Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1165/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาร่วมทุนการปลูกอ้อยซึ่งโจทก์เป็นผู้ออกเงินทุนค่าใช้จ่ายในการปลูกอ้อย จำเลยเป็นเจ้าของที่ดิน และตกลงให้อ้อยที่ปลูกเป็นของโจทก์จำเลยร่วมกัน 3 ปี แต่จำเลยยอมให้โจทก์เป็นผู้ตัดอ้อยขายโรงงานแต่ผู้เดียว เงินขายอ้อยหลังจากหักค่าใช้จ่ายในการตัดอ้อยแล้ว ให้ใช้คืนทุนที่โจทก์ออกไปก่อนจนกว่าจะครบ ถ้ามีเงินเหลือจากนั้นจึงจะนำไปแบ่งกันระหว่างโจทก์และจำเลยคนละครึ่งนั้น ไม่ใช่สัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนเมื่อศาลพิพากษาให้โจทก์ได้รับค่าเสียหายเต็มจำนวนที่โจทก์เสียหายแล้ว โจทก์จะเรียกร้องให้จำเลยเสียเบี้ยปรับให้โจทก์อีกไม่ได้ เพราะเป็นการเรียกร้องที่นอกเหนือไปจากความเสียหายที่โจทก์ได้รับ ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเข้าหุ้นส่วนกันทำไร่อ้อย โดยโจทก์เป็นฝ่ายออกทุนไถที่ดิน จ้างแรงงาน จัดหาพันธุ์อ้อย ปุ๋ย และยาฆ่าแมลง โจทก์ลงทุนไปเป็นจำนวนเงิน 31,405 บาท ส่วนจำเลยเป็นฝ่ายนำที่ดินเนื้อที่ 50 ไร่มาลงทุน ได้ตกลงกันว่าให้โจทก์ฝ่ายเดียวเป็นผู้จัดการมีอำนาจตัดอ้อยส่งโรงงานตามฤดูตัดอ้อยในปี 2517, 2518 และ 2519 หากจำเลยผิดสัญญาจะต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นพิเศษอีกเป็นเงิน 56,000 บาท ต่อมาถึงฤดูตัดอ้อย พ.ศ. 2517 จำเลยจงใจละเมิดสัญญาลอบตัดอ้อยส่งโรงงานน้ำตาลคิดเป็นเงิน150,000 บาท คิดเป็นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างสูงไม่เกิน 70,000 บาท คงเหลือเป็นกำไรสุทธิ 80,000 บาท เป็นส่วนกำไรของโจทก์ 40,000 บาท โจทก์ได้บอกเลิกการเป็นหุ้นส่วนและชำระบัญชีและทวงถามให้จำเลยคืนต้นทุน

แบ่งผลกำไรและใช้ค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 127,405 บาท แต่จำเลยปฏิเสธ ขอให้บังคับจำเลยชำระต้นทุนแบ่งผลกำไรและค่าเสียหายจำนวน 132,182 บาทให้โจทก์และแบ่งผลกำไรจากการขายอ้อยในปี พ.ศ. 2518, 2519 อีก 40,000 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ลงทุนค่ารถไถป่า ค่ายาฆ่าหญ้า และแรงงานรวมเป็นเงิน 10,000 บาทเท่านั้น จำเลยลงทุนไถป่า และออกเงินค่าพันธุ์อ้อย รวม14,000 บาทในปี พ.ศ. 2516 อ้อยโต จำเลยให้โจทก์ตัด แต่โจทก์ไม่ยอมตัดอ้างว่ายังสั้นอยู่ โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยจึงจำต้องตัดอ้อยและขายให้ผู้มีชื่อเป็นการหักกลบลบหนี้กันกับค่าใช้จ่ายของจำเลย อ้อยที่แตกหน่อใหม่ในปี 2518 ยังไม่ได้ตัดจนบัดนี้ โจทก์จะเรียกต้นทุนค่าเสียหายกำไรรวม 127,405 บาท และกำไรในอนาคตอีก 40,000 บาทไม่ได้

