Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และจำเลยที่ 2 กับพวกเคยถูกฟ้องเรื่องละเมิดและผิดสัญญา ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 5 รับผิดในฐานะคู่สัญญาส่วนจำเลยอื่นให้ยกฟ้องคดีถึงที่สุด โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยที่ 2 กับพวกเรื่องละเมิดและเรียกทรัพย์คืน ดังนี้คดีก่อนโจทก์กับจำเลยไม่ใช่คู่ความรายเดียวกันและไม่ใช่ประเด็นอย่างเดียวกันกับคดีนี้ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำจำเลยที่ 2 ซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติราชการตามกฎหมายซึ่งกำหนดให้ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการโดยเคร่งครัดการที่จำเลยที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อระเบียบของทางราชการโดยชัดแจ้ง ดังนี้เป็นการประมาทเลินเล่อ.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยกระทำละเมิด ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้เงิน 216,248 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 4 รับผิดในยอดเงิน 145,445 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ มิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อ โจทก์มิใช่ผู้เสียหาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 5 ขาดนัดยื่นคำให้การ ระหว่างสืบพยานโจทก์ โจทก์และจำเลยทั้งสี่แถลงรับกันว่านายวินัย ธีระพันธ์ เจ้าหนี้สภาตำบลบ้านกระทุ่ม เคยฟ้องโจทก์และจำเลยทั้งห้า ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 239/2520 หมายเลขแดงที่67/2521 คดีถึงที่สุด ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์เพราะคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว แล้วพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานแล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ชำระเงิน 216,248 บาท โดยเฉพาะจำเลยที่ 4 ให้รับผิดเพียง 145,445บาท พร้อมดอกเบี้ย ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...ส่วนปัญหาว่า ฟ้องคดีนี้ซ้ำซ้อนกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 67/2521 ของศาลชั้นต้นหรือไม่นั้น คดีดังกล่าวนายวินัย ธีระพันธ์ เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้ จำเลยที่ 2 และพวกอีกรวม 9 คน เรื่อง ละเมิดและผิดสัญญาศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 5 ต้องรับผิดต่อโจทก์ในฐานะเป็นคู่สัญญาส่วนจำเลยอื่น ๆ ให้ยกฟ้อง คดีถึงที่สุด แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 กับพวก เรื่องละเมิด เรียกทรัพย์คืน เห็นได้ว่าโจทก์ไม่เคยฟ้องจำเลยที่ 2 มาก่อน เพียงแต่จำเลยที่ 2 เคยถูกฟ้องด้วยกันกับโจทก์เท่านั้น แม้ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยในคดีนั้นว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์คดีนั้นเสียหาย ไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 5ก็ตาม

ก็ไม่ได้หมายความว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้ทำละเมิดหรือไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์คดีนี้ด้วย ทั้งคดีดังกล่าวโจทก์กับจำเลยก็ไม่ใช่คู่ความรายเดียวกันหรือประเด็นอย่างเดียวกันกับคดีนี้ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำหรือฟ้องซ้อนดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา ปัญหาว่า จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 แต่งตั้งให้จำเลยที่ 2 มีหน้าที่จ่ายเงินให้แก่สภาตำบลร่วมกับจำเลยที่ 3วันที่ 22 กันยายน 2518 จำเลยที่ 2 ลงชื่อในใบถอนเงินธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สาขาเสนา จากบัญชี ปชล...อำเภอเสนา แล้วมอบให้แก่จำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นกรรมการและประธานกรรมการสภาตำบลบ้านกระทุ่ม และจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นกรรมการสภาตำบลบ้านกระทุ่ม วันที่ 24 กันยายน 2518 จำเลยที่ 2ลงลายมือชื่อในใบถอนเงินธนาคารดังกล่าวอีกฉบับหนึ่ง แล้วมอบให้แก่จำเลยที่ 5 เพียงคนเดียวตามเอกสารใบถอนเงินธนาคารหมาย

ปจ.14, ปจ.15 เมื่อจำเลยที่ 5 ถอนเงินจากธนาคารได้แล้วได้ยักยอกเงินไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวจำนวน 216,248 บาทตั้งแต่วันที่ถอนเงินได้ เห็นว่า เหตุที่จำเลยที่ 5 กระทำความผิดยักยอกเงินดังกล่าวได้สะดวก เพราะจำเลยที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามระเบียบวิธีปฏิบัติการเบิกจ่ายเงินตามโครงการพัฒนาท้องถิ่นและช่วยประชาชนในชนบทให้มีงานทำในฤดูแล้ง พ.ศ.2518 ซึ่งระเบียบดังกล่าวนี้ ข้อ 18 ระบุว่า 'การรับเงินจากอำเภอ ให้ประธานคณะกรรมการ ปชลต. และกรรมการอื่นอีกอย่างน้อย2 คน ร่วมกันไปรับเงิน' เป็นระเบียบที่กำหนดหรือบังคับให้มีจำนวนกรรมการอย่างน้อย 3 คน และคนหนึ่งต้องเป็นประธานกรรมการ จึงจะรับเงินได้ เป็นระเบียบที่จะต้องปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดไม่ให้ใช้ดุลพินิจ

เพราะจำนวนเงินที่รับแต่ละครั้งมีเป็นจำนวนมาก การวางระเบียบดังกล่าวขึ้นเพื่อให้การรับเงินเป็นไปโดยถูกต้อง ไม่ให้สูญหาย และการที่บังคับให้มีบุคคลหลายคนเข้ามาร่วมรับเงิน ย่อมเป็นการป้องกันไม่ให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทุจริตได้ง่าย จำเลยที่ 2ดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอเสนา มีหน้าที่ต้องปฏิบัติราชการตามกฎหมาย ซึ่งกำหนดให้ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการโดยเคร่งครัดการที่จำเลยที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ราชการขัดต่อระเบียบของทางราชการโดยชัดแจ้งเช่นนี้เป็นการประมาทเลินเล่อและผิดกฎหมายทำให้โจทก์เสียหายโดยตรง จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ดังฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยอื่นด้วยนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · เดชา สุวรรณโณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6702/2553

จำเลยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธินำประเด็นที่ถึงที่สุดในคดีแรกมาฟ้องโจทก์ การที่จำเลยรู้อยู่แล้วยังนำคดีมาฟ้องโจทก์ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันนั้นอีก เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตจงใจทำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5207/2550

โจทก์ได้รับบาดเจ็บไม่ร้ายแรงมากถึงขนาดไม่สามารถจัดการเองได้ ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2) ประกอบมาตรา 3 (3) ที่สามีโจทก์จะจัดการแทนโจทก์ได้ ดังนั้น การที่สามีโจทก์ดำเนินคดีแพ่งแก่จำเลยในคดีก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6296/2545

โจทก์บรรยายฟ้องเสนอข้อหาว่าจำเลยทำผิดสัญญาจ้างแรงงานเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย แม้โจทก์จะตั้งข้อหาหรือฐานความผิดในคำฟ้องว่าเป็นเรื่องละเมิดและบรรยายฟ้องด้วยว่าโจทก์ตรวจสอบรู้ตัวผู้รับผิดว่าคือจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1695/2540

จำเลยรู้อยู่ก่อนแล้วว่าว. ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์พิพาทเมื่อจำเลยซื้อรถยนต์พิพาทจากว. จำเลยย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์และไม่อาจนำรถยนต์พิพาทออกให้เช่าซื้อได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา572เมื่อจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2540

จำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกลักทรัพย์โจทก์ไปครั้งเดียวข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาซึ่งพนักงานอัยการมีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนโจทก์ได้ตาม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้