Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1173/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ขับรถบรรทุกถังเหล็กมาตามถนน เห็นสายไฟฟ้าพาดขวางถนนอยู่ข้างหน้า จำเลยที่ 1 น่าจะต้องคิดว่าความสูงของของที่บรรทุกมาจะลอดพ้นได้หรือไม่ และควรจะค่อย ๆ เคลื่อนรถลอดใต้สายเคเบิลนั้น โดยให้คนในรถดูว่าจะพันได้หรือไม่ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ทำดังนั้น คงขับต่อไปด้วยความเร็วเพราะคิดว่าลอดพันได้ เป็นเหตุให้ถังเหล็กที่บรรทุกมาเกี่ยวสายไฟฟ้าจนทำให้เสาไฟฟ้าล้มไป 13 ต้น ดังนี้ เป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 1 กระทำขึ้น จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยอื่นให้การต่อสู้คดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ทางพิจารณาข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์จำเลยนำสืบต้องกันว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดและเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 5 น - 3820 กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 4 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าว เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2523จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าว บรรทุกถังเหล็กสำหรับบรรจุของเหลวสูงประมาณ 2.75 เมตร ไม่รวมตัวรถบรรทุกซึ่งสูงประมาณ 1.20 เมตร ไปตามถนนรังสิต-ปทุมธานี โฉมหน้าไปทางปทุมธานีเมื่อถึงที่เกิดเหตุตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี มีสายโทรศัพท์ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยทอดข้ามถนน

จำเลยที่ 1 คิดว่าขับรถยนต์ดังกล่าวลอดสายโทรศัพท์พ้นจึงได้ขับรถลอดด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผลปรากฏว่า คอของถังเหล็กเกี่ยวสายโทรศัพท์สายโทรศัพท์ไม่ขาดแต่ดึงเสาไฟฟ้าที่ขึงสายโทรศัพท์ล้มไป 13 ต้น เจ้าพนักงานตำรวจได้ติดต่อจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ได้นำตัวจำเลยที่ 1 ไปมอบต่อพนักงานสอบสวนพนักงานสอบสวนได้ปรับจำเลยที่ 1 1,000 บาท และจำเลยที่ 3 ได้ตกลงกับการไฟฟ้านครหลวง โจทก์ว่า จะชดใช้ค่าเสียหายให้ ปัญหาคงมีในชั้นฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ได้ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายขึ้นหรือไม่...

พิเคราะห์แล้วจำเลยที่ 1 เบิกความว่า ก่อนถึงทางรถไฟประมาณ 20 เมตร จำเลยที่ 1 เห็นสายไฟฟ้าพาดขวางถนนอยู่ข้างหน้า ระดับสูงกว่าพื้นถนนเท่าใดประมาณไม่ได้ แต่คิดว่าสามารถขับรถยนต์ลอดใต้สายไฟฟ้านั้นพ้น จำเลยที่ 1 ขับรถด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ปรากฏว่าไม่พ้น ถังเหล็กที่บรรทุกมาเกี่ยวสายไฟฟ้าเป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าล้ม จำเลยที่ 1 ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงขับรถยนต์ต่อไป ตามคำเบิกความของจำเลยที่ 1 เช่นนี้ เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 1 เห็นสายไฟฟ้าหรือสายเคเบิลอยู่ข้างหน้าตามปกติวิสัยบุคคลธรรมดา จำเลยที่ 1 จะต้องคิดว่าความสูงของของที่จำเลยที่ 1 บรรทุกมาน่าจะลอดพ้นได้หรือไม่ จำเลยที่ 1 น่าจะค่อยๆเคลื่อนรถลอดใต้สายเคเบิลนั้น โดยให้คนในรถอีก 2 คนดูว่าจะพ้นได้หรือไม่ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ทำดังนั้นเพราะคิดว่าลอดพ้นได้ จึงเป็นความประมาทของจำเลยที่ 1 ในประการแรกเป็นเหตุให้เกิดประมาทอื่นตามมาคือแทนที่จะค่อยเคลื่อนรถลอดดังกล่าวมาแล้ว

จำเลยที่ 1 กลับใช้ความเร็วถึง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลอดผ่านสายเคเบิล ซึ่งความเร็วขนาดนี้เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายดังที่ปรากฏได้ หากจำเลยที่ 1 ค่อยๆ เคลื่อนมาประชิดสายเคเบิล แม้ว่าส่วนสูงของถังเหล็กจะถูกสายเคเบิลสายเคเบิลเป็นของหย่อนได้ย่อมจะอ่อนไปตามแรงของรถยนต์ได้บ้างเล็กน้อย ไม่ถึงกับดึงเสาไฟฟ้าให้หักล้มได้การกระทำดังกล่าวของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความประมาทเลินเล่อเป็นผลโดยตรงให้เกิดความเสียหาย ซึ่งจำเลยที่ 1 ก็ทราบดีจึงได้ยอมรับสารภาพ ให้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับไป 1,000 บาท และจำเลยที่ 3 ก็ทราบข้อเท็จจริงดี จึงตกลงยินยอมจะชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่1 ที่ 2 ที่ 3 จะต้องรับผิดต่อโจทก์นั้นชอบแล้ว

ส่วนข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 4 ว่าเป็นความประมาทของโจทก์ ไม่ใช่ของจำเลยที่1 เพราะสายเคเบิลและสายไฟฟ้าที่พาดผ่านถนนจะต้องสูงไม่ต่ำกว่า 5 เมตร เหตุเกิดเพราะโจทก์ปล่อยให้สายไฟฟ้าสายเคเบิลต่ำกว่าระเบียบปฏิบัติทางราชการ เห็นว่า กรณีที่เกิดเหตุขึ้นเป็นเรื่องการวางสายเคเบิลโทรศัพท์ทอดข้ามถนนโดยแขวนติดกับเสาไฟฟ้าของโจทก์ การวางสายเคเบิลเป็นความรับผิดชอบขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ไม่ใช่ความรับผิดชอบของการไฟฟ้านครหลวง โจทก์ และศาลได้พิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่11342/2525 ของศาลชั้นต้น ระหว่าง องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยโจทก์และจำเลยทั้งสี่ในคดีนี้เป็นจำเลย คดีถึงที่สุดแล้วว่า เป็นความผิดของจำเลยที่ 1 ไม่ใช่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ดังนั้น จำเลยที่ 4 ซึ่งรับประกันภัยรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับจึงต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัย จำเลยที่ 4 ไม่อาจอ้างให้หลุดพ้นจากความรับผิดในการละเมิดครั้งนี้...'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้