เพราะเป็นสิ่งไม่แน่นอน สัญญาร่วมทุนปลูกอ้อยสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2518 มิใช่ พ.ศ. 2519 ขอให้ศาลยกฟ้องศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยผิดสัญญาตัดอ้อยขายโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ แต่การทำไร่อ้อยปีแรกไม่มีผลกำไร ปีต่อมาก็เป็นผลในอนาคตไม่แน่นอนพิพากษาให้จำเลยคืนต้นทุนและชำระค่าปรับรวม 87,405 บาทให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย คำขออื่นให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์เอาเบี้ยปรับแล้วจะเรียกให้ชำระหนี้อีกไม่ได้คงพิสูจน์ได้แต่ความเสียหายที่มีมากกว่า และฟังว่าค่าเสียหายน้อยกว่าเบี้ยปรับจึงให้ลดเบี้ยปรับลงเท่าค่าเสียหาย พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์รวม 71,160 บาท 50 สตางค์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์ฎีกาว่าส่วนแบ่งจากการขายอ้อย 3 ปีมิใช่ค่าเสียหายแต่เป็นเงินของหุ้นส่วนซึ่งจะต้องแบ่งกันระหว่างโจทก์จำเลยคนละครึ่งเมื่อเลิกหุ้นส่วน จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจึงต้องเสียเบี้ยปรับให้โจทก์อีก 56,000 บาท นอกเหนือจากเงินทุนและส่วนแบ่งผลกำไร

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาร่วมทุนการปลูกอ้อยซึ่งโจทก์เป็นผู้ออกเงินทุนค่าใช้จ่ายในการปลูกอ้อย จำเลยเป็นเจ้าของที่ดิน และตกลงให้อ้อยที่ปลูกเป็นของโจทก์จำเลยร่วมกัน 3 ปี แต่จำเลยยอมให้โจทก์เป็นผู้ตัดอ้อยขายโรงงานแต่ผู้เดียวเงินขายอ้อยหลังจากหักค่าใช้จ่ายในการตัดอ้อยแล้วให้ใช้คืนทุนที่โจทก์ออกไปก่อนจนกว่าจะครบ ถ้ามีเงินเหลือจากนั้นจึงจะนำไปแบ่งกันระหว่างโจทก์จำเลยคนละครึ่งนั้น ไม่ใช่สัญญาจัดตั้งหุ้นส่วนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์นั้น ไม่ใช่ให้คืนทุนทรัพย์และกำไร แต่เป็นการกำหนดค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การไม่ชำระหนี้ ดังนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ได้รับค่าเสียหายเต็มจำนวนที่โจทก์เสียหายแล้ว โจทก์จะเรียกร้องให้จำเลยเสียเบี้ยปรับให้โจทก์อีกไม่ได้ เพราะเป็นการเรียกร้องที่นอกเหนือไปจากความเสียหายที่โจทก์ได้รับขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุ่ม สุนทรธัย · ไพโรจน์ ไวกาสี · พิทยา มงคล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4656/2567

โจทก์และจำเลยตกลงอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาด้วยใจสมัคร แม้จะไม่มีการสู่ขอ ไม่มีสินสอดทองหมั้น ไม่ได้จัดพิธีแต่งงานกันตามประเพณี และไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ไม่ก่อให้เกิดสิทธิหน้าที่ในทางทรัพย์ส…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 618525)

การที่จะเป็นหุ้นส่วนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 จะต้องได้ความว่าผู้เข้าเป็นหุ้นส่วนประสงค์ทำกิจการร่วมกัน หากผลประกอบการมีกำไรก็แบ่งกำไรกัน หากขาดทุนก็ขาดทุนร่วมกัน แต่ตามข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15105/2558

การเป็นหุ้นส่วนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น สัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจึงเป็นการตกลงเข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14968/2558

เอกสารตามที่โจทก์อ้างมีข้อความที่แสดงว่าเป็นการสรุปรายได้ของตลาดนัดและแบ่งปันผลกำไรในแต่ละช่วงของปี ทั้งมีลายมือชื่อโจทก์และจำเลยลงไว้ ซึ่งหากจำเลยดำเนินกิจการดังกล่าวเพียงลำพังคนเดียวแล้วก็ไม่จำเป็นจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14175/2558

หลังจากโจทก์ทราบว่าจำเลยผิดสัญญาไม่ส่งมอบต้นพันธุ์ยางพาราให้แก่โจทก์ครบถ้วน โจทก์ได้สั่งซื้อต้นพันธุ์ยางพาราจากบุคคลอื่นมาปลูกทดแทนลงในแปลงเพาะปลูกที่โจทก์ไถดินจัดเตรียมไว้ จึงถือได้ว่าโจทก์ได้รับประโ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้