเก็บค่าเช่าเอาจากจำเลยเองเมื่อโจทก์ไม่ไปเก็บ จะหาว่าจำเลยผิดนัดหาได้ไม่ (อ้างฎีกาที่728/2496) จำเลยข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1055/2501

การเช่าซึ่งกำหนดวันให้ผู้เช่าชำระค่าเช่าไว้แน่นอนแล้ว ถ้าผู้เช่าผิดสัญญาชำระค่าเช่า ผู้ให้เช่ามีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้ทันที โดยมิพักต้องบอกกล่าวแก่ผู้เช่าก่อน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2493

สัญญาเช่า มีข้อความกำหนดการชำระค่าเช่ากันว่าถ้าผู้เก็บค่าเช่ามิได้ไปเก็บค่าเช่า จนล่วงพ้นวันที่ 7 ของเดือนนั้นไปแล้ว ผู้เช่าจะต้องนำค่าเช่าประจำเดือนนั้นไปชำระ ณ สำนักงานของผู้ให้เช่าภายในวันที่ 10 ขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2488

ถ้าไม่ได้ตกลงว่าจะชำระหนี้กัน ณ ที่ใด ลูกหนี้จะต้องชำระหนี้ในภูมิลำเนาปัจจุบันของเจ้าหนี้ การถูกคุมขังในเรือนจำในระหว่างต้องหานั้น ไม่ถือว่าเรือนจำเป็นภูมิลำเนา ได้ชำระค่าเช่าล่วงหน้าไปตามสัญญาแล้ว ต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3881/2568

หนี้ที่ถึงกำหนดชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง หมายถึง หนี้ที่คู่สัญญาตกลงกำหนดเวลาที่ลูกหนี้ต้องชำระตามข้อตกลงในสัญญา และถึงกำหนดเวลาชำระหนี้แล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าเจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิเรียกร้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้