Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 117/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โครงอลูมิเนียมของโจทก์ที่มีอักษร BOAC และรูปนกติดอยู่นั้น ติดต่อเป็นแผ่นเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าทำคราวเดียวกันหลังจากที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างแล้ว และทำโครงอลูมิเนียมดังกล่าวขึ้นเพื่อทำเป็นป้ายโฆษณาของโจทก์ เมื่อโจทก์เอาอักษร BOAC และรูปนกอันเป็นสัญญลักษณ์ของบริษัทโจทก์มาติดไว้ที่โครงอลูมิเนียมดังกล่าว แม้โจทก์จะเอาอักษร BOAC และรูปนกไม่เต็มโครงอลูมิเนียมโดยติดตรงส่วนบนของโครงอลูมิเนียม จึงถือว่าป้ายโฆษณาของโจทก์เป็นป้ายมีขอบเขตกำหนดได้ คือถือว่าป้ายโฆษณาของโจทก์มีขอบเขตตามโครงอลูมิเนียมดังกล่าว ในการคำนวณหาพื้นที่ของป้ายโฆษณาของโจทก์จะต้องเอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดของโครงอลูมิเนียมอันเป็นขอบเขตป้ายโฆษณาของโจทก์เป็นตารางเซนติเมตร เมื่อโจทก์เสียภาษีป้ายของโจทก์แบบป้ายไม่มีขอบเขตโดยถืออักษร BOAC และรูปนกเป็นขอบเขตส่วนกว้างส่วนยาวที่สุดของป้ายโฆษณาของโจทก์จึงไม่ถูกต้อง ซึ่งจำเลยที่ 2 มีอำนาจแจ้งการประเมินย้อนหลังได้ไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่จำเลยที่ 2 แจ้งการประเมินตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 มาตรา 29 และโจทก์ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละสิบของภาษีป้ายที่ประเมินเพิ่มเติมตามมาตรา 25 (2) การเสียภาษีป้ายจะต้องเสียตามที่พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 บัญญัติไว้ โดยจะต้องเสียตามจำนวนเนื้อที่ของพื้นที่ของป้ายตามชนิดของป้ายและตามจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในบัญชีภาษีป้ายท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าว มิใช่เสียตามที่คณะเทศมนตรีหรือบุคคลใดกำหนด หากเจ้าของป้ายไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายไม่ถูกต้อง พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 มาตรา 29 ยังบัญญัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจแจ้งการประเมินย้อนหลังได้ไม่เกินห้าปี นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมิน ไม่มีบทบัญญัติในพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 บัญญัติว่า หากเจ้าของป้ายเสียภาษีป้ายไม่ถูกต้อง ให้คณะเทศมนตรีหรือบุคคลใดมีอำนาจสั่งงดเก็บภาษีป้ายย้อนหลัง มติของคณะเทศมนตรี เทศบาลนครหลวงที่ให้เก็บภาษีป้ายโฆษณาของโจทก์ย้อนหลังจึงไม่มีผลใช้บังคับเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยที่ 2 มีสิทธิประเมินให้โจทก์เสียภาษีป้ายโฆษณาของโจทก์ย้อนหลังได้ตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 มาตรา 29 และไม่เป็นการประเมินซ้ำ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 850 พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510 มาตรา 25 พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510 มาตรา 29

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ประเมินภาษีป้าย มีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีป้ายสำหรับป้ายโฆษณาทางการค้าที่โจทก์แสดงไว้บนดาดฟ้าที่ทำการของบริษัท ประจำปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๓ จำนวน ๓ ป้าย ว่าโจทก์แสดงรายการเพื่อเสียภาษีป้ายไม่ถูกต้อง ทำให้เงินที่จะต้องเสียภาษีป้ายลดลง รวมค่าภาษีป้ายที่โจทก์จะต้องเสียเพิ่ม ๓๐๓,๖๘๐ บาท และค่าเงินเพิ่มอีก ๓๐,๓๖๘ บาท รวมเป็นเงิน๓๓๔,๐๔๘ บาท โจทก์เห็นว่า การประเมินภาษีป้ายดังกล่าวของจำเลยที่ ๒ ไม่ถูกต้อง จึงอุทธรณ์คำคัดค้านคำสั่งประเมินดังกล่าว จำเลยที่ ๑ วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์แล้วให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ และให้โจทก์นำเงินค่าภาษีป้ายรวมทั้งเงินเพิ่มเป็นเงิน ๓๓๔,๐๔๘ บาท

