Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1, 2 และ 4 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในฐานที่จำเลยที่ 1 และ 2 เป็นนายจ้างของผู้ขับรถโดยประมาทและจำเลยที่ 4 เป็นผู้รับประกันภัยความปรากฏแก่ศาลอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณาแล้วพิพากษาคดีโดยจำเลยที่ 1 ไม่ทราบวันนัดสืบพยานและวันนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 นั้น เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ พิพากษาให้เพิกถอนเสียแล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาเสียใหม่ได้ แม้จะไม่มีฝ่ายใดยกปัญหาข้อนี้อุทธรณ์ขึ้นมาก็ตาม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับประกันภัยรถยนต์หมายเลข ก.ท.ข. ๓๓๕๕ โดยนายอินจี แซ่ตั้ง เป็นผู้เอาประกันภัย เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๙ ขณะนายประสาน สุมนุษยานนท์ ขับรถยนต์คันนั้นออกจากที่จอดจำเลยที่ ๓ ขับรถยนต์ ก.ท. ๐๗๓๐๙ โดยความเร็วสูง ตัดหน้าโดยกระชั้นชิดพุ่งเข้าชนรถยนต์เลข ก.ท.ข. ๓๓๕๕ ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ ๓ ขับรถนั้นโดยเป็นลูกจ้างในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์ ก.ท. ๐๗๓๐๙ จำเลยที่ ๔ เป็นผู้รับประกันภัยอุบัติเหตุค้ำจุนรถยนต์หมายเลข ก.ท. ๐๗๓๐๙ โดยมีข้อสัญญาว่า หากมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกอันเนื่องมาจากรถยนต์หมายเลข ก.ท. ๐๗๓๐๙ จำเลยที่ ๔ จะชดใช้แทนจนครบ

จำเลยที่ ๑, ๒จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายฐานละเมิดให้แก่นายอินจี แซ่ตั้ง และจำเลยที่ ๔ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑, ๒, ๓ ในฐานะผู้รับประกันภัยโจทก์ต้องซ่อมรถ ก.ท.ข. ๓๓๕๕ ให้แก่นายอินจี แซ่ตั้ง เป็นเงิน ๔,๔๘๐ บาท โจทก์จึงได้รับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกค่าเสียหาย ขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายและดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑, ๒ และ ๔ ให้การปฏิเสธความรับผิด จำเลยที่ ๓ ถึงแก่กรรม โจทก์จึงถอนฟ้องจำเลยที่ ๓ เมื่อสืบพยานโจทก์หมดแล้ว ทนายจำเลยที่ ๑ ที่ ๔ ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนาย ศาลสั่งให้ส่งสำเนาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๔ ถึงวันนัดสืบพยานจำเลยก็ยังส่งหมายนัดให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๔ ไม่ได้ศาลสั่งเลื่อนการสืบพยานจำเลย และให้ส่งหมายนัดใหม่

คงส่งหมายให้ได้เฉพาะจำเลยที่ ๔ ส่วนจำเลยที่ ๑ ส่งไม่ได้จำเลยที่ ๔ แต่งทนายใหม่ ถึงวันนัดสืบพยานจำเลย ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยที่ ๑ ทราบนัดแล้วไม่มาศาล จึงมีคำสั่งว่าจำเลยที่ ๑ ขาดนัดพิจารณา เมื่อสืบพยานจำเลยที่ ๒, ๔ หมดแล้ว ได้นัดฟังคำพิพากษาโดยมิได้แจ้งวันนัดให้จำเลยที่ ๑ทราบ และศาลได้ถือว่าได้อ่านคำพิพากษาไปในวันนัดเพราะไม่มีฝ่ายใดมาศาล โดยพิพากษาว่าจำเลยที่ ๓ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑นำรถยนต์ ก.ท. ๐๗๓๐๙ มาร่วมกิจการขนส่งกับจำเลยที่ ๒ ส่วนจำเลยที่ ๔ เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ ก.ท. ๐๗๓๐๙ เมื่อโจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิจากผู้เสียหาย จึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายเอาแก่จำเลยเท่าที่โจทก์จ่ายไปจำเลยที่ ๓ ขับรถโดยประมาทชนรถของผู้เสียหาย เป็นการละเมิดในทางการที่จำเลยที่ ๑, ๒ จ้างจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑, ๒, ๔ จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษาให้จำเลยที่ ๑, ๓, ๔ ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย จำเลยที่ ๒ ที่ ๔ อุทธรณ์ว่าไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่สั่งว่าจำเลยที่ ๑ ทราบนัดและขาดนัดพิจารณาแล้วดำเนินการพิจารณาต่อมาจนพิพากษาคดี โดยจำเลยที่ ๑ ไม่ทราบเรื่องที่ทนายขอถอนตัวไม่ทราบวันนัดพิจารณาและไม่ได้มาศาลเลยเช่นนี้ การดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ตั้งแต่วันที่สั่งนั้นตลอดมาจนพิพากษาจึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา เพราะเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบชอบที่จะสั่งให้เพิกถอนเสีย แล้วดำเนินการพิจารณาเสียใหม่ให้ถูกต้องต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้เพิกถอนการพิจารณาของศาลชั้นต้นในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ที่ผิดระเบียบนั้น

โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๔ ไม่ได้อุทธรณ์ในประเด็นกระบวนพิจารณาใหม่ ประเด็นเรื่องศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณามิชอบจึงไม่มีประเด็นขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ เป็นเรื่องที่จำเลยที่ ๑ จะยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่จึงคลาดเคลื่อน ขอให้พิพากษาแก้แล้วพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ ๑ ขาดนัดพิจารณาแล้วพิพากษาคดีโดยจำเลยที่ ๑ มิได้รับทราบวันนัดสืบพยานมิได้รับทราบวันนัดอ่านคำพิพากษา ถือได้ว่าศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาโดยมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเมื่อคดีปรากฏเหตุเช่นนี้ ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจที่จะพิจารณาว่ามีเหตุอันสมควรที่จะมีคำสั่งยกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้นเสียได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๓(๑) (๒) แม้ไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นเป็นข้ออุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็หยิบยกปัญหาข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ บุปผเวส · เฉลิม กรพุกกะณะ · สนับ คัมภีรยส
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวีระ มณีดิษฐ์
ศาลอุทธรณ์ - นายจรอง อมะรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้