Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1162/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินมาจากนายฟุ้งเจ้าของเดิมตั้งแต่ปี 2515 เพิ่งจะมาปลูกบ้านในที่ดินและใช้ทางพิพาทเป็นทางเดินออกสู่ถนนสาธารณะตั้งแต่ปี 2519 ซึ่งเมื่อนับเวลาที่โจทก์ใช้ทางพิพาทด้วยตนเองจนกระทั่งจำเลยปิดกั้นทางพิพาทเมื่อปี 2528 จะยังไม่ถึง 10 ปีก็ตามแต่นายฟุ้งและครอบครัวได้ใช้ทางพิพาทเป็นทางเดินออกสู่ถนนสาธารณะมาตั้งแต่ปี 2515 ตลอดมาการใช้ทางพิพาทของนายฟุ้งและครอบครัวก่อนที่โจทก์จะเข้ามาปลูกบ้านจึงเป็นการใช้แทนโจทก์เมื่อรวมระยะเวลาตั้งแต่นายฟุ้งและครอบครัวใช้ทางพิพาทแทนโจทก์ในปี 2515 ตลอดมา จนกระทั่งโจทก์ใช้ทางพิพาทด้วยตนเองในปี 2519 ต่อ ๆ มา จนจำเลยปิดกั้นทางพิพาทก็เป็นเวลาเกินกว่า10 ปีแล้ว ทางพิพาทจึงตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ใช้ทางพิพาทของจำเลยเป็นทางเดินออกสู่ถนนสาธารณะติดต่อกันนาน ๑๔ ปีแล้ว จึงได้สิทธิภาระจำยอมในทางพิพาท ขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทตามแผนที่สังเขปเป็นทางภาระจำยอม ห้ามจำเลยและบริวารปิดกั้นหรือกระทำการใดอันเป็นเหตุให้สัญจรไปมาไม่ได้ ให้จำเลยกลบร่องน้ำตามแผนที่สังเขปให้อยู่ในสภาพเดิม และรื้อถอนรั้วไม้และต้นไม้ที่ปลูกบนทางพิพาทออกไปให้หมดสิ้น และให้จดทะเบียนสิทธิภาระจำยอมในที่ดินของจำเลย หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยที่ ๔ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ ให้การว่า โจทก์เพียงแต่ขออาศัยเดินผ่านที่ดินของจำเลยออกสู่ถนนสาธารณะเท่านั้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งห้าเปิดทางภารจำยอมในที่ดินของจำเลยทั้งห้าตามแผนที่พิพาท ให้จำเลยกลบร่องน้ำและรื้อถอนรั้วและต้นไม้ออกจากทางพิพาท ให้จำเลยไปจดทะเบียนทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของโจทก์ หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ และที่ ๕ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่าทางเดินพิพาทถูกใช้เป็นทางเดินออกสู่ถนนสาธารณะตั้งแต่ปี ๒๕๑๕ เป็นต้นมา ซึ่งนายประยงค์กับนายฟุ้งบิดาผู้เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๘คนก่อนก็คงจะใช้ทางเดินพิพาทเดินออกสู่ถนนสาธารณะ ตั้งแต่ปี ๒๕๑๕ เป็นต้นมาเช่นกัน ดังนั้น แม้โจทก์จะเพิ่งปลูกบ้านในที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๘ เมื่อปลายปี ๒๕๑๙ ซึ่งเชื่อได้ว่าโจทก์ได้ใช้ทางเดินพิพาทด้วยตนเองเดินออกสู่ถนนทางสาธารณะตั้งแต่นั้นมาจนกระทั่งจำเลยปิดกั้นทางเดินพิพาทเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๒๘ รวมเวลาที่โจทก์ใช้ทางเดินพิพาทด้วยตนเองไม่ถึง ๑๐ ปีก็ตาม แต่โจทก์ก็รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๘ มาจากนายฟุ้งผู้เป็นเจ้าของเดิมมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๕ ซึ่งนายฟุ้งและครอบครัวได้ใช้ทางเดินพิพาทเดินออกถนนสาธารณะมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๕ ตลอดมา

การใช้ทางเดินพิพาทของนายฟุ้งและครอบครัวก่อนที่โจทก์จะเข้ามาปลูกบ้านในที่ดินจึงเป็นการใช้แทนโจทก์ เมื่อรวมระยะเวลาตั้งแต่นายฟุ้งและครอบครัวใช้ทางเดินพิพาทแทนโจทก์ในปี ๒๕๑๕ ตลอดมา จนกระทั่งโจทก์ใช้ทางเดินพิพาทด้วยตนเองในปี ๒๕๑๙ ต่อ ๆ มาจนจำเลยปิดกั้นทางเดินพิพาทเมื่อเดือนเมษายน๒๕๒๘ ก็เป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว ทางเดินพิพาทจึงตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๘ของโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต พรายภู่ · ตัน เวทไว · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายเมธี คฤโฆษ
ศาลอุทธรณ์ - นายเชื้อ เจียมรัตนกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้