Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1167/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทำคำเสนอจะทำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างอาคารต่อโจทก์โดยเสนอราคาค่าก่อสร้างหลังละ 500,000 บาท โจทก์ตกลงและมีหนังสือแจ้งให้จำเลยมาทำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างกับเจ้าหน้าที่ แต่จำเลยกลับปฏิเสธและแจ้งแก่โจทก์ขอระงับการทำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง โจทก์จึงว่าจ้างผู้รับเหมารายอื่นก่อสร้างอาคารดังกล่าวในราคาสูงขึ้นกว่าเดิม ดังนี้เป็นกรณีที่โจทก์ตกลงจะจ้างเหมาจำเลยก่อสร้างตามคำเสนอของจำเลย โดยให้จำเลยไปทำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างอีกชั้นหนึ่งจึงจะมีผลให้ผูกพันกันได้ ต้องตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 366 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อยังมิได้กระทำสัญญาเป็นหนังสือต่อกัน โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะอาศัยเพียงข้อเสนอของจำเลยและการสนองรับของโจทก์ให้เป็นข้อสัญญาจ้างเหมาที่จะเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ดำเนินการสืบราคาหาผู้รับจ้างทำงานการก่อสร้างอาคารสำนักงานที่ดินสองหลัง จำเลยได้ทำคำเสนอจะทำสัญญาต่อโจทก์ โดยเสนอราคาค่าก่อสร้างหลังละ 500,000 บาท โจทก์ตกลงโดยโจทก์ได้แสดงเจตนาทำคำสนองตอบรับข้อเสนอของจำเลยและแจ้งให้จำเลยไปทำสัญญา จำเลยตอบปฏิเสธไม่ไปทำสัญญากับโจทก์ โจทก์ต้องจ้างผู้อื่นทำการก่อสร้างราคาหลังละ 640,000 บาท สูงขึ้นหลังละ 140,000 บาท ซึ่งจำเลยจะต้องรับผิดเพราะจำเลยเป็นผู้ผิดสัญญา ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 280,000 บาทจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทำคำเสนอทำสัญญาต่อโจทก์โดยเสนอราคาก่อสร้างอาคารสำนักงานที่ดินตามฟ้องในราคาหลังละ 500,000 บาท แต่ตามเจตนาของคู่กรณีและกิจการที่โจทก์จำเลยมุ่งจะกระทำต่อกันนั้นจะต้องทำเป็นหนังสืออีกชั้นหนึ่ง

เมื่อสัญญาดังกล่าวระหว่างโจทก์จำเลยยังไม่ได้ทำเป็นหนังสือตามที่ตกลงกันไว้ จึงถือได้ว่ายังมิได้มีสัญญาต่อกัน หรือสัญญายังไม่เกิดขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 366 วรรคสอง โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้ยกฟ้องในวันชี้สองสถานศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า รูปคดีพอวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นได้โดยไม่ต้องฟังพยานคู่ความต่อไป จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีตามฟ้องเป็นเรื่องที่โจทก์ตกลงที่จะว่าจ้างเหมาให้จำเลยทำสัญญาปลูกสร้างอาคารสำนักงานที่ดินอำเภอเรณูนครและอำเภอคำชะอีจังหวัดนครพนมทั้สองหลังตามข้อเสนอของจำเลย โดยให้จำเลยไปทำหนังสือสัญญาจ้างเหมากับเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครพนมอีกชั้นหนึ่ง จึงจะมีผลให้ผูกพันกันตามสัญญาจ้างเหมานั้นได้

เพราะถ้าหากโจทก์ประสงค์จะให้ถือเอาคำเสนอของจำเลยมีผลให้ผูกพันจำเลยได้นับตั้งแต่วันที่โจทก์ทำคำสนองตกลงรับข้อเสนอของจำเลยแจ้งให้จำเลยรับทราบแล้วนั้น โจทก์ก็ไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใดที่จะต้องมีหนังสือแจ้งถึงจำเลยให้รีบไปทำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างกับตัวแทนของโจทก์อีก กรณีจึงต้องตามนัยที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 366 วรรคสอง ที่ว่า "ถ้าได้ตกลงกันว่าสัญญาอันมุ่งจะทำนั้นจะต้องทำเป็นหนังสือไซร้ เมื่อกรณีเป็นที่สงสัยท่านนับว่ายังมิได้มีสัญญาต่อกัน จนกว่าจะได้ทำขึ้นเป็นหนังสือ" ด้วยเหตุนี้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะอาศัยแต่เพียงข้อเสนอของจำเลย และการตอบสนองรับของโจทก์เป็นข้อสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างที่จำเลยมีหน้าที่จะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามฟ้องได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ · วีระ ทรัพยไพศาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้