ไปชำระภายใน ๗ วัน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ โจทก์พิพาทกับพนักงานเจ้าหน้าที่ภาษีป้ายเกี่ยวกับการคำนวณเนื้อที่ของป้ายพิพาทมาครั้งหนึ่งแล้วว่า ป้ายพิพาทเป็นป้ายที่มีขอบเขตหรือไม่มีขอบเขต และกองกฎหมายเทศบาลนครกรุงเทพในขณะนั้นวินิจฉัยชี้ขาดว่า ตามลักษณะป้ายพิพาทต้องถือว่าเป็นป้ายที่ไม่มีขอบเขต ในที่สุดโจทก์ยอมเสียภาษีป้ายตามคำประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามคำประเมินสำหรับปี พ.ศ. ๒๕๑๔ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ประเมินจะไม่เรียกเก็บภาษีป้ายพิพาทเพิ่มเติมสำหรับปี พ.ศ. ๒๕๑๑ - ๒๕๑๓ ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนปรนให้แก่กัน จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยที่ ๒ ไม่มีอำนาจประเมินเรียกเก็บภาษีป้ายพิพาทประจำปี

พ.ศ. ๒๕๑๑ - ๒๕๑๓ อีก ความจริงป้ายพิพาทเป็นป้ายไม่มีขอบเขต การคำนวณหาพื้นที่เพื่อเสียภาษีประจำปีต้องเป็นไปตามบัญชีอัตราภาษีป้ายท้ายพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. ๒๕๑๐ ข้อ (๖) ข. ฉะนั้น ที่โจทก์ยื่นเสียภาษีป้ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๑๑ - ๒๕๑๓ ทั้ง ๓ ป้าย จึงถูกต้องแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิเรียกร้องเก็บภาษีป้ายย้อนหลัง โดยประเมินเอากับโจทก์อีกเพราะขาดอายุความแล้ว ขอให้ศาลพิพากษาว่า คำสั่งของจำเลยที่ ๒ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวในฟ้อง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนคำสั่งและคำวินิจฉัยดังกล่าวเสีย และพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีป้ายรวมเป็นเงิน ๓๓๔,๐๔๘ บาท

จำเลยทั้งสองให้การร่วมกันว่า ป้ายพิพาทเป็นป้ายโฆษณาชนิที่มีขอบเขตและจะต้องเสียภาษีป้ายตามบัญชีอัตราภาษีป้ายท้ายพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. ๒๕๑๐ ข้อ (๖) ก. พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ประเมินไม่เคยตกลงระงับข้อพิพาทกับโจทก์ โดยจะไม่เรียกเก็บภาษีป้ายพิพาทเพิ่มเติมดังที่โจทก์อ้าง การประเมินของจำเลยไม่ขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า จากภาพถ่ายหมาย จ.๒ ปรากฏว่าโครงอลูมิเนียมของโจทก์ที่มีอักษร BAOC และรูปนกติดอยู่นั้น ติดต่อเป็นแผ่นเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าทำคราวเดียวกันหลังจากที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างตามเอกสารหมาย ล.๑๒ แล้ว และทำโครงอลูมิเนียมดังกล่าวขึ้นเพื่อทำเป็นป้ายโฆษณาของโจทก์ เมื่อโจทก์เอาอักษร BOAC และรูปนกอันเป็นสัญญลักษณ์ของบริษัทโจทก์มาติดไว้ที่โครงอลูมิเนียมดังกล่าว แม้โจทก์จะเอาอักษร BOAC และรูปนกติดไม่เต็มโครงอลูมิเนียมโดยติดตรงส่วนบนของโครงอลูมิเนียมตามที่ปรากฏจากภาพถ่ายหมาย จ.๒ และ ล.๓ จึงถือว่าป้ายโฆษณาของโจทก์เป็นป้ายมีขอบเขตกำหนดได้ คือถือว่าป้ายโฆษณาของโจทก์มีขอบเขตตามโครงอลูมิเนียมดังกล่าว ในการคำนวณหาพื้นที่ของป้ายโฆษณาของโจทก์

