Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

มาตรา 89 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายแสดงให้เห็นชัดว่าในกรณีที่จะขอให้หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดล้มละลายตามห้างหุ้นส่วนนั้น กฎหมายได้บัญญัติกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีขึ้นใหม่ไว้โดยเฉพาะเป็นพิเศษเมื่อปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของห้างนั้นตามมาตรา 88 แล้ว เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมจะขอให้หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดล้มละลายตามห้างได้ และตามมาตรา 89 ให้พิจารณาต่อไปเพียงว่า ผู้ถูกขอให้ล้มละลายตามห้างเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดจริงหรือไม่ถ้าปรากฏว่าศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และพิพากษาให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดล้มละลายตามมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย และผู้ถูกขอให้ล้มละลายตามห้างเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดจริง ศาลก็มีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ แล้วพิพากษาให้หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดล้มละลายไปตามห้างนั้นได้เลย เพราะหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดต้องรับผิดในหนี้สินแทนห้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1070 และ 1077 โดยไม่จำกัดจำนวน โดยผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดไม่มีอำนาจต่อสู้คดี หรือนำสืบว่าตนมีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้ของห้าง หรือมิใช่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายการที่ผู้ชำระบัญชียื่นคำร้องขอให้ห้างหุ้นส่วนล้มละลายตามมาตรา 88 นั้น ไม่จำกัดว่าห้างหุ้นส่วนที่ล้มละลายมีทรัพย์สินไม่พอกับหนี้สินเป็นจำนวนมากน้อยเท่าใด แม้จะไม่ถึงสามหมื่นบาท ก็ถือได้ว่าห้างนั้นมีหนี้สินล้นพ้นตัวแล้ว จะนำมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ทั่วไปที่จะสั่งให้มีการล้มละลายมาใช้แก่กรณีนี้ไม่ได้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์มอบอำนาจให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นขอรับชำระหนี้ และให้มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมเจ้าหนี้ประนีประนอมยอมความตลอดจนทำการอื่นใดที่เกี่ยวกับคดีล้มละลาย ดังนี้ ผู้รับมอบอำนาจมีสิทธิดำเนินคดีแทนเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ได้ตลอดไปถึงชั้นอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล เพราะเป็นเรื่องของกระบวนพิจารณาที่สืบต่อจากการยื่นคำขอรับชำระหนี้ ใบมอบอำนาจดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมายการที่ใบมอบอำนาจมิใช่มอบอำนาจตามแบบฟอร์มของศาล ก็หาทำให้ใบมอบอำนาจนี้เสียไปไม่ เพราะมิใช่กรณีที่ยื่นต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67 วรรคสอง

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้ เดิมศาลแพ่งได้พิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 10278/2518 ระหว่าง พลตำรวจตรีประสงค์ ศักดิ์สุภา โจทก์ นางชุบ ชพานนท์โจทก์ร่วม ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสาหกรรมน้ำแข็งตราด กับพวก จำเลย ให้เลิกห้างฯ จำเลยที่ 1 และตั้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้ชำระบัญชี ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในฐานะผู้ชำระบัญชียื่นคำร้องต่อศาลแพ่งในคดีนี้ว่าเงินลงทุนของห้างฯ ได้ใช้หมดแล้ว และทรัพย์สินของห้างไม่พอกับหนี้สิน ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ห้างฯ ล้มละลาย ศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดห้างฯ ไว้ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2520 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 88 วรรคสอง ในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก ที่ประชุมเจ้าหนี้ได้แต่งตั้งให้พลตำรวจโทประสงค์และนางชุบเจ้าหนี้เป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์

ต่อมาศาลแพ่งพิพากษาให้ห้างฯ ล้มละลาย ครั้นวันที่ 22 พฤศจิกายน 2520 พลตำรวจโทประสงค์โดยนายบัวและนางปรีดาผู้แทนเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ ยื่นคำร้องขอให้นายเล็งเลิศ ใบหยก หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างฯ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดชอบ ล้มละลายตามห้างนายเล็งเลิศยื่นคำคัดค้านว่า มีทรัพย์สินและหลักทรัพย์เพียงพอที่จะชำระหนี้แทนห้างฯ ได้ทั้งหมด และตนมิได้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ทั้งหนี้สินของห้างเป็นหนี้ไม่แน่นอน ขอให้ยกคำร้องพลตำรวจเอกประเสริฐ รุจิรวงศ์ ในฐานะหุ้นส่วนของห้างฯ ยื่นคำร้องอ้างว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสีย และว่านายเล็งเลิศเป็นบุคคลที่มีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้แทนห้างได้ ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว วันนัดพิจารณาคำร้องของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์

ศาลแพ่งสอบผู้แทนเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้วแถลงว่า พลตำรวจโทประสงค์ได้รับแต่งตั้งจากเจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ให้เป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ และส่งหนังสือมอบอำนาจของพลตำรวจโทประสงค์และนางชุบที่แต่งตั้งให้นายบัวและนางปรีดาดำเนินคดีแทนในฐานะเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ ศาลแพ่งเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว นัดฟังคำสั่งศาลแพ่งเห็นว่า นายเล็งเลิศเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างฯ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด เมื่อห้างฯ ล้มละลาย เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ย่อมมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดเป็นบุคคลล้มละลายได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 89 โดยไม่จำต้องวินิจฉัยว่านายเล็งเลิศมีทรัพย์สินพอจะชำระหนี้แทนห้างหรือไม่

มีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของนายเล็งเลิศเด็ดขาดนายเล็งเลิศผู้คัดค้านอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ที่ร้องขอให้ผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 89 นั้น ผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดมีอำนาจต่อสู้คดีและนำสืบได้ว่าตนมีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้สินของห้างหรือมิใช่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามมาตรา 7 ได้พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้พิทักษ์ทรัพย์ของผู้คัดค้านเด็ดขาด ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาคำร้องของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์และคำคัดค้านของผู้คัดค้านต่อไปแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีพลตำรวจโทประสงค์ผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย

พ.ศ. 2483 มาตรา 89 แสดงให้เห็นชัดว่า ในกรณีที่จะขอให้หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดล้มละลายตามห้างหุ้นส่วนนั้น กฎหมายได้บัญญัติกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีขึ้นใหม่ไว้โดยเฉพาะเป็นพิเศษ คือเมื่อปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของห้างนั้นตามมาตรา 88 แล้ว เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมจะขอให้หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนล้มละลายตามห้างได้ และเมื่อได้ยื่นคำขอให้หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดในห้างนั้นล้มละลายแล้ว ตามมาตรา 89 บัญญัติให้พิจารณาต่อไปเพียงว่าผู้ถูกขอให้ล้มละลายตามห้าง เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดจริงหรือไม่ ถ้าปรากฏว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดจริง ศาลก็มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้ล้มละลายไปตามห้างนั้นได้เลย ทั้งนี้เพราะหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดนี้ต้องรับผิดในหนี้สินแทนห้างหุ้นส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1070 และ 1077 โดยไม่จำกัดจำนวน และการที่ผู้ชำระบัญชียื่นคำร้องขอให้ห้างหุ้นส่วนล้มละลายตามมาตรา 88 นี้ ไม่จำกัดว่าห้างหุ้นส่วนที่ล้มละลายมีทรัพย์สินไม่พอกับหนี้สินเป็นจำนวนมากน้อยเท่าใด การที่ห้างหุ้นส่วนมีทรัพย์สินไม่พอกับหนี้สินแม้จะไม่ถึงสามหมื่นบาท ก็ถือได้ว่าห้างนั้นมีหนี้สินล้นพ้นตัวแล้ว ดังนั้นจึงนำมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ทั่วไปที่จะสั่งให้มีการล้มละลายมาใช้บังคับแก่กรณีนี้ไม่ได้ เมื่อปรากฏว่านายเล็งเลิศเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด ศาลย่อมมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของนายเล็งเลิศเด็ดขาด และพิพากษาให้ล้มละลายตามมาตรา 89 ต่อไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้นายเล็งเลิศผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดมีอำนาจต่อสู้คดีและนำสืบได้ว่าตนมีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้สินของห้างหรือมิใช่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามมาตรา 7 ได้ และพิพากษาให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาคำร้องของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์และคำคัดค้านของผู้คัดค้านนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยที่ผู้คัดค้านโต้เถียงมาในคำแก้ฎีกาว่าใบมอบอำนาจไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ตามใบมอบอำนาจหมาย จ.1 พลตำรวจโทประสงค์และนางชุบได้มอบอำนาจให้นายบัวและนางปรีดาเป็นผู้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นขอรับชำระหนี้ และให้มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมเจ้าหนี้ประนีประนอมยอมความ ตลอดจนทำการอื่นใดที่เกี่ยวกับคดีล้มละลายเรื่องนี้ฉะนั้นผู้รับมอบอำนาจจึงมีสิทธิที่จะดำเนินคดีเรื่องนี้แทนพลตำรวจโทประสงค์เจ้าหนี้ได้ตลอดไปถึงชั้นอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล เพราะเป็นเรื่องของกระบวนพิจารณาที่สืบต่อจากการยื่นคำขอรับชำระหนี้ ใบมอบอำนาจดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย และการที่ใบมอบอำนาจมิใช่มอบอำนาจตามแบบฟอร์มของศาล ก็หาทำให้ใบมอบอำนาจนี้เสียไปไม่ เพราะมิใช่กรณีที่ยื่นต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67 วรรคสองพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ผู้คัดค้านใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์เว้นแต่ค่าทนายความ เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ทำฎีกามายื่นเอง โดยไม่ได้แต่งตั้งทนายความ จึงไม่กำหนดให้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ เลอลภ · สมชัย ทรัพยวณิช · ประเสริฐ วราภรณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้