จะต้องเอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนที่ยาวที่สุดของโครงอลูมิเนียมอันเป็นขอบเขตป้ายโฆษณาของโจทก์เป็นตารางเซนติเมตร ซึ่งจำเลยที่ ๒ ได้ไปตรวจสอบและให้เจ้าหน้าที่วัดแล้ว ปรากฏว่าป้ายโฆษณาทั้ง ๓ ป้ายของโจทก์มีขนาด ๑๐๘๐ * ๒๓๕๐ เซนติเมตร ป้ายหนึ่ง ขนาด ๑๐๘๐ * ๑๖๐๐ เซนติเมตร ป้ายหนึ่ง และขนาด ๑๐๘๐ * ๒๐๐๐ เซนติเมตร ป้ายหนึ่ง เมื่อโจทก์เสียภาษีป้ายของโจทก์แบบป้ายไม่มีขอบเขตโดยถืออักษร BOAC และรูปนกเป็นขอบเขตกำหนดส่วนกว้างส่วนยาวที่สุดของป้ายโฆษณาของโจทก์ว่ามีขนาด ๒๐๐ * ๒๓๕๐ เซนติเมตร ป้ายหนึ่ง ขนาด ๖๐๐ * ๑๖๐๐ เซนติเมตร ป้ายหนึ่ง ขนาด ๖๐๐ * ๒๐๐๐ เซนติเมตร ป้ายหนึ่ง จึงไม่ถูกต้อง ซึ่งจำเลยที่ ๒ มีอำนาจแจ้งการประเมินย้อนหลังได้ไม่เกิน ๕ ปี

นับแต่วันที่จำเลยที่ ๒ แจ้งการประเมินตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๒๙ และโจทก์ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละสิบของภาษีป้ายที่ประเมินเพิ่มเติมตามมาตรา ๒๕ (๒) ที่จำเลยที่ ๒ แจ้งการประเมินภาษีป้ายให้โจทก์เสียภาษีป้ายโฆษณาของโจทก์เพิ่มรวมทั้งเงินเพิ่มและที่จำเลยที่ ๑ วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์แล้วเห็นว่า การประเมินภาษีป้ายของจำเลยที่ ๒ ถูกต้องและให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว และเห็นว่าการเสียภาษีป้ายจะต้องเสียตามที่พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. ๒๕๑๐ บัญญัติไว้ โดยจะต้องเสียตามจำนวนเนื้อที่ของพื้นที่ของป้ายตามชนิดของป้าย และตามจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีป้ายท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าว

มิใช่เสียตามที่คณะเทศมนตรีหรือบุคคลใดกำหนด หากเจ้าของป้ายไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายไม่ถูกต้อง พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๒๙ ยังบัญญัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจแจ้งการประเมินย้อนหลังได้ไม่เกินห้าปี นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมิน ไม่มีบทบัญญัติในพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. ๒๕๑๐ บัญญัติว่า หากเจ้าของป้ายเสียภาษีไม่ถูกต้อง ให้คณะเทศมนตรีหรือบุคคลใดมีอำนาจสั่งงดเก็บภาษีป้ายย้อนหลัง มติของคณะเทศมนตรีเทศบาลนครหลวงที่ให้งดเก็บภาษีป้ายโฆษณาของโจทก์ย้อนหลังจึงไม่มีผลใช้บังคับเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยที่ ๒ มีสิทธิประเมินให้โจทก์เสียภาษีป้ายโฆษณาของโจทก์ย้อนหลังได้ตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๒๙ และไม่เป็นการประเมินซ้ำ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายภิญโญ ธีรนิติ
ศาลอุทธรณ์ - นายสุจริต เสถียรกาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1160/2568

ป.พ.พ. มาตรา 850 บัญญัติว่า "อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือ สัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน" ดังนั้น ลักษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1280/2568

สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นนอกศาล ไม่อาจยกเลิกเพิกถอนหรือลบล้างผลของคำพิพากษาในคดีเดิม รวมทั้งไม่กระทบถึงสิทธิในการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีเดิม แต่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่าในร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3237/2567

ตามรายงานการประชุมการไกล่เกลี่ยครั้งที่ 3 ปรากฏข้อความในช่องรายการอื่น ๆ ว่า โจทก์ตกลงถอนฟ้อง โดยจำเลยทั้งสองเสนอให้ขายที่ดินพิพาทในราคาไม่ต่ำกว่า 30,000,000 บาท ภายใน 1 ปี หากไม่มีผู้ซื้อ จำเลยที่ 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1951/2567

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง อ้างว่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน คือสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและแก๊ส รวมทั้งอาคารพักพนักงานจำนวน 2 ชั้น ฯลฯ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 727/2567

ตามบันทึกตกลงไว้เป็นหลักฐานได้ความว่า วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 โจทก์และจำเลยกับพวกตกลงกันได้โดยโจทก์ชำระเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือ 1,500,000 บาท ในวันดังกล่าว แล้วจำเลยกับพวกต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้